อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 17 พฤษภาคม 2563

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ประกาศแผนมาตรการผ่อนคลาย (Roadmap to COVIDSafe Australia) และคาดว่า แผนสามขั้นตอนในการเปิดเศรษฐกิจออสเตรเลียนั้น จะทำให้ชาวออสเตรเลียกลับคืนสู่การทำงานได้กว่า 850,000 คน ชี้แจง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 อาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563 เวลา 06.30 น.

@@@@ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ประกาศแผนมาตรการผ่อนคลาย (Roadmap to COVIDSafe Australia) เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มาตรการล็อคดาว์นนี้ไม่สามารถทำการปลดล็อคได้ทุกที่ในทันทีโดยแต่ละระยะจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้นำของรัฐและดินแดนที่รับผิดชอบในการผ่อนคลายข้อ จำกัด ด้วยตนเอง ซึ่งในทุกขั้นมีความเสี่ยง และอาจมีการย้อนกลับไปใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นได้ จะต้องนำไปแยกแยะออกจากแผนนี้ เป็นแนงทางปฏิบัติเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ในท้องถิ่นของตน นายมอริสันกล่าว คณะรัฐมนตรีเห็นด้วยกับแผนสามขั้นตอนที่จะได้รับการตรวจสอบทุก ๆ สามสัปดาห์เพื่อเปิดธุรกิจของออสเตรเลียอีกครั้งเนื่องจากวิกฤต coronavirus ลดลง ........... ทันทีที่มีการออกประกาศจากรัฐบาลกลาง มุขมนตรีของทุกรัฐขานรับและเริ่มการผ่อนคลายข้อจำกัด ระยะที่ 1 เมื่อต้นอาทิตย์นี้ ส่วนนาง Gladys Berejiklian มุขมนตรีของรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า คุณไม่สามารถเปรียบเทียบรัฐ NSW กับ NT ได้ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อจำกัด ใน NSW ในสัปดาห์นี้อีก กฏยังเหมือนเดิม มีคน 8 ล้านคนที่เราต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ รัฐนิวเซาท์เวลส์ จะเริ่มกระบวนการผ่อนคลายบางมาตราการในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2563 ด้านนาย Daniel Andrew มุขมนตรีของรัฐวิคตอเรีย กล่าวว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในวันนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในวันพรุ่งนี้ แต่ที่แน่นอนตลอดสัปดาห์นี้ ผมจะมีการออกประกาศเป็นช่วงๆตลอดอาทิตย์ อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี นายสกอตต์ มอร์ริสัน กำลังเผชิญปัญหาหนักกับคนว่างงาน อัตราของการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 6.2% หลังจากคนกว่าครึ่งล้านคนต้องสูญเสียงานไปในเวลาแค่เดือนเดียว เขาได้กล่าวในงานแถลงข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ว่า ชาวออสเตรเลียเกือบ 600,000 คน ต้องสูญเสียงาน JobKeeper นั้นเป็นโปรแกรมในระดับที่ประเทศนี้ไม่เคยเห็นกันมาก่อน เขาคาดว่า แผนสามขั้นตอนในการเปิดเศรษฐกิจออสเตรเลียนั้น จะทำให้ชาวออสเตรเลียกลับคืนสู่การทำงานได้กว่า 850,000 คน
 
