อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563

การเป็นมิตรนั้นง่ายกว่าการเป็นศัตรูกันในยามนี้

ชายหนุ่มต้องคำนวณเงินตัวเองดี ๆ ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานบริษัท ก่อนจะตัดสินใจ ชีวิตเป็นของตัวเอง ใช้ซะ! จึงลาออกมาขายของตามตลาดนัดแกล้มผ่านออนไลน์ด้วย พุธที่ 13 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.


เป็นการรอคอยที่เนิ่นนาน นับตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 หลังจากตลาดนัดต้องปิดตัวลงไป ชายหนุ่มต้องคำนวณเงินตัวเองดี ๆ ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานบริษัท ก่อนจะตัดสินใจ ชีวิตเป็นของตัวเอง ใช้ซะ! จึงลาออกมาขายของตามตลาดนัดแกล้มผ่านออนไลน์ด้วย
 
คำสอนของพ่อค้าแม่ขายสมัยก่อน บอกไว้ว่า แม้ไม่มีเงินเดือน แต่ก็ได้กำเงินทุกวัน
เขาเบื่อระบบการทำงาน เบื่อหัวหน้า เบื่อเพื่อนร่วมงาน มาทำงานยังกะมาทำสงครามต้องพกมีดมาด้วย ทุกคนพร้อมแทงกันเองตลอดเวลา แล้วก็มีนายทุนสุขสบายมองดูการโรมรันของคนอีกชนชั้นหนึ่ง


 
ตัดสินใจลาออก! เขามีหัวทางการค้าขาย รู้ว่าจะรับของสวยงามจากที่ใด กำเงินก้อนมาเช่าแผงในตลาดนัด เริ่มขายได้ไม่ถึง 2 เดือน วิกฤติโควิด-19 ก็มาถึง

นึกถึงเพื่อนมิตรที่เดินทางไปแสวงโชคในเกาหลีใต้ ยอมไปเป็นผีน้อย หลายคนไม่ยอมกลับมาเมืองไทยระหว่างวิกฤติ “ยอมโดนคนที่บ้านประณาม แต่มันไม่มีลู่ทางหาอะไรกินแล้ว ต้องไปตายดาบหน้า”
 
นี่คือเรื่องปกติของผู้อพยพหนีความแร้นแค้นทุกข์ยากในบ้านเกิด ไปสู่ชีวิตใหม่ บางคนสำเร็จ บางคนล้มเหลว บางคนมีชีวิตรอด บางคนจบสิ้นชีวิต นี่คือความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้

เมื่อตลาดปิดเพราะโควิด ชายหนุ่มคำนวณเงินและค่าใช้จ่าย เขาแปรผันส่งของออนไลน์ แม้การแข่งขันสูง แต่ก็ต้องกัดฟันสู้ ถ้าไม่ทำก็อดกิน ยุคสมัยนี้มีสิทธิ์อดตายได้ หรือไม่อดตายก็กลายเป็นคนจนเมืองที่ลำบาก
 
ความโหดร้ายของระบอบเสรีนิยมใหม่


 
เขาชอบอ่านข่าว ชอบอ่านหนังสือ และชอบขายของรับรู้เรื่องราว หลายคราได้ถกกับเพื่อนร่วมขายของด้วยกัน หลายครั้งได้ถกกับลูกค้า รับฟังเรื่องราว เมื่อตลาดปิด ออนไลน์เป็นพื้นที่แห่งเดียว ต้องเข้าไปพิมพ์ในโพสท์ของดาราเซเลบ วางโฆษณาขายสินค้าตัวเอง แม้จะเป็นเรื่องที่โดนคนด่า

แต่ถ้าไม่ทำก็อดกิน จะให้ไปเป็นโจร ก็ขัดกับศีลธรรมของชีวิต ช่างเดียวดายและอดยากเสียจริง
 
