อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

28 ปีราชินีลูกทุ่งกลางใจแฟน 'พุ่มพวง ดวงจันทร์'

yimyim ขอชวนแฟนๆที่รักและชื่นชมราชินีลูกทุ่งตลอดกาล พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร่วมรำลึกถึงชีวิตของนักร้องอัจฉริยะคนนี้ที่ก้าวเข้ามาเป็นดวงจันทร์กลางใจแฟนๆได้ตราบจนทุกวันนี้ พฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00 น.


หากจะเอ่ยถึงนักร้องลูกทุ่งชั้นบรมครูที่อยู่เคียงคู่วงการเพลงไทยมาตั้งแต่สมัยอดีต คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือ ผึ้ง-รำพึง จิตรหาญ ราชินีลูกทุ่งที่เป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศและถือเป็นต้นแบบของเพลงลูกทุ่งทุกยุคทุกสมัยเพราะพุ่มพวงหรือแม่ผึ้งที่หลายคนเรียกนั้น ได้กลายเป็นตำนานที่สลักลึกอยู่ในใจของคนไทยมาอย่างเหนียวแน่นและยาวนาน



ถ้านับจนถึงวันที่ 13 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ จะเป็นเวลากว่า 28 ปีเต็มที่ราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้จากโลกนี้ไป แต่ชื่อเสียง คุณงามความดี น้ำเสียงที่ปลอบประโลมโลกและสร้างความเข้มแข็งให้กับวงการเพลงลูกทุ่งของไทยยังคงไม่เสื่อมคลาย



โดยแฟนๆจะเห็นได้จากทุกเวทีการประกวดร้องเพลงจะต้องมีคนเอาเพลงของแม่ผึ้งไปร้องด้วยเสมอ เพราะด้วยเนื้อหาที่เข้าใจง่ายเสน่ห์ของน้ำเสียงออดอ้อนอันเป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับเนื้อเพลงที่สละสลวยสวยงามทำให้เพลงของแม่ผึ้งเข้าไปอยู่ในใจของทุกคนได้อย่างง่ายดาย และคงไม่ใช่เรื่องแปลกหากนักร้องทุกคนที่อยากก้าวเข้าสู่ถนนสายบันเทิงจะมีเพลงของแม่ผึ้งเป็นใบเบิกทางในการก้าวเข้าสู่วงการมายาแห่งนี้

สัปดาห์นี้เพื่อเป็นการชวนแฟนๆย้อนรำลึกถึงราชินีลูกทุ่งคนดัง ผู้ที่เคยขับกล่อมคนไทยและสร้างความสุขให้แฟนๆมาอย่างยาวนาน
yimyim ขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับประวัติของแม่ผึ้งกัน



พุ่มพวง ดวงจันทร์ มีชื่อเล่นว่า ผึ้ง ชื่อจริงว่า รำพึง จิตรหาญ เกิดที่ อ.หันคา จ.ชัยนาท โตที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นบุตรของนายสำราญ และนางเล็ก จิตรหาญ ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย เกิดในครอบครัวยากจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้านในจำนวน 12 คน พุ่มพวงชื่นชอบการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก แม้ว่าเธอจะอ่านหนังสือไม่ออก แต่ก็มีความจำดีเยี่ยม เธอเริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่างๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ซึ่งเธอเข้าประกวดล่ารางวัลไปทั่ว



ต่อมาเมื่อพุ่มพวงอายุได้ 15 ปี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน เธอได้ร่วมร้องเพลงและแสดงความสามารถจนไวพจน์เห็นความสามารถและเกิดความเมตตา จึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ จากนั้นเธอจึงได้เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นหางเครื่องและนักร้องไปก่อนที่ไวพจน์จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง "แก้วจ๋า" โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ ต่อมามนต์ เมืองเหนือ ได้ตั้งชื่อในวงการบันเทิงให้เธอใหม่ว่า พุ่มพวง ดวงจันทร์ ซึ่งเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักกันมาจนถึงปัจจุบันนี้



พุ่มพวง ดวงจันทร์ เริ่มมีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงปี พ.ศ. 2525 โดยมีผลงานเพลงดังมากมาย อาทิ สาวนาสั่งแฟน, นัดพบหน้าอำเภอ, อื้อฮือหล่อจัง, กระแซะเข้ามาซิ, ดาวเรืองดาวโรย, คนดังลืมหลังควาย, บทเรียนราคาแพง เป็นต้น จากนั้นในปี พ.ศ. 2527 เธอสมรสกับไกรสร ลีละเมฆินทร์ นักแสดงภาพยนตร์ โดยเธอมีบุตรกับไกรสร 1 คน คือ ภัควรรธน์ ลีละเมฆินทร์ หรือ เพชร-สรภพ ลีละเมฆินทร์



จากนั้นในเดือน มี.ค.2535 มีข่าวว่าพุ่มพวงทะเลาะกับสามีและป่วยเป็นโรคไตขั้นรุนแรง จนต้องเข้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ต่อมาแพทย์ตรวจพบว่าเธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต จากนั้นวันที่ 13 มิ.ย.2535 เธอได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ ไป จ.พิษณุโลก 

โดยเดินทางด้วยรถตู้ แต่หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ก็เกิดอาการช็อคและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเวลา 20.55 น.และได้สวดอภิธรรมศพที่วัดมกุฏกษัตริยาราม พิธีพระราชทานเพลิงศพของพุ่มพวง ดวงจันทร์ จัดที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2535



ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่วัดทับกระดานจะมีการจัดงานรำลึกถึงราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้แฟนเพลงที่รักและศรัทธาในตัวของพุ่มพวงได้คิดถึงราชินีลูกทุ่งผู้ที่เป็นดังดวงจันทร์คอยส่องแสงให้ดาวดวงใหม่ในวงการเพลงลูกทุ่งได้เจิดจรัสขึ้นต่อไป



จริงๆไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม แต่ทุกๆบทเพลงของราชินีลูกทุ่ง
พุ่มพวง ดวงจันทร์ กลับยิ่งชัดเจน ไพเราะและเป็นเสมือนมนต์ขลังให้คนรุ่นใหม่ได้สานต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

-----------


คอลัมน์
"1 Day With ซุปตาร์"
โดย "yimyim"
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ
พิพิธภัณฑ์ พุ่มพวง ดวงจันทร์



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 111