อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

ปลูกป่าฝ่าโควิด-โลกร้อน ปากีสถานจ้างคนตกงานปลูกต้นไม้

 ปากีสถานจ้างคนตกงาน ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 เพื่อมาปลูกต้นไม้! ในโครงการปลูกหมื่นล้านต้น สู้โลกร้อนของประเทศ! พุธที่ 20 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


นับตั้งแต่ปากีสถานใช้มาตรการ lockdown ประชาชนนับล้านตกงานและได้ผลกระทบจากมากมาย แรงงานก่อสร้าง Abdul Rahman จากแคว้น Punjab ก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ของประเทศ ในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็มีทางเลือกไม่มากนัก ถ้าไม่ไปขอเงินตามข้างถนน เขาก็ต้องปล่อยให้ครอบครัวของตัวเองหิวต่อไป

แต่รัฐบาลปากีสถานมีข้อเสนอที่ดีกว่าให้กับ Rahman ด้วยการให้มาปลูกต้นไม้ร่วมกับแรงงานอื่น ๆ ที่ไม่มีงานทำเพื่อช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน โดยจะได้ค่าจ้างตอบแทนวันละ 3 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถึงแม้ว่าค่าตอบแทนนี้จะไม่ได้สูงมากมายอะไร แต่มันก็เพียงพอที่จะประทังชีวิตได้



งานที่ Rahman และแรงงานคนอื่น ๆ ต้องทำมีตั้งแต่เพาะชำต้นไม้ นำต้นกล้าไปปลูก ดูแลพื้นป่า และเฝ้าระวังไฟป่าที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งค่าแรงจะอยู่ระหว่าง 7-50 เหรียญสหรัฐแล้วแต่ลักษณะงาน และเพื่อปฏิบัติตามกฎ lockdown อย่างเคร่งครัด แรงงานทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่าง 2 เมตรด้วย

ปากีสถานเริ่มต้นการ lockdown ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ข้อมูลจากสถาบันการพัฒนาเศรษฐกิจของปากีสถานพบว่าระหว่างการ lockdown ประชากรจำนวนกว่า 19 ล้านคนต้องตกงาน และ 70% ของผู้ที่ตกงานมาจากแคว้น Punjab 





อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้จ้างแรงงานที่ตกงานเพิ่มเป็นจำนวนกว่า 63,600 ตำแหน่งเพื่อมาปลูกป่า ให้สอดคล้องกับโครงการ Tree Tsunami ของปากีสถาน ที่มุ่งปลูกต้นไม้ 10,000 ล้านต้น

ซึ่งแผนการกระตุ้นสีเขียวนี้ ได้ช่วยให้เศรษฐกิจและหลายครอบครัวสามารถดำเนินต่อไปได้ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่หลาย ๆ อย่างถูกปิดตัวลง อีกทั้งยังช่วยให้ประเทศเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย 

โครงการปลูกต้นไม้หมื่นล้านต้นนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2018 เพื่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นต้นเหตุของอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้น น้ำท่วม ความแห้งแล้ง และสภาวะอากาศสุดขั้วอย่างอื่น ๆ 



จาก Global Climate Risk Index 2020 ปากีสถานจัดเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงอยู่ลำดับที่ 5 ที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนสูงในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา 
รายงาน Germanwatch ของปากีสถาน ระบุว่า ในช่วงปี 1999 จนถึงปี 2018 ประเทศต้องเผชิญกับอากาศแบบสุดขั้วมากถึง 150 ครั้ง ตั้งแต่น้ำท่วมยันไปถึงคลื่นความร้อน ที่สร้างความเสียหายเป็นจำนวน 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้วยเหตุนี้ นักสิ่งแวดล้อมจึงได้ผลักดันให้มีการปลูกป่าเพื่อป้องกันน้ำท่วม ฝนตกอย่างปกติ สร้างความร่มเย็น ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา และดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ



ข้อมูลจาก WWF ระบุว่าปากีสถานเป็นประเทศที่มีระดับป่าเหลือเพียง 6% เท่านั้นจากพื้นที่ทั้งหมด ในทุก ๆ ปี พื้นที่ป่าหลายพันไร่ต้องถูกทำลายไปจากการทำฟาร์มขนาดย่อม ๆ 

ในปีนี้ รัฐบาลหวังว่าจะมีการปลูกต้นไม้เพิ่มอีก 50 ล้านต้น ปกติฤดูกาลปลูกต้นไม้จะมีถึงแค่ปลายเดือนพฤษภาคม แต่ทางโครงการวางแผนที่จะขยายระยะเวลาออกไปถึงปลายเดือนมิถุนายนเพื่อให้แรงงานผู้ปลูกต้นไม้มีงานทำต่อไปด้วย

Rab Nawaz จาก World Wildlife Fund (WWF) ของปากีสถานกล่าวว่า “โครงการที่รัฐบาลนำมาใช้ถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและยังสร้างงานให้แก่ผู้ที่ตกงานทั้งหลาย”

อย่างไรก็ตามเขาเตือนว่า การปลูกต้นไม้เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้นที่จะช่วยให้เราต่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ได้ เรายังต้องลงทุนเพื่อพัฒนาทั้งเกษตรกรและชาวเมืองต่าง ๆ ให้มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบจากโลกที่ร้อนขึ้นได้ 
.......................
คอลัมน์ พุ่มไม้ใบบัง
โดย "ร่มธรรม ขำนุรักษ์"
ขอบคุณที่มาและภาพจาก 
World Economic Forum
www.weforum.org

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 62