อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

1ภาพล้านความหมาย กับสิ่งดี ๆที่..."อัยเยอร์เวง"

ชื่นชม 2 ภาพ 2 ภารกิจโปลิศไทย เอาใจใส่-ดูแลประชาชนดุจญาติมิตร พบกับภาพสุดประทับใจกับสิ่งดีๆที่“อัยเยอร์เวง”-พลิกวิกฤติโควิดฯเป็นโอกาสตำรวจกรุงเก่าเข้าถึงชาวบ้าน เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.


โลกถึงเวลาเปลี่ยนโดยเฉพาะวงการสื่อมวลชน เมื่อก่อนคนหยิบหนังสือพิมพ์อ่านก่อนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ข่าวราวกับตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ สื่อมีอิทธิพลชี้นำกับชาวบ้านมาก แต่ปัจจุบันยุคโซเชียลฯเกิดการเปลี่ยนแปลงสื่อกลับหันไปหยิบเรื่องที่ชาวบ้านโพสต์ในเฟซบุ๊กเอามาเป็นข่าว โดยเฉพาะเรื่องความรุนแรง-ความเสียหาย-ข่าวฉาวทางลบนี่ชอบมาก

เช่นเดียวกับดารา-นักร้อง-นักการเมือง อยากจะป้อนอะไรให้สื่อเพียงแค่โพสต์ในสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไป ไม่นานสื่อติดกับนำเรื่องไปนำเสนอ หรือจะเป็นยุคที่สื่อทำงานง่ายเกินไปหรือป่าว ง่ายขนาดไหนคิดดูเอาภาพ-คลิปที่ชาวบ้านถ่ายมาเผยแพร่โดยไม่บอกที่มาที่ไป เหตุเกิดที่ไหนก็ไม่รู้ ชื่อเสียงเรียงนามใครเป็นใครเดาเอาเอง...หนักสุดคือไม่ให้เครดิตหรือขอบคุณเจ้าของเรื่องแม้แต่น้อย



ที่พูดที่บ่นไปอย่าโกรธกันนะแค่เป็นห่วงไม่อยากให้โลกโซเชียลฯมันเปลี่ยนแนวคิด-การทำงานของสื่อมากไปกว่านี้ ตรงกันข้ามหากนำภาพหรือคลิปมาต่อยอด-หาข้อมูลเสริมน่าจะดีไม่น้อย อย่างเช่นคอลัมน์ฯตอนนี้ “เหยี่ยวขาว” บอกตรง ๆ ไม่มีเรื่องราวคนดีฯมานำเสนอเลย บังเอิญไปเห็นภาพการทำงานของตำรวจโรงพักอัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เรียกว่าภาพเดียวล้านความหมาย

ภาพแห่งความประทับใจที่ตำรวจต่างจังหวัด หรือตำรวจบ้านนอกทำให้กับชายพิการคนหนึ่ง แม้จะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่มากมาย แต่ภาพที่ตำรวจแบกผู้พิการขึ้นหลังพาไปส่ง รพ.เป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง สื่อให้เห็นถึงความเป็นตำรวจอาชีพที่ทุ่มเทรับใช้ประชาชนอย่างบริสุทธิ์ใจ



พ...วงศกร เหมือนเขียว ผกก.สภ.อัยเยอร์เวง.ยะลา บอกว่า ได้มอบหมายให้ ส.ต.อ.ปราโมทย์ เลี้ยงพันธุ์สกุล ผบ.หมู่ ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์เข้าอำนวยความสะดวกรับ-ส่งนายสิรภพ มณีนิล อายุ 16 ปี ชาว อ.เบตง ซึ่งเป็นผู้พิการขาตั้งแต่กำเนิดมายังโรงพยาบาลเบตงดำเนินการทำขาเทียมใหม่เป็นขาเทียมพระราชทานฯ เนื่องจากขาเทียมอันเก่ามีขนาดเล็กใช้การไม่ได้ กระทั่งมีชาวบ้านเห็นภารกิจต่างก็ชื่นชม พร้อมฝากขอบคุณเรื่องที่ดูแลประชาชนถึงบันไดบ้าน

ช่วงโควิดฯแพร่ระบาดผมพร้อมชุดมวลชนสัมพันธ์ไม่ลดละที่จะเข้าพื้นที่เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงตามหมู่บ้านที่รับผิดชอบ ถึงแม้ในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นสีแดง-มีพี่น้องชาวมุสลิมเกือบ100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค ทีมงานเข้า–ออกหมู่บ้านจนเกิดความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่

