อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

"แม่บ้าน"ยุคใหม่ในจีน อาชีพที่ต้อง'ใจรัก'

เมื่อสาวปริญญาโทเงินเดือนเหยียบแสน (25,000 หยวน) ลาออกมาทำงาน “แม่บ้าน” ไม่ได้หรือ อาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ช่วงก่อนหน้านี้ประเด็นร้อนในโลกโซเชียลจีนจนมีการกล่าวถึงกันอย่างน่าสนใจมากคือ สาวอายุ 32 ปี เคยไปทำงานต่างประเทศ พูดภาษาต่างประเทศได้ถึง 2 ภาษาพร้อมวุฒิปริญญาโท มาสมัครงานเป็นแม่บ้าน จนกลายเป็นคำฮิตที่ต้องเข้าไปค้นหาแต่คำว่า “สาว การศึกษาสูง พูดภาษาต่างประเทศได้ 2 ภาษา และ แม่บ้าน” 

ทำให้นักข่าวต้องไปตามล่าหาข้อมูล จนได้ไปสัมภาษณ์บริษัทจัดหางานแห่งหนึ่ง และพบว่าเป็นเรื่องจริงที่มีสาวคนนี้จริง แต่เธอยังไม่ได้ไปทำงานประเภทแม่บ้านจริง เพราะยังอยู่ในช่วงฝึกอบรมอาชีพอยู่ และจะต้องผ่านการทดสอบ จึงจะสามารถทำงานได้จริง

สาวคนนี้แซ่หลิว อยู่ที่เมืองหังโจว ชอบงานบ้าน มีจิตใจรักในการบริการ ยินดีเรียนรู้งานใหม่ๆ  มีความช่างสังเกต อารมณ์ดี ชอบติดต่อสื่อสาร ถนัดในงานทำความสะอาด ดูแลอบรมเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน พูดได้ทั้งภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส สามารถทำงานกับเจ้านายต่างชาติได้



นอกจากนี้จากประวัติยังบอกว่าสาวคนนี้เคยทำงานในบริษัทข้ามชาติ และได้เคยถูกส่งไปทำงานยังประเทศในแอฟริกา ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ รับผิดชอบในการดูแลบริการลูกค้า ทั้งเรื่องการขายและปัญหาของลูกค้า เคยทำงานเป็นครูฝึกอบรมเด็กก่อนวัยเรียน ทั้งด้านดนตรีและพัฒนาการด้านไอคิวเด็กเล็ก เคยมีประสบการณ์การดูแลเด็ก

นักข่าวจึงได้พยายามตามหาสาวคนนี้เพื่อสัมภาษณ์ว่าทำไมจึงอยากมาทำอาชีพนี้ จนในที่สุดก็ตามพบ และได้ความว่า สาวคนนี้ชื่อ “หลิวซวง” เคยทำงานเป็นพนักงานขายมาก่อน และรู้สึกว่างานที่เคยทำไม่ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง เลยลาออกและเปลี่ยนอาชีพมาเป็น “แม่บ้าน”  แต่ยังไม่ได้ทำงานจริง เพราะจะต้องผ่านการอบรมเรียบร้อยจึงจะสามารถทำงาน “แม่บ้าน” ได้

จากการพูดคุยทำให้ทราบว่าเธอจบปริญญาตรีเอกภาษาฝรั่งเศส และเรียนต่อจนจบปริญญาโท ได้เคยไปทำงานยังต่างประเทศ แต่เนื่องจากแต่งงานมีลูกเลยเดินทางกลับประเทศ และได้เคยทำงานในที่เกี่ยวข้องกับการเรียนโดยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษกับเด็กก่อนวัยเรียน แต่ต่อมาก็ได้ลาออกเพราะอยากได้งานที่มีอนาคต

