อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

ชีวิตต้องสู้ในบ้านผุๆพังๆ 'ผ้ายาง'คือสิ่งเดียวที่ห่อหุ้มกันฝน

ไม่กล้าจะเรียกว่า "บ้าน" พูดว่า "ขนำผุพังยกสูง" คงเหมาะสมกว่า ที่ซุกหัวนอนที่ดีที่สุดของ "ลุงรมย์" ชายวัยใกล้แซยิดสู้ชีวิต ทุกค่ำคืนมีเพียง "ผ้ายาง" ที่ใช้ห่อหุ้มตัวป้องกันการเปียกฝน อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.


ปรัชญาชีวิตเคยบอกไว้ว่า “ความสุข” ที่แท้จริง ไม่เคยเดินทางมาถึงก่อน…“ความลำบาก” ฉะนั้นจงอย่าหวาดกลัวหรือตีโพยตีพายให้กับความลำบากของชีวิต เพราะนั่นแหละคือหนทางนำไปสู่ “ความสุข”

มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ 10 ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร ซึ่งบางคนบอกว่าเรียกว่า “บ้าน” อาจจะฟังดูหรูหราดูดีเกินไป เนื่องจากมันมีลักษณะเป็นขนำแบบยกพื้นสูงปลูกบนพื้นที่โล่งกว้างกลางทุ่ง

สภาพบริเวณมีหญ้าขึ้นรก มีน้ำขังนอง หลังคามุงด้วยใบจาก ผนังเป็นไม้ตัดสลับกับใบจาก ทั้งเก่าทั้งผุพังทั้งหลัง มองผิวเผินแทบจะไม่แตกต่างจากบ้านร้างลึกลับตามที่เคยเห็นในภาพยนตร์สยองขวัญ



ที่สำคัญบ้านหรือขนำยกสูงนี้กลับเป็นที่พักอาศัยซุกหัวนอนของชายสูงอายุวัยใกล้แซยิดจริงๆ เขาชื่อ นายอภิรมย์ ภู่ขันเงิน อายุ 59 ปี หรือที่ชาวบ้านมักเรียกติดปากว่า “ลุงรมย์”

ชายผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งชีวิตเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า “ผมปลูกบ้านหลังดังกล่าวและพักอาศัยมาประมาณ 20 ปีแล้ว หลังจากแยกทางเลิกรากับภรรยา ก็ใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด มีอาชีพรับจ้างทั่วไปรายได้วันละ100-200 บาท วันไหนไม่ได้ทำงานก็ไม่มีเงิน ชีวิตคือทำมาหากินไปวันๆจึงไม่มีเงินเหลือเก็บพอที่จะมาซ่อมแซมบ้าน ก็อยู่ไปตามยถากรรม ผมมีผ้ายางอยู่ 1 ผืน ก็ดีแค่ไหนแล้ว”



ลุงรมย์ เปลือยชีวิตต่ออีกว่า ที่บ้านลุงไม่มีไฟฟ้าใช้หรอก ต้องจุดตะเกียงให้แสงสว่าง น้ำประปาก็ไม่มีส่วนน้ำกินน้ำอาบไม่ได้ซื้อ แต่ไปโยกเอาจากบ่อบาดาลใกล้บ้าน เอามาใส่ขวดพลาสติกรองให้ตะกอนมันนอนก้นถึงจะเอามากินได้ ปกติจะเอาผ้ายางมาปูนอน

''แต่ถ้าคืนไหนมีฝนตก น้ำฝนมันจะทะลุรั่วจากหลังคาลงมา ก็จำเป็นต้องนอนขดตัวเพื่อจะได้พับผ้ายางอีกครึ่งหนึ่งมาห่มปกปิดตัวไว้ ป้องกันไม่ให้ตัวเปียก ต้องบอกเลยว่ามันหนาวและทรมานเหลือเกิน''

เรื่องราวความลำบากสู้ชีวิตรู้ไปถึงหู นางเพ็ญจันทร์ รัตนาภรณ์วงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร จึงชักชวน นางวัลภา แก้วสวี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร นางพยอม กรแก้ว ปลัดอำเภอสวี และนายเกรียงศักดิ์ ปักษิน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจ





“ลุงรมย์เป็นคนสู้ชีวิต ทำงานสุจริตไม่เคยไปแบมือขอเงินใคร มีแค่ไหนใช้เท่านั้น ที่เราทำได้ตอนนี้คือบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องอาหารการกินเบื้องต้น ส่วนการปรับปรุงซ่อมแซมให้บ้านเป็นบ้านนั้นต้องกลับไปหารือเพื่อร่วมกันจัดหางบประมาณมาดำเนินการ แต่จะพูดคุยให้เร็วที่สุดเพราะมันทรุดโทรมมากจนใกล้จะพังเต็มแก่แล้ว” นายกเหล่ากาชาดฯชุมพร สัญญาเอาไว้



ลุงรมย์ ทิ้งท้ายว่า ถ้าถามว่าตอนนี้เหงาหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าเหงาเหมือนกัน ชีวิตลำพังมันก็ต้องเหงาเป็นธรรมดา แต่ยังโชคดีที่เลี้ยง “ไก่ชน” เอาไว้ 1 ตัว ถือว่ามันเป็นเพื่อนรักเลย รักมันเหมือนลูก เวลาไปไหนก็เอาไปด้วย โดยจะให้ยืนซ้อนท้ายรถ มันก็เหมือนรู้เพราะไม่กระโดดลงมา ทุกวันนี้ชีวิตตนก็มีแค่นี้ ได้แต่หวังว่าจะมีบ้านที่กันแดดกันฝนได้ และมีผ้าห่มอุ่นๆทดแทนผ้ายางที่มีอยู่ก็พอแล้ว ตนกับเจ้าไก่ชนจะได้มีที่ซุกหัวนอนที่..อบอุ่น





******************************************************
คอลัมน์ : นิยายชีวิต
โดย : คุณสลีป

เรื่องและภาพโดย : สาธิต ศรีหฤทัย ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.ชุมพร


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%