อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

วิบากกรรม"การบินไทย"บนทางสองแพร่ง อุ้มหรือปล่อย

นอกจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ประเด็นร้อนเวลานี้คงหนีไม่พ้น กรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลเตรียมจะอุ้ม บริษัท การบินไทย ด้วยการค้ำประกันเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาท บางกระแสบอกว่ารัฐบาลได้แอบค้ำไปแล้วบางส่วน บางกระแสก็บอกว่าทาบทามเอกชนมาซื้อแล้ว พฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ส่วนใหญ่กว่า 90 % ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเอาเงินภาษีของประชาชนไปค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัทการบินไทย ด้วยเหตุผลต่างๆนานา บางคนเห็นว่าการบินไทยประสบปัญหาการขาดทุนมาตั้งแต่มีการ ”เปิดเสรีการบิน” ทำให้มีสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ”โลว์คอสแอร์ไลน์”เข้ามาแข่งขันจนสู้ไม่ได้
 
ประกอบกับมีโครงสร้างธุรกิจที่อุ้ยอ้ายเทอะทะ บุคคลากรจำนวนไม่น้อยไร้คุณภาพเพราะเป็นเด็กฝาก เกิดการทุจริตมโหฬาร จึงประสบปัญหาการขาดทุนสะสมกว่า 2.4แสนล้านบาท ไม่ใช่มาขาดทุนจากได้รับผลกระทบโควิด-19 ที่ทำให้คนทั่วโลกงดการเดินทาง
 
ถามว่าทำไมการบินไทยต้องขอให้รัฐบาลค้ำประกัน ต้องบอกว่า ลำพังการบินไทยเองจะไปกู้เงินก็ทำได้ แต่ด้วยสภาพในอาการโคม่าแบบนี้ คงไม่มีคนให้กู้ไม่มีใครเชื่อว่าจะชำระหนี้ได้ จึงจำเป็นต้องขอให้รัฐบาลช่วยค้ำประกันเงินกู้ 


 
นั่นหมายความว่าถ้า การบินไทยไม่คืนเงินกู้ รัฐบาลไทยก็ต้องรับภาระจ่ายเงินให้เจ้าหนี้แทนซึ่งเงินที่รัฐบาลจะเอามาจ่ายหนี้แทนก็คือเงินจากภาษีของประชาชน ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเข้าทำนอง”เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกแขวนคอ”นั่นเอง
 
อีกทั้งการบินไทย อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อไปดูว่า ใครถือหุ้นอยู่บ้าง ปรากฏว่า กระทรวงการคลัง ถือหุ้นอยู่ 51.03 % ที่เหลือเป็นเอกชน มีทั้งคนไทย ต่างชาติ นั่นเท่ากับ รัฐบาลเอาภาษีประชาชนไปจ่ายแทนเอกชนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ
 
จึงมีคำถามว่า เวลาการบินไทยมีกำไร ก็แบ่งกันไป ในหมู่ผู้ถือหุ้น รัฐได้ไปครึ่ง เอกชนได้ไปครึ่งดังนั้นเมื่อการบินไทยขาดทุน ผู้ถือหุ้นก็ควรจะรับผลขาดทุนไปด้วย ตามส่วนหุ้นที่ตนถือการที่รัฐบาลไปค้ำประกันหนี้ให้การบินไทยแต่เพียงผู้เดียวทั้งจำนวน โดยผู้ถือหุ้นรายอื่นไม่เข้ามารับภาระค้ำประกันด้วย แปลว่า ผู้ถือหุ้นที่เป็นเอกชนและต่างชาตินั้นเอาแต่ได้ เมื่อถึงคราวเสียกลับไม่ยอมเสีย
 
คนกลุ่มนี้เห็นว่าควรจะปล่อยให้การบินไทยล้มละลายไปเลย เหมือนบางประเทศที่ไม่จำเป็นต้องมีสายการบินแห่งชาติ เอาเงิน 5 หมื่นล้านบาทที่จะค้ำประกันไปช่วยเหลือชาวบ้านลำบากมากว่า หรือปล่อยให้เอกชนมาประมูลไปดำเนินการต่อจะดีกว่า 


 
ขณะที่บางฝ่ายเห็นว่ารัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแล เพราะเป็นสายการบินแห่งชาติที่ยังมีสิทธิการบินอยู่ปล่อยทิ้งก็น่าเสียดาย  แต่ต้องไม่ใช่การเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ ควรจะเป็นการให้กู้ และไม่ใช่แค่ 5หมื่นล้านบาทอาจจะมากกว่านั้น 
 
เหตุผลที่ควรใช้วิธีให้กู้แทนการค้ำประกันเพราะจะทำให้รัฐบาลมีอำนาจต่อรองกับลูกหนี้อย่างการบินไทยได้ดีกว่า สามารถเข้าไปจัดการ รื้อและปรับโครงสร้างองค์กร ลดจำนวนคนให้สอดคล้องกับธุรกิจ รื้อระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นช่องโหว่ให้เกิดการทุจริต รวมถึง ยกเครื่องสิทธิประโยชน์ได้ เท่ากับเซ็ตซีไร่ กันใหม่ทั้งหมด
 
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะงานนี้มีคนได้และคนเสียประโยชน์มากมาย จีงเป็นงานยากสำหรับรัฐบาลว่าจะหาทางออกอย่างไร ด้านหนึ่งก็คงไม่อยากให้สายการบินแห่งชาติเจ๊งคามือ แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องระวังไม่ให้เกิดประเด็นการเมืองอาจจะเกิดผลกระทบกับเสถียรภาพรัฐบาลได้ 
 
อนาคตการบินไทยจะเป็นอย่างไร จึงน่าติดตามอย่างยิ่ง อยากจะทิ้งท้ายด้วยคำกล่าวของ 'วอร์เรน บัฟเฟตต์' ประธานและ CEO ของเบิร์คเชียร์นักลงทุนรายใหญ่ของโลกที่บอกว่า
 
'โลกเปลี่ยนไปแล้วสำหรับสายการบิน และผมก็ไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง สายการบินเป็นธุรกิจที่ 'เจ็บหนัก' จากวิกฤตรอบนี้ จนไม่สามารถควบคุมความเสียหายได้ “......ในที่สุดบั๊ฟเฟตต์เทขายหุ้นธุรกิจการบินทิ้งแบบไม่มีเยื่อใย 
............................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”  


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    82%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

บอกต่อ : 70