อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

เครื่องดูดเสมหะผู้ป่วยไอซียูอัตโนมัติ นวัตกรรมช่วยบุคลากรทางการแพทย์

จากข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อสิ้นปี 2562 พบว่า จำนวนประชากรผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปของประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16 ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.

จากข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อสิ้นปี 2562 พบว่า จำนวนประชากรผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปของประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16 ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้การคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2568 ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) และจากผลการศึกษาปัญหาการเจ็บป่วยจากการตรวจร่างกายของผู้สูงอายุไทยล่าสุด โดยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ พบมีผู้สูงอายุจำนวนกว่า 1 ล้านคน คิดเป็นเกือบร้อยละ 15 ที่นอนติดเตียง และต้องพึ่งพิงคนอื่นช่วยดูแล นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้สูงอายุจำนวน ประมาณ 960,000 คน ที่ช่วยเหลือตนเองได้บางส่วน และอีกประมาณ 63,000 คน ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ การดูแลรักษาฟื้นฟูผู้สูงอายุจึงมีความแตกต่างจากประชาชนทั่วไป ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและพิเศษมากกว่าช่วงวัยอื่น
คณะทันตแพทยศาสตร์ ร่วมกับทีมวิจัยจากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คิดค้นพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ “เครื่องดูดน้ำลายและเสมหะอัตโนมัติ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ศาสตราจารย์ ดร.ทพญ.วรานันท์ บัวจีบ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ เป็นเรื่องสำคัญ ผู้ป่วยที่นอนติดเตียง และผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาภาวะการกลืนลำบาก (Dysphagia) ไม่ว่าจะเป็นการกลืนอาหาร หรือของเหลวบางชนิด แม้กระทั่งกลืนน้ำลาย จึงได้คิดค้น “เครื่องดูดน้ำลายและเสมหะอัตโนมัติ” ขึ้น นวัตกรรมดังกล่าวได้ผสานความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วย
งานของทีมวิจัย ประกอบด้วย คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีความเชี่ยวชาญและได้ทำงานร่วมกับเครื่องดูดน้ำลายภายในช่องปาก คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในด้านการดูแลผู้ป่วยติดเตียง และสามารถนำเครื่องต้นแบบมาทดสอบกับผู้ป่วยได้ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้นำทักษะทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ไปใช้ในการพัฒนาเครื่องมือ ประดิษฐ์อุปกรณ์ ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการช่วยเหลือผู้ป่วย นวัตกรรมนี้จะใช้สำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจส่วนใหญ่ไม่สามารถกลืนน้ำลาย (Dysphagia) หรือไอเพื่อนำเสมหะออกมา เครื่องดูดน้ำลายและเสมหะอัตโนมัติจึงทำให้ผู้ป่วยติดเตียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



ศาสตราจารย์ ดร.ทพญ.วรานันท์ กล่าวว่า ทีมวิจัยยังได้นำเทคโนโลยี IoT หรือ Internet of Things มาใช้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อ
นวัตกรรมครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยบุคลากรสามารถควบคุมการทำงานของเครื่องจากจอคอมพิวเตอร์หรือจาก Application ผ่านมือถือ สามารถกำหนดปริมาณของน้ำลาย เวลา และแรงดูด ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน และส่งสัญญาณเตือนเมื่อมีเหตุขัดข้อง ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้ป่วยติดเตียง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในโรงพยาบาล อีกทั้งยังลดความเสี่ยงการติดเชื้อในสถานการณ์โรคระบาด และประหยัดการใช้ทรัพยากรป้องกันของบุคลากรในการสัมผัสเชื้อโรค (Personal Protective Equipment , PPE)

เครื่องดูดน้ำลายและเสมหะอัตโนมัตินี้ เป็นนวัตกรรมโดยการบูรณาการของบุคลากรทางด้านสาธารณสุข และบุคลากรทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในการพัฒนาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ทางการแพทย์ให้มีความก้าวหน้า และทัดเทียมกับนานาประเทศ และหากได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจนผลิตเพื่อนำสู่การใช้งาน จะสามารถใช้งานกับผู้ป่วยติดเตียงในทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ ก็จะช่วยลดภาระการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี.

.......................................................
นภาพร พานิชชาติ

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36