@@@@ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย สถานะวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ดังนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย ได้ทำการ test เชื้อไวรัสทั่วประเทศไปแล้ว จำนวนกว่า 943,480 ราย มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 (confirmed case) รวม 7,019 ราย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 14 ราย ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของเมื่อวานนี้ (แหล่งข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 8 พฤษภาคม) ในจำนวนดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 98 ราย รักษาหายแล้ว 6,337 ราย รายละเอียดดังนี้ รัฐนิวเซาท์เวลส์ 3,071 ราย (รวมผู้เสียชีวิต 45 ราย) รัฐวิกตอเรีย 1,540 ราย (รวมผู้เสียชีวิต 18 ราย) รัฐควีนส์แลนด์ 1,054 ราย (รวมผู้เสียชีวิต 6 ราย) รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 552 ราย (รวมผู้เสียชีวิต 9 ราย) รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 439 ราย (รวมผู้เสียชีวิต 4 ราย)  รัฐแทสเมเนีย 227 ราย (รวมผู้เสียชีวิต 13 ราย) ดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี 29 ราย และ ACT 107 ราย (รวมผู้เสียชีวิต 3 ราย) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวนผู้ป่วย Coronavirus รายใหม่ลดลงอย่างมากทั่วประเทศออสเตรเลียแสดงให้เห็นว่ามาตรการทางสังคมและสุขภาพที่เข้มงวดกำลังช่วยลดการแพร่ระบาดของโรค มีการรายงานผู้ป่วยใหม่เฉลี่ย 11 รายต่อวัน ต่ำกว่า 1% ทั่วประเทศ สถิติตอนนี้มีผู้ติดเชื้อ  COVID-19 ทั่วโลกกว่า 4,401,231 ราย ในจำนวนดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตกว่า 302,604 ราย .................... มาตรการควบคุมระดับท้องถิ่น ดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มติดกันหลายสัปดาห์ และไม่มีผู้เสียชิวิตเลย ให้โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ ห้ามชุมนุมเกิน 10 คน สามารถจัดกิจกรรมภายนอกได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 จัดกิจกรรมภายในอาคารไม่เกิน 2 ชั่วโมงได้ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 โรงภาพยนตร์และสถานบันเทิง สามารถเปิดบริการและจัดการแข่งกีฬาได้ ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2563 มาตรการท้องถิ่นรัฐเซาท์ออสเตรเลีย อัตราการติดเชื้อรายวันต่ำมากในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พฤศภาคม 2563 อนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารภายนอกร้านได้ มหาวิทยาลัย และ TAFE เปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ สามารถท่องเที่ยวภายในรัฐได้ มาตรการท้องถิ่น ACT ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 สถานศึกษาทยอยเปิดชั้นเรียน และเปิดทำการเรียนการสอนครบทุกชั้นในวันที่ 2 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 นั่งรับประทานอาหารได้ไม่เกิน 10 คน เปิดศูนย์บริการชุมชน และห้องสมุด ได้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 มาตรการท้องถิ่นรัฐควีนส์แลนด์ อนุญาตให้รับประทานอาหารในร้านได้ นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 สามารถเดินทางภายในรัฐได้ ระยะทางไม่เกิน 150 กม. มาตรการท้องถิ่นรัฐแทสเมเนีย นับตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 อนุญาตให้รับประทานอาหารในร้านได้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 สถานศึกษาทยอยเปิดชั้นเรียน และเปิดทำการเรียนการสอนครบทุกชั้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2563 มาตรการท้องถิ่นรัฐวิคตอเรีย ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 สถานศึกษาทยอยเปิดชั้นเรียน และเปิดทำการเรียนการสอนครบทุกชั้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ประกอบศาสนพิธีได้ไท่เกิน 10 คน ยังจำกัดการเดินทางเฉพาะที่จำเป็น มาตรการท้องถิ่นรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย อนุญาตให้รวมกลุ่มกันไม่เกิน 10 คน อนุญาตให้ทำกิจกรรมสันทนาการที่ไม่มีการสัมผัสใกล้ชิด นับตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ชุมนุมได้ไม่เกิน 20 คน นั่งรับประทานอาหารในร้านได้ ไม่เกิน 20 คน ผ่อนคลายการเดินทางภายในรัฐ มาตรการท้องถิ่น รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประกาศมาตรการผ่อนปรน เริ่มวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2563 ดังนี้ สามารถรวมตัวกันได้ไม่เกิน 10 คน ในพื้นที่เปิด (จากเดิม 2 คน) เปิดร้านกาแฟและร้านอาหารรับลูกค้านั่งพร้อมกันในร้านได้ไม่เกิน 10 คน แต่ต้องรักษากฎ 4 ตรม. (เดิมให้เฉพาะ take away) มีแขกไปเยี่ยมบ้านได้ไม่เกิน 5 คน งานแต่งงานมีผู้เข้าร่วมได้ไม่เกิน 10 คน งานศพในพื้นที่ปิด มีผู้เข้าร่วมได้ไม่เกิน 20 คน หากจัดในที่โล่งมีผู้เข้าร่วมได้ไม่เกิน 30 คน พิธีทางศาสนาและศาสนสถาน มีผู้เข้าร่วมได้ไม่เกิน 10 คน (เดิมไม่ให้มีศาสนกิจเป็นการสาธารณะ) สามารถใช้อุปกรณ์ เครื่องเล่น กลางแจ้งด้วยความระมัดระมัง สระว่ายน้ำกลางแจ้งเปิด แต่ต้องปฏิบัติตามกฎ ทั้งนี้ ยังคงต้องรักษากฎที่เกี่ยวข้อง อาทิ การรักษาระยะห่าง กฎจำนวนคนต่อพื้นที่ โดยคำนวนจากพื้นที่บริการอนุญาตจำนวน 1 คน ต่อพื้นที่ 4 ตารางเมตร รัฐบาลนิวเซาท์เวลส์ระบุว่า มาตรการผ่อนปรนต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและ สามารถกลับมาใช้มาตรการที่เข้มข้นเหมือนเดิมได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์
 
