อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

เปิดตำนาน ''หลวงปู่ไดโนเสาร์''วัดสักกะวัน(ภูกุ้มข้าว)

พระญาณวิสาลเถร (หลวงปู่หา สุภโร)วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ติดทำเนียบพระดีศรีอีสานอีกรูปหนึ่งในปัจจุบัน เจ้าของฉายา “หลวงปู่ไดโนเสาร์” ศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563 เวลา 10.09 น.


พระญาณวิสาลเถร (หลวงปู่หา สุภโร) นามเดิมว่า หา ภูบุตตะ เกิดวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2468 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู ที่บ้านนาเชือก ตำบลเว่อ (ปัจจุบันเป็นตำบลนาเชือก) อำเภอยางตลาด (ปัจจุบันเป็นอำเภอเมือง) จังหวัดกาฬสินธุ์ บิดาชื่อ นายสอ ภูบุตตะ มารดาชื่อ นางบัวลา ภูบุตตะ มีพี่น้องรวมกัน 7 ท่าน

ท่านถือกำเนิดในตระกูลที่มีฐานะดี มีฝูงวัวกว่า 30ตัว มีที่นากว่า 60 ไร่ มารดาเลี้ยงหม่อนจำนวนมาก สมัยเป็นฆราวาส ขยันหมั่นเพียร อุตสาหะ ช่วยโยมบิดามารดาทำงานทุกอย่าง ท่านจบ ป. 4 ที่โรงเรียนวัดบ้านนาเชือกเหนือ ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นทหารอาสาเพื่อไปร่วมรบในสงคราม และท่านได้เข้ารับการฝึกซ้อมรบแต่ไม่ได้ไป สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้ยุติลงเสียก่อนในปี พ.ศ.2488

ในช่วงวัยหนุ่มหลวงปู่ชอบการต่อยมวยมาก มักไปต่อยมวยตามงานวัดต่างๆ จนอายุประมาณ 20 ปี คุณยายของท่านขอให้บวชทดแทนพระคุณ ท่านจึงตัดสินใจอุปสมบท เมื่ออายุย่าง 21 ปี ที่สิมน้ำ ณ วัดสว่างนิวรณ์นาแก ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีหลวงปู่ลือ เป็นพระอุปัชฌาย์ สังกัดมหานิกาย บวชแล้วก็มาอยู่ที่วัดสุวรรณชัยศรี ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์



ในปี พ.ศ. 2489 ขณะนั้นการปกครองคณะสงฆ์ยังไม่ทั่วถึง การบวชของคณะธรรมยุติกนิกายและคณะมหานิกายยังไม่แยกจากกัน ใช้พระอุปัชฌาย์รูปเดียวกัน ต่อมา พ.ศ.2490 คณะสงฆ์จึงมีประกาศ พระอุปัชฌาย์สังกัดนิกายใด ผู้บวชก็ต้องสังกัดนิกายนั้น พระครูประสิทธิ์สมณญาณ เจ้าอาวาสวัดสุวรรณชัยศรี (ศิษย์อุปัฏฐากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต สมัยท่านจำพรรษาอยู่แถบจังหวัดเชียงใหม่) ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน ได้อบรมการเป็นพระอุปัชฌาย์ของคณะธรรมยุติกนิกาย

ต่อมาเมื่อท่านอายุ 22 ปี ก็แปรญัติติเป็นธรรมยุติกนิกาย ที่สิมน้ำ ณ วัดบ้านหนองโจด (ปัจจุบันเป็นที่นาชาวบ้าน) ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อ วันที่ 21 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 เวลา 13.00 น. โดยมีพระครูประสิทธิ์สมณญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระครูปลัดอ่อน ขนฺติโก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระใบฎีกาทองสุข สุจิตฺโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีฉายา ว่า “สุภโร” แปลว่า “ผู้เลี้ยงง่าย”

