อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563

ตั้งใจให้สุด ไม่หยุดพัฒนา''อลิสา จณิน โวลล์มันน์"

จัดเป็นอีกหนึ่งสาวอนาคตและมากความสามารถมากๆ สำหรับสาว''อลิสา จณิน โวลล์มันน์''สาวลูกครึ่งไทยเยอรมันวัย 22 ปี ที่มีผลงานมาแล้วมากมาย พุธที่ 20 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.49 น.


อย่างงานภาพยนตร์เรื่อง Fak Ju Göhte 2 ที่ทำรายได้อันดับหนึ่งในเยอรมนี ,ละครรักนิรมิต ที่กำกับการแสดงโดย ต้อ-มารุต สาโรวาท ทางช่อง True Visions,True4You รวมถึงประสบการณ์ทางดนตรีที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฝึกศิลปินหน้าใหม่ Yes!Academy สองปีซ้อน ที่จัดโดย American Voices และสถานทูตอเมริกันประจำประเทศไทยและยังคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และได้ Gold Buzzer จากดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค บนร้องเพลงประกวด Thailand’s Got Talent อีกด้วย

ด้วยโปรไฟล์ที่น่าสนใจดังกล่าว ทำให้ ''เดลินิวส์ออนไลน์'' ต้องคว้าตัวสาวอลิสามาพูดคุยถึงมุมมองและทัศนคติของเธอในการทำงานบนถนนบันเทิงแห่งนี้สักหน่อย



มีงานเพลงและงานแสดงติดต่อเข้ามาเยอะมากๆ?
หลังก็อททาเลนท์เมื่อสี่ปีก่อน ก็มีงานติดต่อเข้ามาเหมือนกัน แต่เป็นงานที่หนูคิดว่ายังไม่ใช่เเละไม่เข้ากับบุคลิกก็เลยกลับไปเรียนหนังสือที่ จ.ลำปางจนจบมัธยมปลายพอปีที่สองก็มาถ่ายละคร “รักนิรมิต” กับพี่ต้อ-มารุต และเข้าสังกัดค่ายริเวอร์แมนที่ลอนดอนตอนเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งหนูก็ได้อัดเพลงทำอัลบั้มแรกเลยตอนเดือน ส.ค.อัดเสร็จไป 14 เพลง ภายในเวลาเดือนกว่า หนูเเต่งเนื้อร้องเเละทำนองเองทั้งหมดจากนั้นก็เริ่มถ่ายเอ็มวีเพลง “เดจาวู”เป็นเพลงแรกเดือน ธ.ค. ซึ่งปีนี้ละครรักนิรมิตก็ออกฉายพร้อมกับออกซิงเกิ้ลแรกเดจาวูพอดี ส่วนอัลบั้มน่าจะเป็นสิ้นปี รอให้ถ่ายเอ็มวีครบทุกเพลงเสร็จก่อน พอดีมาติดโควิดก่อนเลยต้องหยุดถ่าย

สบายใจแบบไหนก็ทำงานนั้น
หนูอยากให้คนดูละครหรือคนฟังเพลงชอบเรา อย่างที่เราเป็นเเละด้วยผลงานที่เรามีโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหน้าตาด้วยศัลยกรรม หนูไม่ใช่คนที่สวยที่สุด แต่คนเราไม่จำเป็นต้องสวยเพอร์เฟ็กซ์ไปหมดก็ได้ หนูมีจุดยืนแบบนี้ที่เล่นละครกับพี่ต้อก็เพราะพี่ต้อและทรูรับเราได้อย่างที่เราเป็น เวลาถ่ายละครพี่ต้อกับทางกองก็จัดให้เป็นบล็อค ทำให้หนูไม่ต้องย้ายมาอยู่กรุงเทพ แต่ไปๆมาๆตามคิวถ่ายเดือนนึงก็ถ่ายละครที่กรุงเทพฯ 2-3 อาทิตย์ อีกอาทิตย์ที่เหลือก็อยู่ จ.ลำปางสบายใจแบบนั้น

ค่ายเพลงเก่าแก่ของอังกฤษชวนไปเซ็นสัญญารู้สึกอย่างไร?
จริงๆริเวอร์แมนที่ลอนดอน ติดต่อเข้ามาด้วยความบังเอิญเพราะผู้ช่วยคุณเดฟ (เดวิดแมคลีนซีอีโอริเวอร์แมนตอนนี้เป็นผู้จัดการจณิน) เป็นแฟนเพลงหนูเลยแนะนำหนูให้คุณเดฟรู้จัก คุณเดฟลองให้หนูร้องเพลงในสตูดิโอกับ Kyle Falconer ศิลปินในสังกัดเขา แล้วทางเขาชอบเขาก็เลยชวนเซ็นสัญญา ริเวอร์แมนเป็นค่ายเก่าแก่ของอังกฤษศิลปินดังๆ




''หนูอยู่กับริเวอร์แมนแล้วรู้สึกสบายใจ เขาไม่พยายามเปลี่ยนเรา เราเป็นตัวของตัวเองมากอยากแต่งเพลงให้ออกมาเป็นยังไงเขาตามใจเราหมด อะไรที่ไม่อยากทำเขาก็ไม่บังคับ เขาเชื่อมั่นในตัวเราในเเบบที่เราเป็นเราเลือกได้ว่าเราอยากอัดเพลงที่สตูดิโอไหนในไทยในลอนดอนหรือสก็อตแลนด์ทีมงานดูแลดีมาก เขาสอนหนูว่าต้องค่อยๆสร้างฐานจากสิ่งที่เรารักจริงๆเเละค่อยๆให้มันเติบโตไปไม่ต้องไปเร่งรีบเพราะมันจะยั่งยืนกว่า”