@@@@ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดพิธีถวายราชสักการะและลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล ณ อาคารศาลาไทย โดยมีนางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต หัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย ข้าราชการพร้อมคู่สมรส และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เข้าร่วม ในโอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย
 
 
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดพิธีถวายราชสักการะและลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ อาคารศาลาไทย
 
@@@@ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 นายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ พร้อมด้วยข้าราชการทีมประเทศไทย ณ​ นครซิดนีย์ ร่วมถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2563 รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามแนวทางสาธารณสุขของทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์
 
 
นายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ พร้อมด้วยข้าราชการทีมประเทศไทย ณ นครซิดนีย์ ร่วมถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563
 
@@@@ นายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ สนับสนุนข้าวสาร ถุงยังชีพ อาหารแห้ง และอาหารกล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ชาวไทย ในพื้นที่ต่างๆ ของรัฐ NSW ซึ่งมีชุมชนไทยจำนวนมาก ในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม มอบถุงยังชีพ 100 ถุง ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ที่ ร้านช้าง ในตลาดเมือง Cabramatta  และวันพฤหัสที่ 7 พฤษภาคม 2563 ที่ร้านดู๋ดี๋ ใน BKK food court เมือง Cabramatta และวันที่ 9 พฤษภาคม 2563 มอบข้าวสาร 50 ถุง และอาหารแห้ง ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ที่ ร้าน Thai Number One ณ เมือง Ashfield เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยได้ปฏิบัติตามระเบียบของทางร้านอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการรักษาระยะห่าง (Social Distancing) ของออสเตรเลีย สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอขอบคุณชุมชนไทยและร้านค้าต่างๆ ที่ร่วมสนับสนุนและช่วยเหลือในการมอบสิ่งของแก่พี่น้องชาวไทยเป็นอย่างดีมาตลอด สถานกงสุลใหญ่ฯ จะมุ่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนไทยในเมืองต่างๆ ต่อไป
 
 
นายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ สนับสนุนข้าวสาร ถุงยังชีพ อาหารแห้ง และอาหารกล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ชาวไทย ในพื้นที่ต่างๆ ของรัฐ NSW ซึ่งมีชุมชนไทยจำนวนมาก
 
