อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

เดือดร้อนไร้เงินต้องมีข้าวกิน ท้องอิ่มถึงจะมีแรงสู้ชีวิตต่อ

ชื่นชมสาวใจบุญนำข้าวสาร-อาหารแห้งฝากสถานธนานุบาลมอบให้กับชาวบ้านที่เอาของมาจำนำแล้วไม่ผ่าน ลั่นเดือดร้อนยังไงก็ต้องมีข้าวกิน ท้องอิ่มแล้วค่อยหาทางออกสู้ชีวิตต่อได้ เผยก่อนหน้าได้รับเสียงชื่นชมกรณีไปไถ่ถอนเครื่องมือทำกินให้ชาวบ้านมาแล้ว เสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น.


ต้องบอกว่านิสัยคนไทยลึก ๆ แล้วเป็นคนใจบุญ-ชอบช่วยเหลือ-สงสารผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หากมีการร้องขอความช่วยเหลือก็จะช่วยเต็มที่ สังเกตจากยุคโซเชียลฯ การช่วยเหลือไม่ว่าจะโอนเงิน-หรือมอบสิ่งของรวดเร็ว และมากมายภายในพริบตา หากมองอีกมุมหนึ่งคือคนไทยชอบเล่นกับกระแส อย่างเช่นกระแสตู้ปันสุขที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นการช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนจากโควิด-19 ถือว่าแรงมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตามอะไรที่มาพร้อมกับกระแสมักจะอยู่ไม่นาน อย่างตู้ปันสุขเองตอนนี้เริ่มน้อยลง อาจเป็นเพราะความเดือดร้อนของประชาชนคลี่คลายลง ขณะที่สถานการณ์โควิดฯเริ่มซาลง มาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐฯก็ทยอยปลดล็อกเกือบหมด การใช้ชีวิตของประชาชนเริ่มจะเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม การช่วยเหลือมีให้เห็นไม่มากเหมือนระยะแรก ๆ



แต่สำหรับ ..ศรัณยา พรหมแตง หรือปลา และนายปริญญา วงศ์ยะรา หรือกั่ง แฟนหนุ่มสาวเจ้าของสยามโฮมเซ็นเตอร์ ศูนย์รวมวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างทุกชนิด ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง .นครปฐม ทั้งคู่ยังมีการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง นอกจากไถ่ถอนทรัพย์ให้แก่ผู้นำเครื่องมือช่าง-อุปกรณ์ทำกิน ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 82 รายจาก 3 สถานธนานุบาล(โรงรับจำนำ) 1เทศบาลนครนครปฐมคืนให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน ไปฟังกันดูว่าเขาต่อยอดการช่วยเหลืออย่างไร

ศรัณยา” บอกว่า หลังช่วยไถ่ถอนทรัพย์ประเภทเครื่องมือทำกินให้แก่ชาวบ้านที่เดือดร้อน มีเสียงชื่นชมเข้ามาเยอะมาก เนื่องจากเป็นการช่วยที่ถูกทางตรงประเด็น เพราะเขาได้เครื่องมือที่เคยใช้ประกอบอาชีพกลับไปทำกินเลี้ยงครอบครัว ทั้งนี้ได้สอบถามทางสถานธนานุบาลฯทราบว่าของบางอย่างมีมูลค่าน้อยมาก จำนำไม่ได้ ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบเอามาจำนำ ตอนแรกคิดว่าจะให้เงินคนละ 300 บาทหากเกิดกรณีดังกล่าว แต่เกรงว่าอาจมีคนฉวยโอกาสไม่เดือดร้อนจริง มาเพื่อต้องการเงินจึงต้องเปลี่ยนแนวคิดเป็นมอบข้าวสาร-อาหารแห้งให้แทน