พอวิกฤติเริ่มคลาย ชายหนุ่มดีใจ ตลาดนัดเปิด นอกจากความกลัวจะอดตายแล้ว ยังกลัวติดโรคอีกด้วย นี่เป็นวิกฤติ สุขภาพต้องแข็งแรงสมบูรณ์เอาตัวรอดได้ เขาขับรถที่ยังผ่อนไม่หมด เอาของไปลง พ่อค้าแม่ค้ามากันเยอะ ตัวเองไม่สามารถหาที่จอดได้ จึงต้องจอดข้างทาง ในชีวิตไม่คิดทำผิดกฎหมายจราจร 

แต่มันจำเป็น ความอยากขายของดำรงชีวิต ทำให้ยอมทำผิดกฎหมาย แม้จะกลัวว่าถูกล็อกล้อ แต่ของแป๋ปเดียว วิ่งเอาของไปลงสัก 2-3 เที่ยว จอดรถไว้ริมทางขอบสีแดงขาว เป็นสัญลักษณ์ห้ามจอด เมื่อเอาของลงจากรถ เจอหน้ากับผู้หมวดหนุ่ม

“ตรงนี้จอดไม่ได้นะ”
“ทราบครับ แต่พี่ตำรวจครับ ข้างในเต็มแล้ว ผมขอแป๋ปเดียว เอาของลงสัก 2 เที่ยวและจะวิ่งกลับมาเอารถไปจอดที่อื่น ไม่นานครับ” ตำรวจไม่ว่าอย่างไร “เร็ว ๆ นะ หนุ่ม” เขาจึงรีบตามคำสั่ง เอาของไปลง 2-3 เที่ยว เจอเพื่อนร่วมขายของ ทักทายกันภายใต้หน้ากากผ้า จัดแจงร้านสักนิด

“เฮ้ย! ไปจอดรถไหนนะ จอดริมทางตำรวจล็อกล้อนะ อย่าไปเชื่อตำรวจ เห็นพูดแบบนี้ล็อกมาหลายรายแล้ว” ชายหนุ่มหน้าซีดรีบวิ่งกลับมา เพื่อน ๆ ต่างเป็นห่วง เมื่อไปถึงรถ เจอตำรวจคนเดิม เขาใจหายวาบ ชื่อเสียงของตำรวจเรื่องการล็อกล้อน่ากลัวอยู่แล้ว ตำรวจมองหน้าเขา หรือโดนใบสั่งเสียแล้วหรือ นี่ยังไม่ทันได้เงินเลย ก็ต้องมาเสียเงินแล้วสิ



“กระเป๋าสวยนะ” หมวดหนุ่มทัก “เท่าไหร่นะ ผมอยากซื้อไปให้แฟนบ้าง”
ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก บอกราคาไป หมวดขมวดคิ้ว “ไม่แพงนิ”

“ช่วงนี้ขายแพงไม่ได้หรอกครับ ตัดราคากัน กำไรผมได้น้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย”
หมวดหนุ่มมองหน้า “ซื้อใบดิ ประเดิมเลยไหมครับ” ภายใต้หน้ากากผ้าทั้งสองปริรอยยิ้ม ตำรวจได้กระเป๋าสะพายข้างไปใช้ ชายหนุ่มได้ลูกค้า 

เงินก้อนแรกถูกส่งผ่านแลกเปลี่ยนกับสินค้า เงินที่รอคอยมานาน ขายของออนไลน์มันก็ไม่เท่ากับได้มาเจอหน้าลูกค้า
“มันมีที่จอดว่างแล้ว คุณเข้าไปจอดได้เลย” ตำรวจโบกรถให้ ชายหนุ่มยินดี ขึ้นรถขับไปจอด วันแรกของตลาด ลูกค้ายังไม่มาก แต่ก็ได้กำเงิน โล่งอกเป่าปาก อย่างน้อยก็ยังไม่อดตาย

เมื่อตลาดปิด พ่อค้าหนุ่มขับรถออกจากตลาดนัด เจอตำรวจนายเดิมยืนโบกรถอยู่ ทั้งสองสบตากัน หมวดหนุ่มพยักหน้าให้ ชายหนุ่มพยักหน้ากลับ ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ เมื่อไม่มีหัวโขนเครื่องแบบ การเป็นมิตรนั้นง่ายกว่าการเป็นศัตรูกันในยามนี้
................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 223