@@@@ โรงเรียนในรัฐนิวเซาท์เวลส์เริ่มทยอยให้นักเรียนกลับไปเรียนในสถานศึกษาได้แล้ว Public school เริ่มเปิดสอนโดยให้เด็กไปเรียนอาทิตย์ละ 1 วัน นอกจากการสอนออนไลน์ที่ครูทำการสอนเด็กและ assign งานให้นักเรียนทำในแต่ละสัปดาห์ โดยรัฐบาลกลางเน้นหนักถึงเด็กนักเรียน HSC ซึ่งจะต้องสอบใช้ผล HSC ในการเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนโรงเรียนเอกชนนั้นได้ผ่อนความตรึงเครียด เริ่มผ่อนคลายให้เด็กนักเรียนเริ่มกลับเข้าไปเรียนอาทิตย์ละวันบ้าง ผู้ปกครองก็เริ่มไว้วางใจในการส่งเด็กเข้าเรียนที่โรงเรียน ............ ส่วนเด็กนักเรียนนักศึกษาต่างชาติที่มีวิชาที่ต้องลงมือทำ practical อย่างเช่น Cookery ซึ่งไม่ต้องสัมผัสอย่างใกล้ชิดระหว่างนักเรียนและครูผู้สอนก็เริ่มให้เข้า class เรียนโดยยังรักษากฏระยะห่าง Social distancing อยู่ เดลินิวส์ได้มีโอกาสสอบถามเรื่องการสอนนักเรียนนักศึกษาต่างชาติกับ ผู้อำนวยการ Australian International College มาร์โก้ ทองพันธ์ มะลิวงษ์ ถึงการกลับเข้าเรียนของนักเรียน ผ.อ ทองพันธ์ เปิดเผยว่า “สำหรับนักเรียน NSW Business college มีจำนวน 708 คน ทางเราให้เรียน online หนึ่ง เทอม ทาง Australian International college สำหรับ hospitality มีเด็กนักเรียน 678 คน ก็ให้เรียน online ส่วนอีก 252 คน ที่เรียน certificate 4 cookery เรียนทำอาหาร อันนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องสอน Face to face เปิดสอน 14 class ก็เข้ามาเรียนที่ครัว AIC ในสถาบันเรา ซึ่งมีพื้นที่กว้างสามารถปฏิบัติตามกฏของหน่วยงานศึกษาธิการของรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ ในห้องเรียน 4 square metres ในครัว 1.5 square metres ต้องจัดระบบการทำความสะอาด และทางเราให้อาจารย์ผู้สอนและนักเรียนใส่ Shield mask อีกชั้นหนึ่ง ส่วน Australian centre of English (ACE ) นักเรียนภาษา จำนวน 270 คน เพิ่งให้กลับเข้ามาเรียนเมื่อวันวันจันทร์ที่ 11 ที่ผ่านมานี้เองครับ”
 
 
นักเรียนนักศึกษาต่างชาติที่มีวิชาที่ต้องลงมือทำ practical อย่างเช่น Cookery ซึ่งไม่ต้องสัมผัสอย่างใกล้ชิดระหว่างนักเรียนและครูผู้สอนก็เริ่มให้เข้า class เรียนโดยยังรักษากฏระยะห่าง Social distancing อยู่ ที่ AIC Australian International college
 
