อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

ชะตาเริ่มจากถูกรถชนตอนตักบาตร 'แม่ค้าหมูปิ้ง'สู้ชีวิต-ดูแล5ชีวิต!!

เรื่องราวอันน่าเวทนาของ "แม่ค้าหมูปิ้ง" สู้ชีวิต ต้องเป็นเสาหลักดูแลของครอบครัว หลังจากกระบะมรณะพุ่งเข้าชนสามีตอนตักบาตรพระจนเป็นอัมพาต ทำให้ 5 ชีวิต ต้องฝากความหวังให้เธอ อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


“ความว้าเหว่เป็นธรรมอันอยู่ในตัวของทุกคนอยู่แล้ว อย่ามองว่ามันเกิดขึ้นเพราะอยู่คนเดียว” ปรัชญาชีวิตของ พระอาจารย์ มิตซูโอะ คเวสโก พระภิกษุชาวญี่ปุ่น

ชะตากรรมของคนเราไม่อาจจะหยั่งรู้ได้ เพราะถ้ารู้ได้ก็คงไม่มีใครอยากลำบาก อยากมีชีวิตน่าเวทนาให้ใครเขาสงสาร แต่เมื่อมันไม่รู้อนาคตเพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือ “ทำวันนี้นี่แหละให้ดีที่สุด”

ที่บ้านเลขที่ 75/4 ม.5 ต.กระแซง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านใต้ถุนยกสูง มีครอบครัวครอบครัวหนึ่งที่มีหลายชีวิตพักอาศัยอยู่ และเป็นครอบครัวที่ต้องดิ้นรนให้ผ่านพ้นไปได้แค่ทีละวันๆ



ผู้เป็นพ่อคือ นายสายัน อ้อยกลาง อายุ 42 ปี นอนอยู่บนที่นอน ร่างกายซูบผอม ขยับตัวไปไหนไม่ได้เลยเนื่องจากเป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยมี น.ส.อรวรรณ รามคุณ วัย 30 ปี ภรรยา แม่ค้าหมูปิ้ง และลูกชายวัย 11 ขวบ กับลูกชายวัย 4 ขวบ รวมทั้งหลานอีกคน คอยช่วยบีบนวดทำกายภาพบำบัดให้ สรุปคือบ้านหลังนี้มีด้วยกันถึง 5 ชีวิต

แม่ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวอย่าง น.ส.อรวรรณ เปลือยชีวิตทั้งน้ำตาว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นในวันที่ 5 ก.พ.63 เวลา 05.00 น. สามีขี่ จยย.ไปส่งตนไปทำงาน แต่ได้แวะจอดรอตักบาตรพระก่อน จู่ๆรถกระบะมรณะที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่มันกลับตัดสินอนาคตของพวกเราตั้งแต่นั้น ได้พุ่งเข้ามาชนแบบเต็มแรง ตนกับสามีร่างปลิวกระเด็นไปพร้อมๆกับของใส่บาตร ตนหัวแตก ส่วนสามีหนักกว่าทั้งซี่โครงหัก แขาขาหัก แถมมีเลือดออกในสมอง



“เขารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลระยะหนึ่งและออกมารักษาตัวที่บ้าน กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปโดยปริยาย เขาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ขยับแขนขาไม่ได้ สมองกระทบกระเทือน พูดคุยสื่อสารไม่ได้ ความจำเลอะเลือน ปกติตัวเราทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม สุดท้ายต้องออกจากงานมาคอยดูแลเขา ซึ่งก่อนเขาจะมาเป็นแบบนี้เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว ขยันรับเหมาก่อสร้าง”

แม่ใจสู้ ตัดพ้อต่อไปอีกว่า จากเดิมที่เงินเดือนและรายได้ของสามี ก็พอยังจะมีสำหรับดูแลครอบครัวและเก็บเงินได้ บ้านนี้แม่สามีแกแบ่งที่ดินให้ ตนก็เอาเงินมาปลูกบ้าน แต่เงินไม่พอจึงได้ไปกู้เงินธนาคารมาสร้างบ้านจนสำเร็จ พอมาถึงวันนี้ที่ต้องลาออกจากงาน ไม่มีรายได้ ไม่ได้ส่งเงินที่กู้ธนาคารจนมีหนังสือทวง อาศัยญาติพี่น้อง กำนันผู้ใหญ่บ้านจุนเจือให้เครื่องอุปโภคบริโภคและคอยพาสามีไปรักษา



“ญาติพี่น้องก็ช่วยกันลงทุนอุปกรณ์ขายหมูปิ้งและน้ำแข็งใสให้เราเอาไปขายหน้าหมู่บ้าน พอขายได้เล็กๆน้อยๆตกวันละ 200 บาท มาเป็นค่ากินแต่ละวัน ใช้เลี้ยงสามี ลูกชาย 2 คน หลานอีก 1 ส่วนลูกสาวอีกคน ยายช่วยไปรับเลี้ยงไว้ที่ จ.บุรีรัมย์ ส่วนรถกระบะคู่กรณีก็เข้ามาเยี่ยมและช่วยเงินมาจำนวนหนึ่ง แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยมีเงินเหมือนกัน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ขณะที่เรื่องคดีก็รอตำรวจกับบริษัทประกันภัยรถคู่กรณี ซึ่งติดเรื่องการระบุการรักษาว่าจะช่วยเหลือเยียวยาได้ขนาดไหน”

ความน่าเวทนานี้ยืนยันได้จากปากของ นางวิไล ทรัพย์บุญ กำนันตำบลกระแชง ที่สงสารครอบครัวนี้มาก ผู้ใหญ่บ้านและคนในชุมชนช่วยหลือกันเล็กๆน้อยๆ ใครมีอะไรก็เอามาช่วยกัน ยังเป็นห่วงเรื่องหนี้สินกับทางธนาคารที่มีอยู่ประมาณ 200,000 บาท อยากให้ตำรวจเร่งรัดคดีจะได้มีเงินเยียวยาชดเชยรักษาอาการป่วย คงต้องดูแลรักษากันอีกนานและจะได้มีเงินมาลงทุนประกอบอาชีพให้กับครอบครัวนี้ได้บ้าง 

หากผู้ใจบุญหรือมีจิตกุศลต้องการจะช่วยเหลือครอบครัวนี้สามารถติดต่อสอบถามได้ที่น.ส.อรวรรณ  096-404-2207.

......................
คอลัมน์   :    นิยายชีวิต
โดย        :     คุณสลีป
เรื่องและภาพโดย :  สุทธิพร กองสุทธิผล ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.พระนครศรีอยุธยา


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%