อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

4 พฤติกรรม'ไม่ควร'ทำ หากอยากได้งานทำในจีน

แต่ละปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว และแล้วในปีนี้เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวนมากก็จบการศึกษาไปอย่างมึนๆ กับสถานการณ์โควิดที่มาเยือน การหางานจึงเป็นงานแรกของคนจบใหม่ท่ามกลางปัญหาปัญหาเศรษฐกิจที่จะกลับคืนมาได้หรือไม่ อาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น.


งานนี้ต้องวัดใจทั้งรัฐบาลและคนทำงานว่าจะผ่านไปอย่างไร แต่ที่แน่คืองานคงไม่ได้หาง่ายๆ อีกต่อไป โลกโซเชียลในจีนได้มีการพูดเตือนออกมาว่า สำหรับคนที่จบใหม่ออกมาหางานนั้น พฤติกรรมที่ไม่ควรทำในการสมัครงานคือ 1. เวลาหางานแล้วต้องชักชวนเพื่อนๆ ไปสมัครด้วยกัน เมื่อเด็กมหาวิทยาลัยมีเพื่อนมากมาย และสนิทกันมากไปไหนต้องไปด้วยกัน ไม่ว่าจะไปอ่านหนังสือ ไปทานอาหาร เฮโลชวนกันไปด้วยกัน แต่การหางานนั้น

หน่วยงานที่รับสมัครนั้นจะต้องเลือกคนที่เหมาะสมและดีที่สุดในการสมัครเพียงไม่กี่ตำแหน่ง ดังนั้น การที่เพื่อนๆ ลากกันไปสมัครด้วยกันเป็นกลุ่ม อาจไม่ใช่ผลดีกับคนสมัครทุกคน เพราะบริษัทคงไม่รับทุกคนเข้าทำงานหมด ดังนั้นการไปสมัครงานจึงควรหางานสมัครกันเอง และเลือกงานที่คิดว่าตนอยากทำและเหมาะสมกับตนเองที่สุด

2. การเรียกเงินเดือนก็เป็นปัญหาหนึ่ง มีคนจำนวนมากอยากได้เงินเดือนตามมาตรฐานปริญญาตรี ในเมืองขนาดเล็กของจีนการศึกษาระดับปริญญาตรีควรได้ที่ 4,000หยวน (ประมาณ 20,000บาท) ดูแล้วก็ไม่น่าเยอะมาก แต่เอาเข้าจริงบริษัทส่วนมากก็อาจจะไม่จ้างคนจบใหม่ที่เงินเดือนสูงขนาดนี้ ส่วนมากจะรับที่ประมาณ 3,000หยวน (ประมาณ 15,000บาท)

แต่นักศึกษาจบใหม่ก็มักจะสนใจถามแต่เงินเดือน หากเงินเดือนไม่สูงตามที่ตนตั้งไว้ก็จะไม่เอางานนั้น โดยไม่ดูความสามารถของตนว่ามีแค่ไหน ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งในปัญหาของการหางานไม่ได้ของนักศึกษาจบใหม่



3. กลัวการถูกปฏิเสธและอุปสรรค สำหรับนักศึกษาจบใหม่มาหางาน ส่วนมากมักจะมีมาพร้อมความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม แต่ในโลกความจริงที่ตนต้องหางาน อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ตนคาดหวัง ดังนั้นเมื่อพบเจอการถูกปฏิเสธหรือเจออุปสรรคต่างๆ มากมาย อาจจะทำให้หมดความเชื่อมั่นได้ และเริ่มที่จะสงสัยในความสามารถของตน

ในที่สุดเมื่อเจอหลายๆ ครั้งอาจจะกลายเป็นความกลัว และกลายเป็นกลุ่มที่เรียกว่า NEET (Not Currently engaged in Employment, Education or Training) คือพวกที่เกาะพ่อเกาะแม่กิน ไม่หางานทำสักที ถึงขั้นมีลูกแล้วก็ยังแบมือขอเงินพ่อแม่ตลอด

ดังนั้นคนที่จบใหม่นั้นเวลาไปหางานต้องรู้ว่าการหางานแล้วเจออุปสรรคต่างๆ เป็นเรื่องที่ปกติมาก ไม่ใช่เพราะเรามีปัญหา การหางานเป็นเรื่องของทั้ง 2 ฝ่าย อาจจะมีอะไรที่ยังไม่คลิกกัน ไม่ใช่ว่าเราไร้ความสามารถ ฉะนั้นเราจะต้องมีพลังใจที่จะยืนหยัดหางานไปจนถึงที่สุดก็จะได้งานที่เหมาะสมกับตัวเองจนได้