@@@@ ประกาศแผนมาตรการผ่อนคลาย (Roadmap to COVIDSafe Australia) เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านอาหารไทยในรัฐควีนส์แลนด์สามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2563 โดยให้บริการได้ไม่เกิน 10 คนต่อครั้ง ร้านอาหาร Spicy I'm Thai ของเก่ง เลิศฤดี อักษรวรนารถ และเจมส์ เสกสรร ปิติคาม ที่ Paddington เปิดวันแรกคนก็โทรเข้ามาสำรองที่นั่งกันมากมาย เลิศฤดี เปิดเผยว่า “คนโทรเข้ามาขอนั่งในร้านเพราะเป็นวันแรกมากมาย แต่เก่งปฏิเสธไป บอกมา Takeaway เหมือนเดิมดีมั้ยคะ ลูกค้าบอกอยากทานร้อนๆ พวกก๋วยเตื๋ยว อะไรอย่างนี้ อยากซดร้อนๆ ซื้อ Takeaway ไปแล้ว เส้นบวม ไม่น่าทานเท่านั่งในร้าน พวกต้มยำต่างๆ แล้วพวกอาหารยำๆ รสแซ่บๆ พวกส้มตำ เขาบอกนั่งในร้าน ได้รสชาติกว่า สงสารลูกค้า ก็สงสาร ถึงจะเปิดให้บริการทานในร้านได้ แต่ก็มีกฏระเบียบเยอะ เราต้องเตรียมให้พร้อมก่อน ให้มันเสถียรกว่านี้หน่อยนะคะเพราะเขาเพิ่งปล่อย ต้องขอโทษลูกค้าทุกท่านจริงๆ อยากบริการมาก เพราะไม่ได้ให้บริการลูกค้านานแล้วเหมือนกัน ตอนนี้ก็คลีนร้านกันทุกซอกทุกมุมรอลูกค้าคะ อดใจอีกนิดนะคะ มาสั่ง Takeaway กันนะคะ เรามีบริการ Home delivery ถึงประตุเลยคะ อาหารเหมือนในเมนูเลย อยากทานอะไร ต้องได้ทานคะ โทรมาคะ (07) 3369 4893” ร้านอาหาร Spicy I'm Thai ของเธอ อยู่ที่ 6/147 Latrobe Terrace, Paddington QLD 4064 ................. มาตรการท้องถิ่นรัฐแทสเมเนีย นับตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 อนุญาตให้รับประทานอาหารในร้านได้ ร้านอาหารในรัฐแทสมาเนียเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นหลังจากต้องขายอาหาร Take away และ Home delivery เพียงเท่านั้น แดง เทิดศักดิ์ และอู๊ด สาริศา ด่านศักดิ์ชัย เจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดัง Star Of Siam หัวมุมถนน Charles street และ Paterson street เมือง Launceston รัฐแทสมาเนีย ใช้เวลาสองวันเต็มๆในการจัดร้านและเตรียมวัตถุดิบในการปรุงอาหาร เตรียมเปิดให้ลูกค้าเข้ามา Dine in ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เทิดศักดิ์ เปิดเผยว่า “ผมและภรรยาย้ายจากซิดนีย์มาอยู่ที่นี่ 17 ปีแล้ว ไม่เคยมีเหตุการณ์ไหนจะตึงเครียดเท่านี้ ร้านผมได้ผลกระทบเต็มๆเลย ร้านเราขาย Dine in เยอะ เพราะร้านเรากว้าง ลูกค้าเขาอยากมานั่งทานอาหารแบบชิวๆ แต่ก็พยายามเข้าใจรัฐบาลนะ ถ้าเขาไม่ออกมาตรการมาควบคุม เราคงไม่มีวันนี้ ที่แทสมาเนีย ไม่มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นอีก คนเสียชีวิตก็เป็นศูนย์ไปแล้ว ตอนนี้เรารับจองสองรอบ คงทำได้เท่านั้น หวังว่าทุกอย่างคงดีขึ้นไปเรื่อยๆ เรื่องพื้นที่บริการอนุญาตจำนวน 1 คน ต่อพื้นที่ 4 ตารางเมตรนั้นเหลือเฟือครับ ร้านเรากว้าง แต่กลัวแขกจะเหงาเท่านั้น เราพร้อมบริการแล้วครับ”
 

ร้านอาหาร Spicy I'm Thai ของ เลิศฤดี อักษรวรนารถ และเสกสรร ปิติคาม ที่ Paddington นครบริสเบน เปิดวันแรกตามแผนมาตรการผ่อนคลาย คนก็โทรเข้ามาสำรองที่นั่งทานในร้านกันมากมาย เจ้าตัวขอขายอาหาร Take away และ Home delivery ไปเหมือนเดิมก่อน
 