มอบให้ไปครั้งแรกจำนวนหนึ่ง พร้อมกับบอกทางสถานธนานุบาลฯหากข้าวสารอาหารแห้งหมดให้แจ้งมาได้ทันที พร้อมจัดส่งไปให้เรื่อย ๆ ส่วนตัวชอบทำบุญอยู่แล้ว อีกอย่างธุรกิจที่ทำได้รับผลกระทบจากโควิดฯไม่มากนัก จึงมีความคิดว่าต้องช่วยชาวบ้านที่เขาเดือดร้อนจริง ๆ และช่วยต่อเนื่อง อย่างน้อยให้เขามีข้าวกินเพื่อมีแรงต่อสู้กับปัญหาต่างๆในชีวิตต่อไปได้ เห็นข่าวคนเครียดจากพิษเศรษฐกิจฆ่าตัวตายแล้วไม่สบายใจมาก เสียใจ-สงสารกับครอบครัวเขา ตัวเองก็เคยประสบปัญหาเรื่องทำธุรกิจมาก่อน แต่ไม่เคยท้อ ตรงกันข้ามสู้ด้วยความสบายใจ-มีความสุขไปกับการได้ทำบุญหรือช่วยเหลือผู้อื่น มีมากทำมาก-ช่วยมาก มีน้อยก็ช่วยน้อยตามสภาพ”

สาวใจบุญ บอกต่อว่า การให้เป็นการสร้างความสุขอย่างหนึ่งไม่ว่าจะเกิดวิกฤติอะไรก็ตามเราจะเห็นความร่วมแรงร่วมใจของคนไทยหลาย ๆ ฝ่ายในสังคมช่วยกันเต็มที่ เห็นแล้วอดชื่นชมน้ำใจคนไทยไม่ได้ ทั้งนี้อยากให้สื่อฯนำเสนอกระแสการทำความดีของบุคคลหรือหน่วยงานให้มาก ๆ เนื่องจากจะกลายเป็นกระแสทำเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นมาสู้กับกระแสความรุนแรง และกระแสข่าวทางลบ สังคมจะได้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น







ณัฐวุฒิ จันทร์พงษ์” ผจก.สถานธนานุบาลนครนครปฐม 3 บอกว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 ทำให้มีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวนครปฐม และลูกค้าที่มาใช้บริการ สถานธนานุบาลเทศบาลนครนครปฐม1,2 ,3 ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้แก่ 1.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้นำทรัพย์สินมาจำนำระหว่างวันที่ 1 เม.ย.- 30 มิ.ย.63 เงินต้นไม่เกิน 5,000 บ. คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.125 ต่อเดือน เงินต้นเกินกว่า 5,000 บ.คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน

2.ขยายเวลาไถ่ถอนทรัพย์จาก 4 เดือน 30 วัน เป็น 8เดือน (7เดือน 30วัน) สำหรับทรัพย์ที่รับจำนำตั้งแต่เดือน ธ.ค.62 อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจบุญไถ่ถอนเครื่องมือช่างเพื่อให้ประชาชนนำออกไปประกอบอาชีพ เสริมสภาพคล่องสร้างรายได้ในภาวะที่เงินขาดมือ นอกจากนี้ยังมอบข้าวสารถุงละ 5กก.ให้กับผู้จำนำรายย่อยเป็นการช่วยเหลือให้กับพี่น้องผู้มีรายได้น้อย เป็นการช่วยต่อเนื่องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในภาวะปัจจุบัน ทั้งนี้สถานธนานุบาลฯภายใต้การกำกับดูแลของนายหมวดเอก เอกพันธุ์ คุปตวัช นายกเทศมนตรีนครนครปฐม ขอขอบคุณในน้ำใจผู้ใจบุญที่มีต่อชาวนครปฐมด้วย



เอาบุญเป็นที่ตั้ง-ช่วยต่อเนื่องโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนน่ายกย่องมาก ๆ ถือเป็นบุคคคลตัวอย่างสำหรับคอลัมน์คนดีของสังคม ตอนที่ 286...สุดท้าย-ท้ายสุด“เหยี่ยวขาว” ต้องขออำลาทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ แต่เรื่องราวดี ๆ แบบนี้ยังคงมีอยู่ต่อไปบนเว็บฯเดลินิวส์ออนไลน์ เป็นประจำทุกวันเสาร์ เวลา10.00 น. กราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ติดตามมาโดยตลอด ทั้งการแชร์-ถูกใจ หรือการนำเรื่องราวดี ๆ นี้ไปต่อยอดทางใดก็ตาม...ขอให้ทุก ๆ ท่านมีความสุข-ความเจริญตลอดไป.
...........................................
อลัมน์ คนดีของสังคม
โดย“เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ ขจร วัตรเอก เดลินิวส์ออนไลน์ จ.นครปฐม  



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%