4. ประเมินวุฒิการศึกษาตนไว้สูงไป งานเล็กไม่เอางานใหญ่ก็หาไม่ได้สักที ซึ่งคนจบใหม่นั้นบางคนมักจะคิดไปว่าตนจบจากมหาวิทยาลัยดัง เลยมาพร้อมกับความหยิ่งว่าจะหางานดีๆ บริษัทใหญ่ๆ ได้สบาย แต่ในความจริงนั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ส่วนมากการหางานนั้นมักจะต้องดูที่ความสามารถและทัศนคติ และสิ่งอื่นๆ อีกมาก เมื่อเราประเมินตัวเองไว้สูงเกินไปก็จะทำให้เราดูถูกงานที่ดูเล็กไปว่าไม่เหมาะสมกับเรา ในขณะที่งานที่ใหญ่เราก็หาไม่ได้สักที ที่สุดก็ตกงานไปเรื่อยเพราะเข้าใจว่าเราเก่งเกินไปเลยไม่มีใครกล้ารับเรา

ในประเทศจีนนั้น นักศึกษาที่เก่งมากตามมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่ง มักจะถูกพวกแมวมองมาทาบทามให้ไปทำงานตามบริษัทใหญ่ จากที่ได้เคยพูดคุยกับแผนกบุคคล HR ตามบริษัทใหญ่ๆ ของประเทศจีนนั้น บรรดาตำแหน่งที่รับส่วนมากจะมีการเล็งคนเก่งจากที่ต่างๆ แล้วไปทาบทามมาทำงานในหน่วยงาน เพราะหน่วยงานเหล่านี้มักจะรู้ฝีมืออีกฝ่ายว่า ถ้าได้มาจะช่วยหรือทำงานได้แบบใดบ้าง ไม่ต้องมาเสี่ยงกับการรับคนที่ดูเหมือนดีแต่พอเอาจริงกลับทำไม่ได้

นักศึกษาในประเทศจีนจึงแบ่งได้เป็นหลายกลุ่ม กลุ่มที่เก่งมากพวกระดับชั้นนำมากๆ แม้ว่าจะดูเหมือนบางครั้งบุคคลิกไม่ดี แต่งานบางประเภทไม่ต้องการสิ่งนี้ ความสามารถเฉพาะตัวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่บางหน่วยงานหรือบางบริษัทสนใจ พวกนี้จึงเป็นพวกเคสพิเศษ แต่สำหรับคนทั่วไปที่เพิ่งจบใหม่ การหางานทำในปัจจุบันก็ยังเป็นเรื่องยาก การหางานของนักศึกษาจบใหม่จึงอาจจะไม่ราบรื่นเสมอไป อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนจึงต้องมีความมุ่งมั่นและอย่าท้อถอย



สำหรับประเทศไทยในปีนี้ นักศึกษาที่กำลังจะก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย อาจจะเป็นอีกปีที่ยากสำหรับการหางานทำในภาวะการระบาดของโควิด -19 บางบริษัทต้องปิดตัว ต้องลดคน การจะหางานในชั่วโมงนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย อาจต้องใช้ความอดทนและความมุ่งมั่นกว่าปกติ ฉะนั้น อุปสรรคมีไว้เพื่อให้เราฝ่าฟันไป อย่าเพิ่งท้อถอยตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น ส่วนคนที่มีงานทำก็ต้องตั้งใจทำงานให้เต็มที แม้งานจะหนักไปและเต็มไปด้วยอุปสรรคก็ต้องคิดว่าเรายังโชคดีที่มีงานทำ

ส่วนบริษัทหรือหน่วยงานก็ต้องนึกถึงใจคนทำงานด้วย อย่าฉกฉวยผลประโยชน์ คนทำงานจะได้รักองค์กร งานจะได้ผลที่ดีด้วย และเลือกคนทำงานจริง อย่าดูแต่การพูดเก่งแต่ทำไม่เป็น หรือเอาแต่พวกพ้องเท่านั้น บางบริษัทหรือหน่วยงานราชการในปัจจุบันมีการเล่นการเมืองกันมาก จนทำให้การทำงานต้องเหนื่อยไปกับการต่อสู้กันเอง

ในที่สุดคนที่เก่งๆ และไม่ทะเยอทะยานก็เลยพากันลาออก ทำให้หลายหน่วยงานขาดคนเก่งมานำพาองค์กร เมื่อมีแต่คนไร้ฝีมือมาเป็นผู้บริหาร องค์กรนั้นๆ ก็เลยไปไม่รอดในที่สุด การใช้คนให้ถูกกับงานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

------------------------------------------------
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 90