อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

จับตาอนาคตสายการบินแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ชาติหรือการเมือง!!

พิษโควิด -19 ในไทยกำลังได้รับการแก้ไข กำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น การปลดล็อก การเปิดเศรษฐกิจเริ่มมีมาเรื่อย ๆ เพื่อประคับประคองให้เศรษฐกิจไม่ดิ่งหัวจมปลักไปมากกว่านี้ จันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


แม้ว่าตัวเลขจีดีพี ในไตรมาสแรก และการคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งปีนี้ ที่สภาพัฒน์เตรียมประกาศในช่วงเช้าของวันนี้ (18 พ.ค.63 อาจไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับใครต่อใคร

เพราะเป็นที่รู้กันว่า ด้วยพิษของโควิด-19 นั้นหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะกับการท่องเที่ยวของไทย ที่ทำลายความหวังการหารายได้มาทดแทนการส่งออก แม้อาจไม่มากเท่า แต่ก็เป็นกำลังหลักสำคัญ

เมื่อผสมลงโรงร่วมกับสารพัดพิษเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ยิ่งกลายเป็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังบาดเจ็บสาหัส จนรัฐบาลต้องกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศปลุกการใช้จ่ายในประเทศ ให้โงหัวมาต่อสู้

แต่ก็มีสารพัดปัญหา สารพัดเรื่องเข้ามาเป็นอุปสรรค จนแผนการใช้จ่ายในประเทศไม่เป็นผลที่น่าพอใจ พอ ๆ กับแผนการลงทุนในประเทศที่ต้องหยุดชะงักงันไปกับหลาย ๆ เรื่อง



ต้องยอมรับว่าพิษโควิด-19 แม้เป็นเพียงหนึ่งสาเหตุ แต่ก็ทำให้ธุรกิจของไทยพังยับเยินไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ทั้งบริษัททัวร์ โรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร และอีกสารพัด

อย่างที่บอก…นอกจากตัวเลขจีดีพี ที่คนไทยทั้งประเทศต้องลุ้นว่าจะหนัก หรือแค่กลาง ๆ หรือแค่พอประมาณ ยังมีเรื่องราวของสายการบินแห่งชาติ อย่างการบินไทย ที่คนไทยทั้งประเทศ ต้องมานั่งลุ้นกันว่า สุดท้ายแล้ว!! บิ๊กตู่ และครม.ของบิ๊กตู่จะตัดสินใจพาการบินไทยไปทางไหน?

เรื่องราวของการบินไทย ไม่ได้เกิดจากพิษของโควิด-19 เท่านั้น แต่เกิดขึ้นมานาน เกิดแล้วเกิดอีก ล้มลุกคลุกคลานมาหลายยุคหลายสมัย อย่าง…ที่ทุกคนต่างรับรู้รับทราบถึงต้นตอปัญหา

มาจนถึงเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ทุกอย่างที่ซุกไว้ ปกปิดไว้ จึงได้ทะลุปรอทแตก ออกมาเผยความจริงให้คนไทยทั้งประเทศได้เห็นกันถ้วนหน้า

แรกเริ่มเดิมที…มีความพยายามไม่ให้ข่าวร้ายของการบินไทย ออกมาสู่สาธารณชน ด้วยเพราะเป็นห่วงว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างจะ “พัง” ไม่ใช่เพียงแค่การบินไทยเท่านั้น แต่ประเทศจะพัง!!! ตามไปด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตื่นตระหนก การแห่ถอนเงินฝากออกจากแหล่งเงินอย่าง “สหกรณ์ออมทรัพย์” รวม 82 แห่ง ที่นำเงินมาลงทุนซื้อหุ้นกู้การบินไทยกว่า 42,229 ล้านบาท

ต่อให้บรรดาสหกรณ์ออมทรัพย์เหล่านี้มีทรัพย์สินมากกว่าเงินที่นำไปลงทุนซื้อหุ้นกู้ แต่ถ้าความตื่นตระหนก ที่ไม่เข้าใครออกใคร แล้วไปถอนเงินออก อาจทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ได้รับผลกระทบตามไปด้วย



ขณะเดียวกัน ชื่อเสียงความเชื่อมั่นที่มีต่อสายการบินแห่งชาติ ก็จะย่อยยับหดหายไป สะเทือนไปถึงความมั่นใจของบรรดานักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่มีต่อผืนแผ่นดินสยามเมืองยิ้มแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

แผนการดึงดูด การชักชวนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยก็จะชะงัก โดยเฉพาะความฝันที่จะทำให้ไทยกลายเป็นเมืองการบินในภูมิภาคนี้ ก็จะสะดุด ปลุกไม่ขึ้นอีกต่อไป

แต่!! ในเมื่อ “ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด” ที่สำคัญยังลุกลามกลายเป็นปัญหา “การเมือง” ด้วยเพราะการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องประสาน “ผลประโยชน์” ให้ได้กันถ้วนหน้า

แม้ “ความเห็นต่าง” ถือเป็นเรื่อง “ปกติ” ของการบริหาร แต่ความเห็นต่างครั้งนี้ไม่ได้เดิมพันเพียงแค่ “สายการบินแห่งชาติ” เท่านั้น แต่กำลังเดิมพันไปถึง…ประเทศชาติ

สุดท้ายแล้ว การบินไทย อาจไม่ใช่การบินไทย ไม่ใช่สายการบินแห่งชาติอีกต่อไป เพราะการบินไทยมีเจ้าหนี้ต่างชาติกว่า 60% ซึ่งจะแน่ใจได้อย่างไร? ว่าเจ้าหนี้ต่างชาติเหล่านี้จะยอมรับแนวทางที่ได้ตัดสินใจ

ที่สำคัญ… หากมี “ขาใหญ่” เข้ามาอุ้มชูโดยเป็น “เจ้าของ” สายการบินแห่งนี้แบบเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ แถมยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ตามแนวทางประสานประโยชน์ทางการเมืองด้วยแล้ว อนาคตของสายการบินแห่งชาติจะมีอยู่หรือไม่?

ไม่เพียงเท่านี้!! ยังมีการผสมโรงไปกับปัญหาการเมืองภายในพรรคใหญ่ ที่ต้องการ “เปลี่ยนขั้วอำนาจ” นำ “คนใหม่” อย่างอดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ เข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเข้าด้วย

เอาเป็นว่า… ทั้งหลายทั้งปวงคงต้องจับตาดูกันว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือคนร.ในวันนี้ (18 พ.ค.63) คณะกรรมการจะนั่งอยู่กันครบหรือไม่? ที่จะเคาะแนวทางการสางปัญหาสายการบินแห่งชาติ ก่อนนำเข้าสู่การตัดสินใจของครม.บิ๊กตู่ ต่อไป!!
----------------------------------------
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60