อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

เมื่อหนุ่มจีนถูกปฏิเสธไม่ให้ใช้ห้องน้ำจะทำอย่างไร !!

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมานี้ได้มีประเด็นที่ทำให้ร้อนแรงในโลกอินเทอเนทจีนคือ ที่ปักกิ่งมีชายคนหนึ่งจะขอใช้ห้องสุขาในที่ว่าการอำเภอเขตเฟิงไถ แต่กลับถูกปฏิเสธห้ามใช้ และบอกว่าห้องน้ำนี้สำหรับข้าราชการเท่านั้น อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.


เรื่องจึงกลายเป็นประเด็น เพราะชายคนนี้ต้องวิ่งหาที่เพื่อจัดการกับปัญหาส่วนบุคคลที่อื่น จนในที่สุดเมื่อเรียบร้อย ก็ได้กลับมาและพูดกับเจ้าหน้าพร้อมอัดคลิปและนำมาลงในโลกโซเชียลในจีน จนกลายเป็นเหตุการณ์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างร้อนแรง งานนี้ไม่ใครก็ใครต้องถูกลงโทษและออกมารับผิดชอบกันบ้างแหละ

ชายคนที่ว่านี้ได้กลับมาและพูดว่า “ก่อนอื่นฉันก็ต้องขอบคุณมากที่ตอนนี้ผมจัดการปัญหาส่วนตัวได้แล้ว แต่วันนี้ผมขอพูดว่าที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นอิฐแต่ละก้อนหรือกระเบื้องแต่ละแผ่นนั้นไม่ให้สร้างจากเงินของคุณ แต่ทุกก้อนอิฐและกระเบื้องนั้นล้วนมาจากเงินภาษีของพวกเราที่จ่ายไป พวกคุณเป็นหน่วยงานบริการ พวกเรามาที่นี่ห้องน้ำก็ไม่ให้ใช้

ผมขอพูดกับคนทำงานที่นี่ เมื่อครู่มียามห้ามไม่ให้ใช้ห้องน้ำและยังบอกว่าเป็นห้องน้ำสำหรับคนในเท่านั้น ทำไมพวกคุณคนทำงานในนี้ใช้ได้ แล้วคนที่ชำระภาษีจะไม่สามารถใช้ได้ล่ะ ไม่ควรจะทำแบบนี้กับชาวบ้านประชาชน พวกคุณเมื่อเดินออกไปด้านนอก พวกคุณก็จะกลายเป็นประชาชนธรรมดา พวกคุณไปทำธุระที่อื่นพวกคุณก็จะเป็นประชาชนใช่ไหม”


โดยมีคนออกมาแสดงความเห็นกันมากมาย กลายเป็นดราม่าจากเรื่อง “ปวดเข้าห้องน้ำ” จนเป็นประเด็นออกไปมากมาย ตั้งแต่บอกว่าอันที่จริงหน่วยงานภาครัฐน่าจะต้องมีห้องสุขาบริการ และหากไม่มีก็จะต้องยินยอมให้ประชาชนได้ใช้ห้องสุขาได้เพื่อให้ความสะดวกกับประชาชน การปฏิเสธไม่ให้ใช้ห้องสุขานั้นผิดเต็มๆ แต่ก็ไม่ควรจะไปพูดประเด็นคนจ่ายภาษีไหม ถ้างั้นทุกที่ราชการก็ต้องให้คนเข้าไปเข้าห้องน้ำได้หมดหรือไม่



บ้างก็บอกว่าสิ่งที่ชายพูดนี้พูดและวิจารณ์นั้น ไม่ผิดแม้แต่น้อย คนเราถ้าไม่ใช่ว่าปวดมากและบังเอิญไปทำธุระที่นั่น ใครจะอยู่ดีๆ วิ่งไปสถานที่ราชการเพื่อไปเข้าห้องน้ำล่ะ ก็เหมือนกับแขกมาที่บ้านคุณ แล้วคุณไม่ให้เข้าห้องน้ำไง ดังนั้นจึงควรที่เข้าใจความรู้สึกประชาชน ให้ความสะดวก นี่ก็แสดงถึงว่าทัศนวิสัยของหน่วนงานนี้ต่อประชาชนมีปัญหาอยู่

