อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

"ต้อลมและต้อเนื้อ"

ต้อลม (pinguecula) มีลักษณะเป็นก้อนสีขาวเหลือง อาจเป็นแผ่นหรือนูนเล็กน้อยที่บริเวณเยื่อตาซึ่งคลุมอยู่บนตาขาวทางด้านข้างของกระจกตาหรือที่เรียกว่า “ตาดำ” ส่วนต้อเนื้อ (pterygium) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก (pteryx/pterygos ซึ่งแปลว่า ปีก) อาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.30 น.

ต้อลม (pinguecula) มีลักษณะเป็นก้อนสีขาวเหลือง อาจเป็นแผ่นหรือนูนเล็กน้อยที่บริเวณเยื่อตาซึ่งคลุมอยู่บนตาขาวทางด้านข้างของกระจกตาหรือที่เรียกว่า “ตาดำ” ส่วนต้อเนื้อ (pterygium) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก (pteryx/pterygos ซึ่งแปลว่า ปีก) ลักษณะเหมือนแผ่นเนื้อสีแดงหรือชมพู รูปสามเหลี่ยมคล้ายปีกนก งอกจากบริเวณเยื่อตา โดยมียอดสามเหลี่ยมอยู่ทางด้านกระจกตา ต้อเนื้อจะค่อย ๆ โตอย่างช้า ๆ มีขนาดหลากหลายตั้งแต่ขนาดเล็กและดูฝ่อไปจนถึงขนาดใหญ่ อาจโตอย่างรวดเร็วและมีเส้นเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก ถ้าเป็นมากอาจลามเข้าถึงกลางกระจกตาและปิดบังการมองเห็นได้ ต้อเนื้อเป็นเนื้องอกที่ไม่อันตราย ทั้งต้อลมและต้อเนื้อไม่ใช่มะเร็ง
        
ต้อลมและต้อเนื้อ (ภาพที่ 1) มักพบระหว่างเปลือกตาบนและล่างซึ่งเป็นตำแหน่งที่โดนแสงแดด โดยพบที่หัวตามากกว่าหางตา อย่างไรก็ตามสามารถพบบนตาขาวทางด้านหัวตา หางตา หรือพบทั้งสองตำแหน่งได้ในคราวเดียวกัน ต้อลมต่างจากต้อเนื้อตรงที่ต้อลมจะไม่ลุกลามไปบนกระจกตา ต้อลมและต้อเนื้ออาจมีการอักเสบ ทำให้มีอาการแสบ เคืองตา ตาแดงหรือปวดตาได้

สาเหตุของการเกิดต้อลมและต้อเนื้อ
        
ต้อลม เกิดจากการเสื่อมของเส้นใยคอลลาเจนในเยื่อตา สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากลมเหมือนชื่อ แต่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet, UV) ที่อยู่ในแสงแดดเป็นเวลานานร่วมกับการสัมผัสลม ฝุ่น ควันและความร้อนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อตา ต้อลมพบได้ในทุกช่วงอายุ แต่จะพบในวัยกลางคนและผู้สูงอายุมากกว่า ส่วนต้อเนื้อเกิดจากการเสื่อมของคอลลาเจนและการมีเนื้อเยื่อพังผืดเกิดขึ้น แม้ว่าชื่อโรคจะมาจากลักษณะที่เหมือนก้อนเนื้อ แต่สาเหตุของการเกิดไม่เกี่ยวข้องกับการรับประทานเนื้อเลย ต้อเนื้อมีสาเหตุเหมือนต้อลม แม้ว่ารังสีชนิดยูวีบี  (UVB) จะเป็นสาเหตุหลักของการเกิดต้อเนื้อ แต่จากการศึกษาพบว่า กลไกการเกิดยังไม่ชัดเจนและมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเป็นต้อเนื้ออีก ยกตัวอย่างเช่น การอักเสบ การติดเชื้อไวรัส ภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน ตัวปรับเปลี่ยนสารเคลือบเซลล์ (extracellular matrix modulators) โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมการตายของเซลล์และการเกิด มะเร็ง กลไกที่ทำให้ยีนเปลี่ยนจากภาวะ เฮเทอโรไซโกท (loss of heterozygosity) ภาวะที่แต่ละตำแหน่งในจีโนมมีจำนวนชุดที่ผันแปรไปจากปกติเป็นจำนวนมาก (microsatellite instability) กระบวนการสร้างท่อน้ำเหลือง การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์จากแบบแผ่นเป็นแบบคล้ายกระสวยและมีการลดลงของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการยึดเกาะของเซลล์ การเปลี่ยนแปลงของกระบวนการสร้างและสลายไขมัน