เมื่อหลวงปู่บวชใหม่จำพรรษาที่ วัดสุวรรณชัยศรี เรียนเก่งสอบได้นักธรรมตรี-โท-เอก แต่ป่วยโรคดีซ่าน เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงฆ์ 3 เดือนก็ไม่หาย ท่านจึงตั้งสัตยาธิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้วมรกต) ว่า “หากข้าพเจ้าจะมีชีวิตในการบวช ขอให้โรคหาย ถ้าหากจะไม่มีชีวิตแล้ว ขอให้ตายกับผ้าเหลือง” โดยมีความคิดว่า หากได้บวชอยู่นานๆ จะได้ทำประโยชน์ในพระศาสนาให้สมกับที่เป็นผู้อุทิศตนต่อชาวโลก จากนั้นท่านจึงกลับไปที่บ้านเกิด เริ่มดำเนินภารกิจดังที่ตั้งปณิธานไว้ และได้ตั้งสัตยาธิษฐานอีกครั้งหนึ่งว่า “ขอให้ได้อยู่ป่า ทำความสงบสบายทางจิต”



ด้วยอานิสงส์แห่งการอุทิศตนเพื่อพระศาสนา ท่านก็ได้รับการรักษาจากหมอพื้นบ้าน และการอบรมทางใจจากการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานเข้าช่วยเหลือ อาการป่วยหายขาดในที่สุด เมื่อหายดีแล้วท่านจึงปลีกวิเวกออกธุดงค์ไปยังภาคต่างๆ ในประเทศไทย แทบทุกจังหวัด ทุกมุมเมืองในภาคอีสาน ข้ามไปยังฝั่งลาวไปถึงนครเวียงจันทน์สองครั้งและเข้ากัมพูชา จนเห็นผลทางจิตอันแน่นอนแล้ว ท่านจึงกลับมาช่วยงานการพระศาสนาดังปฐมปณิธาน

กระทั่ง พ.ศ.2524 พระญาณวิสาลเถร (หลวงปู่หา) ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) นิมิตเห็นไดโนเสาร์ตัวใหญ่คอยาวเดินอยู่เชิงเขา บริเวณร่องน้ำ ข้างถนนเชิงเขาภูกุ้มข้าวและเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2437 เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบและขุดพบซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ ซอโรพอดพันธุ์กินพืชและไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อ 750 ชิ้น อย่างน้อยจำนวน 7 ตัว มีอายุประมาณ 130 ล้านปี มีความสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันนำมาเก็บรักษาไว้ที่อาคารพระญาณวิสาลเถรแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการชื่อว่า “อุทยานโลกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว”

ต่อมาหลวงปู่หา ได้ชี้จุดฟอสซิลที่เห็นในนิมิตเพิ่มเติมอีกภายในวัด จนมีการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์อีกหลายตัว ได้รับการตั้งชื่อว่า “อาคารหลุมขุดค้นไดโนเสาร์พระญาณวิสาลเถร” เป็นอนุสรณ์แก่ผู้ค้นพบครั้งแรก อีกทั้งเก็บรวบรวมฟอสซิลไดโนเสาร์จากทั่วสารทิศไว้ที่วัดสักกะวัน ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสัตว์โลกล้านปี โดยได้รับพระราชทานนามว่า “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” บรรดาคณะศิษย์ยานุศิษย์และลูกหลาน จึงถวายฉายานามหลวงปู่ว่า “หลวงปู่ไดโนเสาร์” จวบจนทุกวันนี้

สำหรับวัตถุมงคลของ พระญาณวิสาลเถร (หลวงปู่หา) ที่เคยสร้างเอาไว้ ในปัจจุบันเป็นที่ต้องการของนักสะสมพระเครื่อง ได้แก่ รูปหล่อรุ่นเจ้าสัว เหรียญรุ่นเมตตา เหรียญรุ่นมนต์พระกาฬ เหรียญเสมารุ่นเงินไหลมา เหรียญเต่ารุ่นเงินไหลมา เพราะมีประสบการณ์ครบเครื่อง ทั้งแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม เรียกเงินเรียกทองได้ชะงัดนักแล.

วายุอัคคี
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 69