เรียนรู้ว่ารายได้หลักของนักร้องสากลไม่ได้มาจากยอดวิว?
หนูเพิ่งรู้ว่ารายได้หลักของนักร้องระดับสากล ไม่ได้มาจากยอดวิว แต่มาจากการออกทัวร์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ ตอนนี้ก็มีบริษัทจัดคอนเสิร์ตในจีนติดต่อริเวอร์แมนมาจะออร์แกไนซ์ทัวร์คอนเสิร์ตให้หนูในจีน เพราะจีนเริ่มมีโควิดก่อนเรา ตอนนี้เขาก็กลับไปเป็นปกติแล้ว คอนเสิร์ตก็น่าจะเริ่มที่นั่นได้ก่อนที่อื่นในโลก

บริษัทฯจีนก็เอาร่างสัญญาส่งมาให้อ่าน เขาให้อิสระในการตัดสินใจ หากหนูจะรับงานละคร ภาพยนตร์หรือจะไปฟีทเจอร์เพลงกับเพื่อนศิลปินไทย เขาก็ไม่ว่า ก็แล้วแต่เราเห็นว่าเหมาะสมและอยากทำหรือเปล่า



อยากเป็นนักร้องที่อยู่ได้นาน ต้องไม่พึ่งพาคนอื่นอย่างเดียว?
หนูทำเพลงเเนวเเร็ปฮิปฮอปผสมกับป๊อป โดยใช้วิธีผสมการเเร็ป ร้องให้ลื่นเเละเข้ากันมากที่สุด หนูเเต่งเนื้อร้องเเละทำนองเอง เรียนทำเพลงเเนวอิเล็คโทรนิคที่มหาลัย หนูก็ศึกษาวิธีทำเพลงพื้นหลังเองด้วย คุณพ่อบอกว่าร้องอย่างเดียวไม่พอและให้ลองทำเพลงด้วยตอนแรกหนูก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่

''แต่ตอนนี้หนูเข้าใจที่พ่อพูดร้อยเปอร์เซ็นต์ หนูต้องมีส่วนร่วมในการเเต่งเพลงที่ร้อง ถ้าเราอยากเป็นนักร้องที่อยู่ได้นาน เราไม่ควรพึ่งคนอื่นอย่างเดียว แต่ควรทำดนตรีเองหรือเเต่งเนื้อร้องทำนองเองเพลงของเราที่เราร้องควรผูกถึงอารมณ์ที่เราเองมีอยู่ในเพลง ที่จะสื่อถึงคนฟัง''



งานแสดงก็เป็นความสนุกไปอีกแบบ?
หนูเเร็ปเเละร้องเพลงมานาน มันเป็นสิ่งที่หนูชอบเเละรู้สึกมั่นใจที่สุดเวลาร้องเพลงหนูเเสดงบุคลิกเเละเอกลักษณ์ของตัวเองได้เต็มที่เป็นการถ่ายทอดทุกอย่างที่หนูเป็นออกมา เเต่การเป็นนักเเสดง ทำให้ได้พักจากการเป็นตัวเอง ได้สวมบทบาทเป็นคนอื่น ซึ่งสนุกไปอีกเเบบ

''หนูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการร้องเพลงบนเวทีได้ จะว่าไปเเล้ว การที่เราได้รับตัวละครมาเล่นตัวหนึ่งถึงมันอาจจะเป็นบุคคลที่มีนิสัยท่าทางที่ไม่เหมือนเราในชีวิตจริงเเต่เรามีอิสระ ที่จะวิเคราะห์ตัวละครนี้ในเเบบของเราในเข้ากับเนื้อเรื่องได้ เช่น เวลาโกรธควรระเบิดอารมณ์ออกมาหรือว่านิ่งๆเงียบๆ เเต่ทุกคนรับรู้ได้ว่าโกรธ ล้วนเป็นบุคลิกของตัวละครนั้นๆ”



พัฒนาต่อยอดไม่มีคำว่าสิ้นสุด?

หนูตั้งใจจะเรียนรู้ไปเรื่อยๆทั้งด้านร้องเพลงเเละการเเสดง อย่างรักนิรมิตเป็นละครเรื่องเเรกของหนู พี่ต้อให้โอกาสหนูเล่นละครเรื่องนี้ ทั้งๆที่เป็นเรื่องเเรก การตัดสินใจให้คนที่ไม่เคยเล่นละครมาก่อนมาเล่นเรื่องเเรกเเล้วเป็นนางเอก หนูคิดว่ามันต้องไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย เเต่พี่ต้อก็ยังให้โอกาสความอยากเรียนรู้เเละฝึกฝน จนเป็นเเรงผลักดันในการมุ่งสู่วงการเเสดง

''หนูมีอะไรที่ต้องปรับปรุงเเก้ไขอีกเยอะทั้งงานเเสดงเเละร้องเพลง หนูคิดว่าการที่เราฝึกไปเรื่อยๆเเล้ววันนึงเรามองย้อนกลับไปเห็นถึงพัฒนาการของตัวเองเเล้วมันเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจที่สุดค่ะ''

ยิ่งได้ฟังมุมมองและความคิดของสาวสวยคนนี้แล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าเธอต้องไปได้ไกลมากๆแน่นอนเพราะคนที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเองไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม ย่อมเป็นน้ำครึ่งแก้วที่พร้อมจะเปิดรับความรู้และสิ่งใหม่ๆเสริมความรู้ให้กับตัวเองไม่มีวันจบนั่นเอง

คอลัมน์ : Talk Online
สมคิด แซ่คู


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 279