จน
เป็นที่รักของชาวบ้านทั้งไทยพุทธ และมุสลิม การทำงานไม่เคยเลือกปฏิบัติ หากพบเห็นชาวบ้านลำบากจะเข้าช่วยเหลือทันที อย่างกรณีนายสิรภพเมื่อรู้ว่าน้องเขาเดินลำบากจึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนน้องได้รับการเปลี่ยนขาเทียมใหม่”



ผกก.อัยเยอร์เวง บอกต่อว่า ด้วยบริบทการทำงานของตำรวจทำให้พวกเราไม่สามารถทำตามมาตรการเว้นระยะห่าง (social distancing)ได้ เพราะระหว่างจับกุม-ต่อสู้ ฯลฯจำเป็นต้องจับหรือสัมผัสตัวผู้กระทำผิดตลอดเวลา ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงมีความเสี่ยงที่จะติดโควิดฯอยู่ตลอด เพราะโดยหลักการแล้วไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้กระทำความผิดมีประวัติอย่างไร และคนที่กระทำความผิดส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ระมัดระวังตัวเองอยู่แล้ว อีกทั้งคดีส่วนใหญ่ที่ตำรวจต้องไปตามจับมักเกี่ยวข้องกับการพนันหรือการดื่มสุรา ซึ่งมีความเสี่ยงในการอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามถึงจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่ด้วยหน้าที่ของตำรวจไทยหัวใจบริการก็ยังคงเดินหน้าโครงการเยี่ยมบ้าน และฟื้นฟูผู้ป่วยติดเตียง-ติดบ้านในตำบลอัยเยอร์เวง รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดโควิดฯ รวมทั้งให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางมารับสิ่งของได้ด้วย





สามารถ ทองอ่อน” ชาวบ้านอัยเยอร์เวง บอกว่า เห็นการทำงานของ พ...วงศกร มาตั้งแต่มารับตำแหน่งแล้วทุกวันจะเห็น ผกก.พร้อมลูกน้องเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านต่าง ๆในพื้นที่เพื่อเยี่ยมผู้พิการ-คนป่วยติดเตียงที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดโควิดฯ ล่าสุดประสานงานให้นายสิรภพ มณีนวล ป่วยพิการตั้งแต่กำเนิดไม่มีขาทั้งสองข้างจนได้รับรถวีลแชร์ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังไปแจกจ่ายถุงยังชีพและเยี่ยมเยี่ยนให้กำลังใจผู้กักตัวที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งเยี่ยมเยี่ยนผู้พิการ และผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง จนชาวบ้านให้ความรัก-นับถือในน้ำใจการบริการของตำรวจโดยที่ไม่เลือกศาสนาแต่อย่างใด พวกเขาเห็นความสำคัญของประชาชนเป็นหลัก

อีกภาพที่เห็นแล้วอดชื่นใจไม่ได้ คือภาพ ตำรวจ สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมแรงร่วมใจกันจัดโครงการรถพุ่มพวงปันสุข (จยย.เคลื่อนที่)ตระเวนขี่จยย.แจกจ่ายข้าวสาร-อาหารแห้งตามชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดย ...ธีรวุฒิแสงมณี ผกก.สภ.ท่าเรือ เน้นไปที่ฝ่ายสายตรวจ และจราจร เนื่องจากตำรวจทั้ง 2 ฝ่ายมีความใกล้ชิดกับประชาชน มีโอกาสกระทบกระทั่งกันเป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนได้มองตำรวจในภาพลักษณ์ที่ดี





เป็น 2 ภาพ 2 ภารกิจที่เห็นแล้วเกิดความประทับใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ขึ้นมาทันที ภาพแรก ผกก.ไม่ใช่คนในพื้นที่-ไม่ใช่คนใต้ แต่กุมหัวใจคนพื้นที่ได้อย่างน่าชื่นชม เพราะความเอาใจใส่ และความเป็นตำรวจอาชีพอย่างแท้จริง ส่วนภาพหลังเป็นการปรับภาพลักษณ์ของตำรวจที่ถูกชาวบ้านมองในแง่ลบตลอด เอาวิกฤติโควิดฯมาเป็นโอกาสเรียกศรัทธาจากประชาชน....สิ่งดี ๆ แบบนี้ทำเหอะมีแต่ได้กับได้.
........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย“เหยี่ยวขาว”
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ “เจษฎา สิริโยทัย”เดลินิวส์ออนไลน์ จ.ยะลา --- ภาพจากเฟซฯตำรวจสภ.ท่าเรือ 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%