อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

ช้อปช่วยชาติ!!มาอีกรอบ ลุ้นกระตุ้นเศรษฐกิจ

งัดมาทุกเม็ด งัดมาทุกมาตรการ ที่จะพยุง…ที่จะหอบหิ้ว ให้เศรษฐกิจไทยไม่ดิ่งเหวไปมากกว่านี้ เพราะทุกสำนักวิจัยต่าประสานเสียงเดียวกันว่าปี 63 นี้ เศรษฐกิจไทยติดลบหนักมาก อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.

 
อย่างล่าสุด… แบงก์ชาติ ก็ประกาศไว้ชัดเจนว่าปี 63 นี้เศรษฐกิจไทยวิกฤติหนัก แถมหนักว่าวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 40 เสียอีก เพราะดูไปดูมาแล้วจีดีพี จะติดลบมากถึง 8.1% ทีเดียว ขณะที่ในปี 40 เศรษฐกิจไทยติดลบไป 7.6%
 
ก็หนักหนาสาหัส!!กันล่ะค่ะ ส่วนมาตรการสารพัดที่งัดกันออกมาจนถึงต้องกู้เงินมากู้วิกฤติเศรษฐกิจจะเอาอยู่หรือเปล่า? นั่นก็อีกเรื่อง เพราะต้องรอดูผล
 
เพราะอย่าลืมว่าการแจกเงินเยียวยา 5,000  บาท ก็กำลังจะหมดในวันพรุ่งนี้แล้ว (30 มิ.ย.63) แถมขุนคลังคนปัจจุบันอย่าง “อุตตม สาวนายน” ก็ออกมาสำทับหนักแน่นว่า “ไม่มีต่อ” แน่ ๆ


 
ส่วนแผนสอง การฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยเงินกู้ 4  แสนล้านบาทจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ก็ยังไม่รู้ได้ แม้สภาพัฒน์ ในฐานะผู้ดูแลผู้คัดสรรโครงการ ได้เคาะ 213 โครงการล็อตแรกออกมา เพื่อเสนอให้ครม.บิ๊กตู่ ไฟเขียวอีกทีในวันที่ 8  ก.ค.นี้ ก็ตาม
 
ที่สำคัญ ต่อให้ยืนยันนั่งยัน ว่าทั้ง 213 โครงการ วงเงินกว่า 1.1 แสนล้านบาท ที่ไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจ จะช่วยจ้างงานได้กว่า 4 แสนราย แถมโปร่งใสไร้ที่ติ เพราะไม่มีการแจกเงินกันสด ๆ แต่ต้องผ่านระบบพร้อมเพย์ แถมยังมีขั้นตอนอีกมากมายสารพัด ที่ไม่ให้ “โกง” ได้ง่าย ๆ แน่
 
แต่สุดท้าย!!ใครจะพิสูจน์ได้ 100% ว่าเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจะไม่รั่วไหล ที่มากกว่านั้นเชื่อเถอะ!! ไม่มีใคร? เชื่อหรอก…ว่าจะไม่มี “พวกกัน” หรือ เหลือบ ริ้น ไร ที่ได้ประโยชน์
 
เอาเป็นว่ารอลุ้นรอดูกันดีกว่า…ว่าประชาชนตาดำ ๆ จะได้อานิสงส์ จากเงินกู้ก้อนนี้ที่เรียกกันว่า Seed money ที่เปรียบเสมือนเป็นหัวเชื้อเพื่อเพาะพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยก้าวไปสู่การพัฒนาที่เข้มแข็ง ได้มากน้อยอย่างไร
 
ซึ่งไม่เพียงแค่เงินเยียวยา รวมถึงเงิน Seed money ทั้ง 4 แสนล้านบาทเท่านั้น อย่าลืมว่า… มาตรการชะลอการเกิดหนี้เสียของแบงก์ชาติ ที่ทั้งลด ทั้งปรับ ทั้งพัก ทั้งขยายเวลา การจ่ายเงินกู้ ดอกเบี้ย ก็กำลังย่างกรายเข้ามาในเดือนต.ค.นี้ เพราะถึงระยะเวลาที่กำหนดไว้


 
นั่น!!! หมายความว่า บรรดาหนี้เน่า หนี้เสีย หรือหนี้ที่กำลังจะเสีย ก็จะผุดออกมาจากใต้พรม อีกมหาศาล เมื่อหนี้ผุดออกมา บรรดาแบงก์ สถาบันการเงินทั้งเล็กทั้งใหญ่ โดยเฉพาะแบงก์เอกชน อาจต้องเผชิญปัญหา “กระสุนหมด” การตั้งสำรองหนี้สูญอาจมีปัญหา
 
ยังมีการเชื่อกันด้วยว่าพิษของโควิด-19 ใช่จะหายไปง่าย ๆ อย่างน้อยอีก 1-2 ปี เมื่อมีวัคซีนป้องกันโรคนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ถาวร เท่ากับว่าเศรษฐกิจก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างมั่นคงใน 1-2 ปีนี้เช่นกัน
 
นี่แค่…พิษของไวรัสร้ายเท่านั้น ยังมีอีกสารพัดพิษที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยได้พึ่งพิงเงินตราจากต่างประเทศมากเกินไป ทั้งรายได้จากการส่งออก รายได้จากการท่องเที่ยว ทุกอย่างจึง “ล้ม” เป็น “โดมิโน่”


 
หมากเดียวที่ทีมเศรษฐกิจของ “บิ๊กตู่” กำลังงัดออกมาใช้ คือ เรื่องของการลงทุน การใช้จ่าย ของภาครัฐและเอกชน ในประเทศ ให้แพร่กระจายออกไปโดยเร็วที่สุด เพื่อยันเศรษฐกิจไว้ไม่ให้ล้มครืนสารพัดมาตรการที่กำลังพรั่งพรู ออกมาตอนนี้ ก็ด้วยเหตุนี้!! นั่นแหล่ะ… แต่จำนวนเงินที่ทุ่มเท ที่ใส่ลงไป จะทานอยู่หรือเปล่า คงต้อคิดกันหนัก
 
เหมือนกับมาตรการ “ช้อปช่วยชาติ” ที่กระทรวงการคลัง กำลังคิดที่จะงัดออกมาใช้อีกรอบ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ การบริโภคในประเทศ ด้วยหวังว่าจะเป็นอีกมาตรการที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้ เพราะกระทรวงการคลังมั่นใจว่า ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ยังมีกำลังซื้ออยู่
 
เพราะอย่าลืมว่าบรรดานักช้อปปิ้งทั้งหลาย ที่อัดอั้นมาจากการอดเดินทางไปต่างประเทศ พอห้างเปิด หรือแม้กระทั่งเอาท์เล็ทแห่งใหม่ของไทยเปิดตัว ก็แห่กันไปช้อปปิ้งของแบรนด์เนมกันอย่างไม่ขาดสายทีเดียว
 
ซึ่งมาตรการนี้…บรรดาภาคเอกชนต่างก็เรียกร้อง เพียงแต่ต้องแรง!!กันหน่อย เพราะการนำค่าช้อปปิ้งมาลดหย่อนภาษีได้เพียง 15,000 บาท นั่นก็น้อยเกินไป ไม่เร้าใจ แต่เพิ่ม 30,000 บาท 50,000 บาท ก็อาจดึงดูดได้ไม่น้อย!!!
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    39%
  • ไม่เห็นด้วย
    61%

บอกต่อ : 111