อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

ไขข้องใจ"แคต"รถยนต์ มีไว้ทำไม???

"รู้ก่อนเหยียบ" พาไปทำความรู้จัก"แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์" ส่วนหนึ่งของระบบไอเสียรถยนต์ที่มีเพื่อหน้าที่อะไร? พร้อมเทคนิคที่ควรรู้ ศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.


"แคต" ชื่อติดหูที่คนไทยใช้เรียก "เครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยา" ที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า "แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์" (catalytic converter) เป็นอุปกรณ์สำหรับ กำจัด ลด ปริมาณมลพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ก่อนปล่อยออกสู่บรรยากาศ โดย "แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์" จะทำหน้าที่เปลี่ยนไอเสีย 3 ชนิดได้แก่ สารไฮโดรคาร์บอน ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์

โดยใช้ความร้อนจากไอเสียที่มาจากห้องเผาใหม้ทำปฎิกริยาเคมี รีดักชัน และ ออกซิเดชัน ให้เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ,ไนโตรเจน ,ออกซิเจน และไอน้ำ ซึ่งในปัจุบัน "แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์" มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่วนใหญ่มากกว่า 1.5 แสนกิโลเมตร เนื่องจากเทคโนโลยีของระบบจ่ายน้ำมัน ระบบจุดระเบิดที่แม่นยำ ทำให้ได้การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ก็ส่งผลให้ "แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์" มีอายุยืนขึ้น

จะรู้ได้อย่างไรว่า "แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์" เสื่อมสภาพ
-เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน กล่าวคือเมื่อใช้งานเครื่องยนต์เกิน 1.5 แสนกิโลเมตรขึ้นไป ลักษณะจะคงรูปทางกายภาพเดิมๆ ไม่ตันไม่แตก ไม่หัก แต่สารเคลือบที่ทำปฏิกิริยากับไอเสีย เสื่อมลง ประสิทภาพการลดไอเสียก็ลดลงเช่นกัน 
-เสื่อมสภาพจากการเผาไหม้ที่ผิดปกติ เช่น รถติดแก๊ส ความร้อนจากห้องเผาไหม้ สูงเกินกว่าที่ตัวแคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์ จะรับได้ ก็จะละลายจนกลายเป็นก้อนและแตกในที่สุด



เมื่อ "แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์" เสื่อมสภาพ-เสียหาย
1.หากที่มีทุนทรัพย์มากพอก็สามารถเปลี่ยนตัวใหม่แต่มีราคาสูงหลักหมื่นบาท 
2.หาของมือสองตามเชียงกงราคาถูก 
3.ใช้หม้อพักแทนซึ่งมีหลายรูปแบบหลายสูตร แต่ก็ต้องทำใจว่ารถของท่านจะปล่อยมลพิษให้โลกใบนี้เพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การถอดหรือทะลวง "แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์" ออกเพื่อหวังให้รถแรงขึ้น ถือเป็นการได้ไม่คุ้มเสียเพราะอาจจะได้ความแรงจากการคายไอเสียได้เร็วขึ้นแค่นิดหน่อย แต่ในรถยนต์บางรุ่นอาจไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ แต่รถของท่านจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น พร้อมปล่อยมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและทำลายสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย...
..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ
โดย “ช่างเอก”
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    81%
  • ไม่เห็นด้วย
    19%

บอกต่อ : 321