อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

เมื่อติดโควิดแล้ว เป็นอีกได้หรือไม่?

หลายคนสงสัยว่า การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (ซาร์สโควีสอง) หรือที่เรารู้จักกันดีว่า โรคโควิด-19 นั้น สามารถกลับมาเป็นซํ้าได้หรือไม่ หากเป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันหรือไม่ วันนี้เอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิจารณากันค่ะ เสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.

อาจมีหลายคนสงสัยว่า การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (ซาร์สโควีสอง) หรือที่เรารู้จักกันดีว่า โรคโควิด-19 นั้น สามารถกลับมาเป็นซํ้าได้หรือไม่ หากเป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันหรือไม่ วันนี้เราจะเอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิจารณากันค่ะ

หลังจากที่เราได้รู้จักโรคอุบัติใหม่โควิด-19 ซึ่งขณะนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกและเสียชีวิตกว่าแสนรายแล้ว ในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อหลักหลายพันคนและมีผู้เสียชีวิตและมีอาการหนักบางส่วนการตรวจวินิจฉัยและติดตามว่าหายจากโรคหรือไม่ ตามมาตรฐานขณะนี้คือการตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสในร่างกายของมนุษย์ เช่น เสมหะ เยื่อบุจมูกหรือคอ และสารคัดหลั่งต่าง ๆ ด้วยวิธีทางโมเลกุล หรือเรียกว่า PCR (Polymerase chain reaction) นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาการตรวจสอบระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อ โดยวัดระดับแอนติบอดี้ในร่างกาย ซึ่งนำ มาใช้เป็นแนวทางประกอบกับการตรวจด้วยวิธีทางโมเลกุล และอยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อนำ มาใช้วินิจฉัยและติดตามผลในอนาคตต่อไป

ในขณะนี้มีผู้ป่วยหลายรายที่อาจมีสารพันธุกรรมของไวรัสซาร์สโควีสองซึ่งยังมีผลบวกเป็นเวลานาน หรือ อาจจะมีผลลบแล้วบวกกลับขึ้นมาอีก มีรายงานในวารสารทางการแพทย์สากล มีรายงานจากประเทศจีนว่ามีผู้ป่วยหญิงอายุ 46 ปีที่หายจากโรคแล้ว ทำการตรวจด้วยวิธีทางโมเลกุลแล้วเป็นลบสองครั้งก่อนที่จะกลับมาผลบวกอีก แม้ว่าจะไม่มีไข้และอาการทั่วไปปกติดีแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ว่า สารพันธุกรรมที่ตายแล้วยังอยู่ในระบบร่างกายและไม่ก่อให้เกิดเชื้อโรค แต่ยังพอพบได้เมื่อใช้การตรวจด้วยวิธีทางโมเลกุลอย่างละเอียด (เอกสารอ้างอิงที่ 1) นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกฉบับ ที่มีผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้วอีกหกรายมาตรวจซํ้าแล้วมีผลการตรวจโดยวิธีทางโมเลกุล โดยสี่รายไม่มีอาการ หนึ่งรายมีอาการไอเล็กน้อย และอีกหนึ่งรายมีอาการที่ชัดเจน ได้แก่ เหนื่อยอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ไอมีเสมหะ เป็นต้น (เอกสารอ้างอิงที่ 2) นอกจากนี้มีผู้ป่วยหลายรายที่มาตรวจหลังจากหายแล้ว ว่ามีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ แต่ขณะนี้ข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าภูมิคุ้มกันนี้จะมีไปนานเท่าไร ดังนั้นจึงขอให้ผู้ที่เป็นและหายแล้ว ปฏิบัติตัวตามมาตรการแยกตัวจากผู้อื่น (self-isolation) เป็นเวลา 30 วัน นับจากวันแรกที่มีอาการ รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลและในสถานที่พักอาศัย เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว หากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ใช้มาตรการทางสังคมโดยรักษาระยะห่างทางกายภาพกับผู้อื่น (social distancing) สวมหน้ากากอนามัยดูแลสุขอนามัยและสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงต่อไป หากมีอาการซํ้าให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิง
1. Chen D, et al. Recurrence of positive SARS-CoV-2 RNA in COVID-19: a case report. International Journal of Infectious
Diseases. March 2020.

2. Jiang, M. Recurrent PCR positivity after hospital discharge of people with coronavirus disease 2019 (COVID-19).
Journal of Infectious Diseases. April 2020.

..........................................................................
อาจารย์ แพทย์หญิงรพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด

 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 30