ความชุกของต้อเนื้อ
        
มีการสำรวจในกลุ่มประชากรหลายแห่งทั่วโลกพบว่ามีความหลากหลายตั้งแต่ 2.8% ถึง 38.7% และแตกต่างกันไปตามพื้นที่ จากการศึกษาล่าสุดในประเทศเกาหลีใต้และจีนพบความชุก 8.8% และ 9.84% ตามลำดับ ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับที่พบในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา (16%) และภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเอธิโอเปีย (38.7%) ในแง่ของเพศ พบมีหลายการศึกษาและได้ข้อสรุปแตกต่างกันไป มีทั้งที่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงมากกว่าหรือเท่ากันทั้งสองเพศ ส่วนความสัมพันธ์ของต้อเนื้อกับการสูบบุหรี่นั้น มีการศึกษาแต่ยังไม่สามารถสรุปได้

ความเสี่ยงของการเป็นต้อเนื้อ
ต้อเนื้อมักพบในคนหนุ่มสาว และแทบจะไม่พบในคนอายุน้อยกว่า 15 ปี โดยเชื่อว่าปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้อง ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นต้อเนื้อนั้นพบมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสฝุ่น ความร้อน การอักเสบ การติดเชื้อของผิวหน้าของลูกตา การอาศัยอยู่ในเขตชนบท อายุมาก การศึกษาน้อย หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้ง 

อาการ
        
ผู้ที่เป็นต้อลมและต้อเนื้อจะมีอาการที่หลากหลายตั้งแต่ไม่มีอาการเลยจนถึงมีอาการตาแดง (ภาพที่ 2)  บวม คันตา เคืองตา แสบตา น้ำตาไหล ปวดหรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา ต้อลมมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ แต่มักเป็นไปอย่างช้าๆ โดยทั่วไปต้อลมและต้อเนื้อจะไม่ทำให้ตามัว ยกเว้นต้อเนื้อที่เป็นมากและลามเข้ากลางกระจกตา ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับเยื่อตาที่มีการยกตัวขึ้นและกระจกตาที่อยู่โดยรอบ สาเหตุหลักของการเห็นลดลงเกิดจากตัวต้อเนื้อเองที่มีผลต่อการหักเหของแสง ภาวะสายตาเอียงจากก้อนเนื้อที่ลามขึ้นไปบนกระจกตา การบดบังหรือการทำให้แนว/แกนการมองเห็น (visual axis) ขุ่น (ภาพที่ 3)  รวมถึงการอักเสบของต้อเนื้อซ้ำ ๆ ซึ่งไม่สามารถบรรเทาให้ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาโดยยาหยอดและ/หรือยาป้ายเฉพาะที่ โดยทั่วไปแล้วต้อเนื้อจะไม่ทำให้การมองเห็นลดลงมากอย่างผิดปกติ)



ประเภทของต้อเนื้อ
      
ต้อเนื้อ
สามารถจำแนกได้หลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น ตามตำแหน่งที่ลามไปยังกระจกตา (ภาพที่ 4) ตามลักษณะต้อเนื้อที่ฝ่อหรืออักเสบ หรือตามความผิดปกติของกระจกตา (corneal higher-order irregularity ที่เกิดขึ้น เป็นต้น      

การป้องกันและการรักษา
        
ต้อลมและต้อเนื้อที่เป็นไม่มากหรือไม่มีอาการผิดปกติ สามารถปล่อยทิ้งไว้ได้โดยไม่มีอันตรายและมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
        
1. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าวข้างต้น

2. สวมใส่แว่นกันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง เพื่อลดการโดน
รังสี UV ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นต้อลมและ/หรือต้อเนื้อ ในกรณีที่เป็นแล้ว การใส่แว่นกันแดดจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้นและช่วยลดอาการต่าง ๆ ได้
        
3. ยาหยอดตาหรือสารหล่อลื่น เช่น ยาหยอดตาผสมสเตียรอยด์  ในระยะสั้น น้ำตาเทียม ใช้ในกรณีที่มีอาการ เพื่อบรรเทาการระคายเคืองตาและทำให้ตาไม่แดง อย่างไรก็ตามยาหยอดตานั้นไม่สามารถทำให้ต้อลมและต้อเนื้อหายไปได้
        
4. การผ่าตัด โดยมากทำในกรณีที่ต้อเนื้อลุกลามเข้าไปบนกระจกตาพอสมควร มีการมองเห็นลดลงจากต้อเนื้ออย่างผิดปกติหรือเพื่อความสวยงาม ถ้าเป็นน้อย ไม่จำเป็นต้องทำผ่าตัด ส่วนต้อลมไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออก เพราะไม่มีอันตรายต่อตา การเลือกวิธีผ่าตัดแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับสภาพต้อเนื้อและคนไข้เป็นหลัก 
        
ข้อมูลจาก แพทย์หญิงณฐมน ศรีสำราญ จักษุแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคต้อหิน แผนกจักษุกรรม โรงพยาบาลพญาไท 1 / www.phyathai.com

 
..............................................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 716