อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

''ล็อกดาวน์เจเนอเรชั่น''จะฝ่าอุปสรรคกันอย่างไร

เมื่อปลายเดือน​ พ.ค.​ที่ผ่านมา​ รายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ​ระบุว่าจำนวน 1​ ใน​ 6​ ของคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18-29 ปี สูญเสียโอกาสในการทำงานจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19​ พฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น.


เมื่อกลางเดือน​ พ.ค.​ที่ผ่านมา นายกาย ไรเดอร์ ผู้อำนวยการองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( International Labour Organization -ILO)เปิดเผยถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19ที่มีต่อ "คนรุ่นล็อกดาวน์” (lockdown generation) ​ว่า​ผู้ที่อยู่ในวัย 15 - 24 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ตกงานมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 63​ เป็นต้นมา

เนื่องจากการแพร่ระบาดใหญ่ (pandemic)ของโควิด-19​ ทั่วโลก รายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ระบุว่า ปัจจุบันคนหนุ่มสาวทั่วโลกร้อยละ 13.6 หรือราว 267 ล้านคนไม่มีงานทำ อีกทั้งจะไม่ได้รับการพัฒนาทักษะและไม่ได้รับการศึกษาจนถึงปลายปี 2563 คนกลุ่มนี้ยังถูกเลิกจ้างงานในอัตราที่รวดเร็วกว่าและมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

รายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ​ยังพบว่าผู้หญิงรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติโควิด-19 มากกว่าผู้ชาย และมีโอกาสที่คนรุ่นใหม่เหล่านี้จะถูกกันออกจากตลาดแรงงานในระยะยาว เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาในช่วงที่มีการปิดเมือง ​(lockdown)​

ซึ่งหมายถึงการขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังภาวะวิกฤติโควิด-19 ทั้งนี้มีหลักฐานชี้ให้เห็นว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของคนหนุ่มสาวทั่วโลกมีความเสี่ยงต่ออาการวิตกกังวลหรือซึมเศร้าจากภาวะวิกฤติโควิด-19​ รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ควรยื่นมือเข้ามาช่วยในการจัดทำนโยบายช่วยเหลือคนหนุ่มสาวที่ตกงานทั้งทางด้านการศึกษา การฝึกงานและด้านสุขภาพจิต



เมื่อปลายเดือน​ พ.ค.​ที่ผ่านมา​ รายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ​ระบุว่าจำนวน 1​ ใน​ 6​ ของคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18-29 ปี สูญเสียโอกาสในการทำงานจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประชากรที่เป็นคนหนุ่มสาวเหล่านี้มีมากกว่าประชากรวัยอื่นๆ​ ข้อมูลเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานของผู้ที่มีงานทำมีชั่วโมงการทำงานลดลงร้อยละ 23 ในไตรมาสแรกของปี 2563 ซึ่งเทียบเท่ากับงานเต็มเวลาประมาณ 135 ล้านงาน​

โดยเทียบกับชั่วโมงการทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์​ ​ส่วนไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 คาดว่าจะลดลงร้อยละ 10.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 เมื่อเทียบกับงานเต็มเวลาประมาณ 305 ล้านงาน ในจำนวนนี้ทวีปอเมริกา ยุโรป และภูมิภาคเอเชียกลางได้รับผลกระทบหนักที่สุด​

ในขณะที่คนรุ่นใหม่ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน และมีผลกระทบต่อการศึกษาซึ่งมีความเชื่อมโยงกับโอกาสในการมีงานทำในอนาคตของคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบัน จนมีคำเปรียบเปรยว่าคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มคนที่ถูก ”ล็อกดาวน์” ทั้งนี้องค์การแรงงานระหว่างประเทศเรียกร้องให้ประเทศต่างๆร่วมกันแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยความเป็นหนึ่งเดียว และบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ที่จะยังคงอยู่กับโลกต่อไปอีกนานนับทศวรรษ



สำหรับในประเทศไทยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) มีรายงานเกี่ยวกับภาวะสังคมไทยในไตรมาสแรกของปี 2563 เมื่อวันที่ 28 พ.ค.63 ระบุว่าอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 1.03 มีผู้ว่างงานเกือบ 4 แสนคน และคาดว่าในปีนี้มีแรงงานที่เสี่ยงถูกเลิกจ้างจำนวน 8.4 ล้านคน ในขณะที่ปีนี้มีเยาวชนที่สำเร็จการศึกษาที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานจำนวน 5.2 แสนคน อาจไม่มีงานทำแม้ว่าอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ แต่การจ้างงานลดลงอย่างต่อเนื่องและค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง

สภาพปัญหาที่กล่าวถึงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตีโจทย์ให้แตกและมีนโยบายในการแก้ปัญหาอย่างถูกจุดและถูกวิธีด้วยการทุ่มเทสรรพกำลัง​เข้าไปขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นปัญหาระดับโลกที่มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกันระหว่างประเทศ​

อย่างไรก็ตาม​ “คนรุ่นล็อกดาวน์” จะต้องตื่นรู้และตื่นตัวในการพัฒนาตนเองทั้งในด้านการพึ่งตนเองและเพิ่มขีดความสามารถ​ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ​ การหาประสบการณ์จากการฝึกฝนทำงานต่างๆ​ มีความอดทนและขยันหมั่นเพียรชนิดหนักเอาเบา​สู้​ จึงจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามต่างๆได้

..............................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 145