และในที่สุดก็ได้มาสมัครเป็น “แม่บ้าน” ตัวเธอเองก็ได้เล่าให้ฟังว่า เธอเองก็เคยจ้าง “แม่บ้าน” มาช่วยงานบ้าน และทำให้รู้ว่างาน “แม่บ้าน” นี้ไม่เพียงแต่ต้องชอบทำงานบ้าน หากแต่ยังต้องรู้จักพูดคุยสื่อสารที่ดี และยังต้องรู้จักต้อนรับคนเป็น และตัวเธอเองก็เป็นคนชอบและสนใจงานพวกนี้ จึงได้มาสมัครงาน “แม่บ้าน” เองเสียเลย



มีคนจำนวนมากสงสัยมากว่า การศึกษาสูงเช่นนี้จะมาเป็น “แม่บ้าน” ไปทำไป งานดีๆ อื่นๆ มีตั้งมากมาย ทำไมไม่ไปทำ แต่สำหรับ หลิวซวง แล้วนั้น เธอเห็นว่าเดี๋ยวนี้ คนรุ่นใหม่ไม่น้อยก็มีความสนใจที่จะทำอาชีพ “แม่บ้าน” 

อาชีพ “แม่บ้าน” หรือ “พี่เลี้ยง” นั้นไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นคนที่ไม่มีการศึกษา หรือเป็นคนเรียนน้อย เดี๋ยวนี้มีคนที่มีการศึกษาสูงมาเป็น “แม่บ้าน” เหมือนกัน แต่เพียงแต่ยังมีไม่มากนัก คนสมัยนี้ที่หา “แม่บ้าน” หรือ “พี่เลี้ยงเด็ก” ไม่ใช่ไม่สนใจประวัติการศึกษา มีจำนวนไม่น้อยสนใจทั้งประวัติการศึกษา และความสามารถ ทำให้งานอาชีพนี้มีอนาคตที่ดีทีเดียว

จากที่นักข่าวถาม กรณี หลิวซวงนั้น เธอไม่ได้สมัครงานแม่บ้านที่ทำกับข้าวเก็บกวาดทั่วไป แต่เธอสนใจงานที่ดูแลรับผิดชอบในการสอนให้เด็กแบบรายชั่วโมง และเรียกเงินเดือนเป็นรายชั่วโมงที่ชั่วโมงละ 100 หยวน (ประมาณ 500 บาท)

เธอยังบอกอีกว่าหากผ่านการอบรมเรียบร้อย เธอก็จะทำงานตามความต้องการของแต่ละบ้านที่จ้างเธอ และจะหางานที่เหมาะสมกับศักยภาพของตน เช่น สอนเด็กก่อนวัยเรียน สอนภาษาอังกฤษ และเธอยังคิดจะไปสอบการอบรมการดูแลจัดการบ้าน เพื่อจะได้มีใบประกาศนียบัตร ภาพลักษณ์ของงานดูแลจัดการบ้านนั้น ไม่ใช่เหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่เป็นงานที่มีคนหนุ่มสาวสนใจ และต้องมีการศึกษาอีกด้วย อีกทั้งยังต้องใช้คนที่เป็นมืออาชีพ

ฉะนั้น อย่าได้ดูถูกอาชีพ “แม่บ้าน” หรือ “พี่เลี้ยง” อีกต่อไป สมัยนี้อาชีพนี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้ แถมยังเป็นอาชีพที่ต้องใจรัก และทำงานแบบมืออาชีพ ไม่ใช่งานที่หาคุณป้าแก่ๆ มาทำความสะอาดเช็ดถูปัดกวาดเช่นเดิม แต่กลับเป็นงานที่มีอนาคต รายได้ไม่เลว แต่ต้องอาศัยวุฒิการศึกษา เพราะลูกค้าที่มาก็เรียกร้องสูงเช่นกัน

ลืมไปเลย “แม่บ้าน” แบบเดิมเดิม สมัยใหม่นั้นอาชีพ “แม่บ้าน” หรือ “พี่เลี้ยง” นอกจากต้องมีการศึกษาที่ดี ยังต้องผ่านการอบรม และต้องใจรัก เพื่อจะได้คนที่ดีมาดูแลอบรม สอนหนังสือ สอนภาษาให้ลูก งานบ้านและทำอาหารก็ทำได้ดีสะอาด นิยามแม่บ้านสมัยใหม่

คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 58