 
เทิดศักดิ์ และสาริศา ด่านศักดิ์ชัย เจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดัง Star Of Siam เมือง Launceston รัฐแทสมาเนีย ใช้เวลาสองวันเต็มๆในการจัดร้านและเตรียมวัตถุดิบในการปรุงอาหาร เตรียมเปิดให้ลูกค้าเข้ามา Dine in ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
 
@@@@ มาตรการคุมเข้มของประเทศออสเตรเลียนั้นได้ผลดีมาก แต่ก็กระทบกระเทือนกับธุรกิจไปทุกประเภท มีอยู่ธุรกิจหนึ่งซึ่งได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นั่นคือ ร้านขายของชำ Grocery ฉบับบนี้ เดลินิวส์มีโอกาสได้สอบถาม ชัยวัฒน์ หวังลิขิตกูล เจ้าของกิจการร้าน ตลาดไทย ที่ North Richmond ที่ทำให้ย่านนั้นของนครเมลเบิร์นกลายเป็น Thai Town ในปัจจุบัน ถึงธุรกิจของเขาในช่วงสถานการณ์ไวรัส Covid -19 ระบาด เขาเล่าว่า “สำหรับธุรกิจของผมถือว่าค่อนข้างจะโชคดีที่ไม่ได้รับผลกระมากเท่าธุรกิจอื่น เหมือนกับสวนกระแสเพราะคนต้องกินต้องใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป ซึ่งในช่วงเวลาก่อนที่จะประกาศ Lockdown ถือว่าเป็นช่วงที่ร้านขายดีมากๆ สินค้าหลายตัวเช่น ข้าวสาร ข้าวเหนียว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง อาหารแช่แข็ง ขนมขบเคี้ยวขายดีมากจนเกลี้ยงชั้นวางของเลย หลังจากตอนนี้แหละที่มีปัญหาเพราะของเริ่มขาด ทางขนส่งเริ่มมีปัญหาเดินเรือไม่ได้ ของโดนกักที่ท่าเรือ แถมค่าขนส่งก็ขึ้นราคา ประกอบกับช่วงนั้นค่าเงินออสเตรเลียตกมากๆเหลือแค่ 18 บาทกว่าๆต่อ1ดอลล่าร์ออสเตรเลีย ทำให้ราคาสินค้าที่นำเข้าจากไทยมีราคาสูงขึ้นจากเดิมมาก ทางร้านก็พยายามจะหาสินค้าเข้ามาเพิ่มเติมให้พอกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในช่วงเวลานั้นก็ได้มีเรื่องราวของน้องๆนักเรียนไทย และคนไทยที่มาทำงานหาเงินที่ออสเตรเลีย ว่ากำลังเริ่มจะลำบาก ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้จ่าย จะกลับไทยก็กลับไม่ได้ บางคนโดนไล่ออกจากที่พักเพราะไม่มีเงินจ่ายก็มี พอดีกับที่ทางผู้ใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเมลเบิร์นหลายคนก็คุยกันเกี่ยวกับการที่จะหาทางให้ความช่วยเหลือคนไทยที่กำลังลำบาก เลยมีหลายกลุ่มอาสาที่เกิดขึ้นมา เริ่มแรกก็จะมีทางคุณฮาร์ท จาก เพจชุมชนคนไทยในเมลเบิร์น พี่แทน พี่ไก่และคุณเหมียวจาก Thai Together- Melbourne และกลุ่มพี่ๆแม่บ้านนำโดยพี่เจน ที่ใจดีทำอาหารและขนมอร่อยๆ มาแจกกันทุกสัปดาห์ รวมถึงมีร้านอาหารไทยในเมลเบิร์นอีกหลายๆร้านที่ทำอาหารแจกฟรีให้น้องๆที่กำลังเดือดร้อน ทางร้านตลาดไทยเนื่องจากเป็นที่ๆคนไทยในเมลเบิร์นรู้จักและอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก และพอมีสถานที่ ที่ให้ใช้ได้ ทางเราก็เลยอาสาขอเป็นศูนย์กลางสำหรับแจกอาหารและของแห้ง” ................... ในช่วงแรกที่แจก นักเรียน นักศึกษา คนตกงานมากันเยอะมากจนเต็มหน้าร้าน เดินเข้าออกไม่ได้เลย จนมีลูกค้าคนไทยและคนออสเตรเลีย ส่งข้อความมาเตือนทางร้านให้ระวังเรื่องการเว้นระยะห่าง Social distancing ทางร้านอาจจะเดือดร้อนโดนปรับเป็นเงินจำนวนมากก็ได้ จึงต้องแก้โดยเลือกใช้ด้านข้างของทางร้านตลาดไทยและโรงรถที่เก็บของเป็นที่แจกจ่ายของช่วยเหลือ และด้วยความร่วมมือของทุกคนการแจกจ่ายจึงดำเนินไปด้วยดีและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ชัยวัฒน์ เล่าต่อว่า “ต้องขอบคุณลูกค้าตลาดไทยที่มาเตือนกันด้วยความเป็นห่วง เพราะถ้ามีคนที่มีเชื้อไวรัสมาอยู่ในกลุ่มวันนั้น อาจจะทำให้คนที่มาใช้บริการมีโอกาสติดไวรัสได้ ทางเราเลยต้องหาวิธีแก้ มีน้องๆมารับความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้นทุกสัปดาห์ และของแจกก็มีเข้ามามากขึ้นทุกสัปดาห์เช่นกัน ก็ดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่นั้นมาที่ร้านตลาดไทยเรา ก็เลยมีชั้นที่เอาไว้วางอาหารและของแห้งไว้แจกฟรี หยิบฟรี คล้ายๆกับตู้ปันความสุข มีลูกค้าหลายท่านที่ซื้อสินค้าที่ร้านและให้เราเอาไปร่วมแจกกับทีมที่กำลังแจกอยู่ บางครั้งก็ให้วางแจกที่ชั้นที่ร้านเลย บางคนก็ทำอาหารขนม บางคนก็เอาผลไม้มาวาง ผมเดินผ่านไปผ่านมาก็เห็นคนมาวางเรื่อยๆ คนหยิบก็มาหยิบเรื่อยๆ เห็นแล้วก็รู้สึกดีมากๆ ปลื้มใจที่เห็นคนไทยเป็นคนที่มีจิตใจที่ดี เอื้ออาทร ชอบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดีใจที่เราได้เป็นตัวกลางให้คนได้ปันความสุขให้กันและกันในยามลำบาก บางคนที่ได้รับความช่วยเหลือจากเราไปเขาก็บอกเรามาว่า พอเขาดีขึ้นแล้ว ทางเขาก็จะคอยช่วยเหลือคนอื่นที่เขาพอช่วยได้ต่อไปอีก เหมือนสายน้ำที่ไหลไม่เคยขาด เราจะคอยช่วยเหลือกัน และเราจะต้องผ่านเรื่องร้ายๆเหล่านี้ไปให้ได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ที่อดทน ต่อสู้ และขอให้พวกเราทุกคนปลอดภัย คนไทยไม่ทิ้งกันครับ” หน้ากระดาษหมด สัญญาว่า ฉบับหน้าจะมาพูดเรื่องราวของหนุ่มนักสู้คนนี้ให้ฟังว่ากว่าจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ขนาดนี้เป็นมาอย่างไร เพื่อจะได้เป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายๆคน


ร้านขายของชำ Grocery ตลาดไทย ที่ North Richmond นครเมลเบิร์นของ ชัยวัฒน์ หวังลิขิตกูล กลายเป็นตัวกลางให้คนได้ปันความสุขในยามลำบาก มีหลายกลุ่มไปใช้ร้านในการแจกอาหาร และยังมีชั้นที่เอาไว้วางอาหารและของแห้งไว้แจกฟรี หยิบฟรีอีกด้วย
 
ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 35