อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

ชวนดูหนังอินเดียเรื่อง"3 idiots"

ช่วงหยุดอยู่บ้านป้องกันโควิด ผมก็เลยได้ดูหนังเยอะมาก รวมทัั้งซีรี่ย์เกาหลีที่คนอื่นเขาดูกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งต้องยอมรับเรื่องบทและเนื้อหา ทำให้ผมเองก็ติด ต้องดูทุกวันเช่นกัน แต่วันนี้ขอชวนดูหนังอินเดียเรื่อง"3 idiots" จันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00 น.


มีอยู่วันหนึ่ง คุณพ่อน้อง KC (KC คือน้องที่เคยแข่งรายการทำอาหาร) ส่งข้อความมาถามผมว่า “เคยดูเรื่อง 3 idiots หรือยัง เรื่องนี้ KC ชอบมาก หนังสอนให้เขาทำในสิ่งที่รัก พี่อยากให้เมฆและลูกได้ลองดู” ผมลองเสิร์ชดูใน Netflix มีเรื่องนี้จริง ๆ ด้วย แต่แปลกใจเล็กน้อยว่าเป็นหนังอินเดีย ผมลังเลว่าจะชวนลูกดีไหมนะ เพราะสำหรับผม ภาพจำของหนังอินเดียจะมีแต่เรื่องราวความเชื่อบ้าง พระเอกวิ่งข้ามเขาร้องเพลงกับนางเอกบ้าง หรือถ้าหนังใหม่ ๆ หน่อยก็จะหลุดโลกไปเลย

ผมหยุดความคิดที่จะดูหนังอินเดียไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม พอนึกได้ ผมลองเอามาเปิดดูคนเดียวก่อน ผ่านไป 10 นาทีและถามลูกชายว่า “อยากลองดูหนังอินเดียสักเรื่องไหม” ลูกชายผมตอบว่าอยากดูเพราะเขาเคยดูคลิปหนังตลกอินเดียที่ใช้กล้วยมาทำเป็นปืน หรือเอาไก่ยิงออกเป็นลูกธนู เขาว่าน่าจะสนุกดี



อย่างไรก็ตาม ผมเห็นความยาวของหนัง 2 ชั่วโมง 50 นาที หนังยาวมาก ผมเลยขอแบ่งดูวันละชั่วโมงก็แล้วกัน เปิด 10 นาทีแรก ผมว่าหนังออกจะตลกแบบ “ติงต๊อง” เหมือนกันนะครับ แต่พอ “รานโช่” ตัวเอกของเรื่องปรากฏตัว ความสนุกก็ตามมาหลังจากนั้น เริ่มจากรานโช่เดินเข้ามาในขณะเพื่อน ๆ คนอื่นกำลังรับน้องคณะวิศวกรรมศาสตร์ รุ่นน้องกำลังถูกรุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรพิเรนทร์ ส่วนรานโช่หนีเข้าไปในห้อง แล้วประดิษฐ์สิ่งที่อยู่ในห้องเพื่อจัดการรุ่นพี่ที่มาตามให้เขาออกไปร่วมกิจกรรมรับน้อง



จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น ทำให้เขาได้เพื่อนร่วมห้องที่สนิทกัน มีกันอยู่ 3 คน แต่สองในสามคนนั้นเรียนไม่เก่งเลย รักษามาตรฐานอันดับบ๊วยและรองบ๊วยของคณะมาตลอด ซึ่งเพื่อนทั้ง 3 คนนี้คอบยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใช้ชีวิตสนุกสนานอยู่ในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะรานโช่ที่ดูเหมือนว่าจะไม่เคยตั้งใจเรียนเลย แต่เขากลับได้คะแนนอันดับที่ 1 ของคณะเสมอ

รานโช่เป็นนักศึกษาที่ฉลาด แต่ไม่ชอบระบบการศึกษาที่ถูกบังคับให้ท่องจำ เพื่อนำไปสอบและแข่งขันกันได้คะแนนดี ๆ สิ่งเหล่านี้ทำไปเพื่อให้นักศึกษาวิศวะคนหนึ่งจบออกไป แล้วได้งานที่ดี ได้เงินเดือน แล้วย้ายไปเรียนต่อและใช้ชีวิตที่อเมริกา ซึ่งนักศึกษาอินเดียส่วนใหญ่ก็คิดแบบนี้ ทุกคนจึงตั้งใจทำคะแนนออกมาให้ดี โดยยอมทุกอย่างเพื่อให้เรียนจบ

ระบบการศึกษาที่เคร่งครัดถูกแทนด้วยคณบดีจอมเฮี้ยบ นักศึกษาที่ยอมทำตามทุกอย่างเพื่อให้ได้เกรดดี ๆ ถูกแทนด้วยคนที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 ซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลของรานโช่ ซึ่งเขาปฏิญาณว่า ในวันที่ 5 เดือนกันยายนในอีก 10 ปีข้างหน้า เขาจะประสบความสำเร็จกว่าซานโช โดยที่เขาจะต้องมีเงิน ร่ำรวยกว่าซานโชให้ได้



ที่เหลือผมปล่อยให้ท่านผู้อ่านลองไปดูเองดีกว่าครับ หนังเรื่องนี้ยาวเสียด้วย แต่พอดูไปสักพักจะเริ่มติดใจ เจ้าลูกชายผมดูคืนแรกไปหนึ่งชั่วโมง บอกว่าอยากดูต่อ แต่พอดูคืนที่สองเขาขอดูให้จบไปเลยเพราะอยากรู้ว่าเรื่องจะจบอย่างไร

ผมไม่อยากเชื่อว่าหนังอินเดียเรื่องนี้จะมีทุกอารมณ์ ความสนุกและตลกขบขันอันนี้มีแน่นอนอยู่แล้ว แต่มีการเล่าเรื่องสลับไปมา มีความดราม่า โรแมนติก ลึกลับสืบสวน (ไม่น่าเชื่อ) สร้างแรงบันดาลใจ ฉากซึ้งก็ทำได้ดี (ผมเห็นลูกชายน้ำตาไหล) มุมภาพและฉากภูมิประเทศในอินเดียสวยงามมาก



พล็อตหนังเดาง่ายก็จริงครับ เรียบง่ายแต่โดน ผมว่าดีสำหรับเด็กและครอบครัว ให้คติสอนใจหลายแง่มุม เรื่องแรก “ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง ทำในสิ่งที่ชอบแล้วความสำเร็จจะตาม” เรื่องที่สอง “ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องมาในรูปของตัวเงินและความร่ำรวยเสมอไป” เรื่องต่อมาคือ “มิตรภาพระหว่างเพื่อนสำคัญมาก จงรักษามันไว้ให้ดี ๆ” ที่ลูกดูแล้วทึ่งคือ "ความรู้ไม่ใช่แค่เนื้อหาที่ท่องจำ แต่ต้องนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง ช่วยเหลือคนอื่นได้” หนังเรื่องนี้ให้ทั้งสาระและความบันเทิงครับ ผมเชื่อว่าลูกชายผมคงได้ข้อคิดจากหนังเรื่องนี้ไปไม่น้อย “All is well.” ตามที่หนังได้บอกไว้จริง ๆ ครับ
...........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 70