อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

ส.ส.พปชร.อภิปรายสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 64

“ส.ส.ทวิรัฐ” สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 64 ชี้ รัฐบาลช่วยพัฒนาแหล่งน้ำ-แก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.30 น.


วันที่ 2 ก.ค. 63 ในการประชุมสภา นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2564 ว่า ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของพี่น้อง จ.นครราชสีมา จึงขอพูดถึงปัญหาภัยแล้งในภาคอีสาน ซึ่งเป็นปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก โดยในการอภิปรายงบประมาณครั้งนี้ จะขอยกตัวอย่างการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน โดยในปี 2564 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการจัดสรรงบประมาณถึง 112,878 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ได้งบประมาณ 108,074 ล้านบาท ถือได้ว่าเพิ่มขึ้นจำนวน 4,804 ล้านบาท 
.
ส.ส.ทวิรัฐ  กล่าวว่า เมื่อมองไปถึงรายละเอียดของกรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจดูแลแหล่งน้ำให้กับพี่น้องประชาชน จะเห็นว่าในปี 2563 ได้รับการจัดสรรงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 68,000 ล้านบาท และในปี 2564 ได้รับการจัดสรรงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 75,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 7,300 ล้านบาท และในหน่วยงานพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำของระบบชลประทาน

เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและอุทกภัย จะเห็นว่าหน่วยงานนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 8,300 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2563 ได้รับการจัดสรรงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 7,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 880 ล้านบาท และในขณะเดียวกันได้มีการวางแผนล่วงหน้าถึงปี 2565  โดยมีการจัดสรรงบประมาณอยู่ที่ 8,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่เพิ่มขึ้นจากปี 2564
.
ส.ส.ทวิรัฐ  กล่าวว่า ผมขออนุญาตหยิบยกพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ตอนหนึ่งที่ว่า “น้ำ คือชีวิต หลักการสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้” ซึ่งสอดคล้องกับความทุกข์ของพี่น้องชาวอีสานที่ว่า ทุกข์อะไรก็ไม่หนักหนาเท่ากับการขาดน้ำ

และเมื่อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของกรมชลประทาน ภายใต้หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องแผนงานพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำ ระบบชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็นปี 2563 ปี 2564 และในปี 2565 ทำให้เห็นว่ารัฐบาลภายใต้แกนนำของท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาแหล่งน้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยอย่างแท้จริง และสุดท้ายนี้ผมจึงขอรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 และขอสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนพี่น้องชาวอีสานได้มีน้ำกินน้ำใช้



ขณะที่นายปัญญา จีนาคำ แม่ฮ่องสอน เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ว่าเป็นงบประมาณที่ลงตัวเพื่อนำมาดูแลประเทศชาติ และประชาชนในอนาคตให้ยั่งยืน พัฒนาประเทศ และเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นและอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
โดยทางรัฐบาลได้จัดงบประมาณอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะสมแม้บางครั้งขาดดุลบ้าง ก็อาจรับได้เพราะนำมาช่วยประชาชน แต่ยังมีมีข้อสังเกตุถึงการพัฒนาชายแดนระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศ ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และเมียนมา ว่าเหตุใดจึงมีความแตกต่างกัน

โดยเฉพาะด่านในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มี 7 อำเภอติดชายแดนเมียนมาทั้งหมด แต่ไม่มีด่านถาวรแม้แต่ด่านเดียว เป็นด่านผ่อนปรน ด่านชั่วคราว ดังนั้นการทำมาค้าขายของไทยกับประเทศเมียนมา ที่มีความต้องการสินค้าในประเทศไทยเป็นอันดับแรกเพราะมีคุณภาพ มีราคาถูก แต่ไม่สามารถทำได้เพราะติดคำว่าด่านผ่อนปรนทำให้ไทยเสียโอกาสทางการค้าแทนที่จะได้รับผลประโยขน์

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ญาติของชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในสงครมโลกที่ที่ด่านต้นนุ่นจะลงมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ยังไม่สามารถมาได้เพราะติดด่าน รวมทั้งสนามบินแม่ฮ่องสอนได้ปิดสนิด จึงขอให้รัฐบาลช่วยพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%