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนเปิดประเด็นว่าการพูดในเรื่องคนจ่ายภาษีนั้นเป็นวิธีของคนรวยในโลกตะวันตกพูดกันจนติดปาก ซึ่งหากว่าอยากจะแสดงความเห็นในเรื่องการบริการประชาชนก็พูดออกมาได้เลย อย่าไปใช้วิธีการอ้างถึงคนจ่ายภาษี ประชาชนผู้ใช้แรงงานล้วนแต่เป็นเจ้าของบ้าน ไม่จำเป็นจะต้องพูดว่า “ฉันจ่ายเงิน”  จึงจะมีสิทธิ์พูดได้

แล้วก็มีคนมาพูดอีกว่า “พูดได้ดี พวกเราไม่ใช่เป็นเพราะจ่ายภาษีจึงได้รับบริการ คนยากจนคนยากไร้มีอีกมากมาย” หรือพูดว่า “พวกเราหน่วยงานราชการนั้นล้วนแต่มีห้องน้ำไว้บริการประชาชนทั้งนั้น แท้จริงแล้วการอ้างถึงคนที่จ่ายภาษีนั้น ไม่ควรเอามากล่าวอ้างเพราะในหลายหน่วยงานนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยภายใน”

อย่างไรก็ตาม มีคนบางส่วนออกมาให้ความกระจ่างว่า ระบบของจีนและประเทศตะวันตกนั้นต่างกัน แนวคิดในเรื่องการจัดการในประเทศก็ต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ควรจะยกตัวอย่างอะไรมาเปรียบเทียบกัน แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของห้องน้ำที่ควรมีบริการภายใน และบริการให้กับคนมาใช้บริการติดต่อกับหน่วนงานราชการ แต่ที่สำคัญก็คือการพูดจาของผู้ให้บริการที่ทำให้คนมาขอให้เกิดความไม่พอใจ



ในที่สุดในวันเดียวกัน หน่วยงานอำเภอเขตเฟิงไถก็ได้ออกประกาศเพื่อเข้าในเรื่อง “ชายที่ถูกปฏิเสธการขอใช้ห้องน้ำ” จากที่เป็นประเด็นในโลกโซเชียล “เรื่องการถูกปฏิเสธใช้ห้องน้ำ” นั้น พวกเราต้องขออภัยที่ทำให้คนที่มาใช้บริการไม่ได้รับความสะดวก

ทั้งนี้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยนั้นไม่ได้มีมาตรการในการเรื่อง “มาตรการในการตรวจวัดอุณหภูมิของคนที่เข้ามาติดต่องานในหน่วยงานในช่วงระบาดของเชื้อ โควิด -19 กับกรณีที่เกิดขึ้นทางหน่วยงานได้ดำเนินการตำหนิติเตียนอบรมเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และจะเพิ่มการอบรมเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มมาตรฐานการให้บริการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก”

ซึ่งก็ไม่ทราบได้ว่าหน่วยงานดังกล่าวของจีนได้ลงโทษตำหนิจัดการอย่างไร แต่เอาเป็นว่าโลกสมัยใหม่นั้นคงอยู่ยากทุกที่ คนทำงานควรจะตั้งใจทำงานจริงจัง คนทำงานบริการก็ควรจะมีจิตใจบริการที่ดี มีการพูดให้เกิดความเข้าใจที่ดี หรือแก้ปัญหาและวางมาตรการในการจัดการอย่างเป็นระบบ

ปัจจุบันนี้ไม่ใช่ใครจะทำงานอะไรตามใจได้ แม้แต่หน่วยราชการจีนที่มีความเป็นราชการมาก ก็ยังต้องออกมาจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบ มีการบริการที่ดี มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ไม่สามารถจะหมกหรือซ่อนปัญหาไว้ใต้พรมได้อีก ไม่งั้นก็จะมีดราม่าจากเรื่องเล็กๆ ได้เช่นกัน

---------------------------------------
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 112