อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

จับตาวิกฤติโควิด-19 ลุกลามเกิดวิกฤต''หนี้เน่า''

กาลเวลา… มันผ่านไปเร็วจริง ๆ ค่ะ พ่อแม่พี่น้อง ดูสิ!!! นี่ก็ปาไปเดือนที่ 7 แล้ว ทั้งที่พ่อแม่พี่น้อง ต้องผจญอะไร? ต่ออะไร? มาสารพัดมากมาย แต่ทุกอย่างก็ดูเหมือนยังแก้ไม่ตก!! จันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ง่าย ๆ เลยค่ะ ลองควักกระเป๋าตังค์ ของคุณ ๆ ท่าน ๆ มาดูสิคะ ว่า “เงิน” ในกระเป๋าของคุณน่ะ เหลือมากน้อยแค่ไหน แล้วหนทางข้างหน้าที่จะหาเงินมาใส่กระเป๋าน่ะ เป็นอย่างไร?

เงินไม่มีเพิ่ม แถมยังมี “หนี้” ติดตามตัวกันมาอีกเยอะแยะ ต่อให้ภาครัฐขนสารพัดมาตรการออกมาบรรเทา ออกมาลดภาระ มาช่วยให้หายใจหายคอคล่องขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้เหมือนกัน

อย่างเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน นี่!! ก็หมดไปแล้วเช่นกัน แม้รัฐบาลได้คลายล็อคดาวน์ประเทศ มาจนถึงเฟสที่ 5 แล้ว แต่อะไร ๆ ดูติด ๆ ขัด ๆ ไปหมด ไม่ไหลลื่นปื๊ดลื่นปื๊ด เหมือนเก่าก่อนอีก

แม้มีโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงินอีก 4 แสนล้านบาท มารองรับ เป็นเงินเติมหัวเชื้อให้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสามารถรองรับได้มากน้อยแค่ไหน เพราะวิกฤตินี้หนักหนาสาหัสเหลือหลายจริง ๆ

เศรษฐกิจจะดิ่งลึกจมหนัก ติดลบไปมากกว่า 8.1% เชื่อเถอะ… ประชาชนตาดำ ๆ ยายศรี ตามา ไม่รู้จักหรอกคืออะไร แต่ที่รู้ดีคือทำมาหากินไม่คล่อง เงินไม่มี ก็เท่านั้น!!

ก็นี่แหล่ะ!!! ที่เป็นคำถาม ที่ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องหาคำตอบแบบบ้าน ๆ มาอธิบาย มาตอบให้คลายสงสัย ให้หายเคลือบแคลง จึงไม่ต้องแปลกใจ!! ว่าทำไม สารพัดชื่อ สารพัดคน ที่โยนหิน ถามทาง กันเข้ามา เพื่อให้เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจจึงไม่ลงตัวกันซะที



สุดท้าย!! ต้องลุกลาม ลามปาม ไปจนถึงการ “ไล่ส่ง” กันทีเดียว ทั้งที่ “คนไล่ส่ง” น่ะ จะมีความสามารถในการตอบคำถามนี่ได้หรือเปล่า? แต่ในเมื่อเป็นวิถีแห่งการเมือง

บางที ความนิ่งสงบ… ก็เป็นหนทางที่ของการตอบโต้ที่ดีที่สุดเหมือนกัน แบบชนิดที่เรียกว่า เอาผลงานมาพิสูจน์ “ฝีมือ” !!!

เอาเถอะ…ใครจะมาใครจะไป ก็อย่างที่เห็นเป็นข่าวกันชัดเจน ว่า คุณสมบัติ” ที่อยากได้น่ะ เป็นอย่างไร? คำตอบที่ว่า “ต้องรู้เรื่อง ต้องเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ” คงเป็นคำตอบที่ชัดเจน

อีกอย่างที่ชัดเจน คือ เรื่องของ “หนี้” ที่หลายคนเรียกร้องกันหนักหนา ว่า หากหมดเวลาที่ภาครัฐเค้าช่วยเหลือ แล้วจะเป็นอย่างไร? เพราะอะไร ๆ ที่ซุกไว้ใต้พรม คงโผล่ออกมาให้เห็นในช่วงปลายปีนี้

จึงกลายเป็นอีกหนึ่งข้อเรียกร้องของบรรดาภาคเอกชน ที่ต้องการให้ภาครัฐ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หันหลังกลับไปดูเรื่องนี้กันซักหน่อย ว่าต้องทำอะไร?กันอีกแล้ว ไม่เช่นนั้น จะยิ่งทำให้ระบบเศรษฐกิจหนักหนาสาหัสเข้าไปอีก

เพราะข้อมูลล่าสุดของธนาคารกสิกรไทย ที่ออกมาระบุว่า จำนวนหนี้เสียหรือเอ็นพีแอล ในไตรมาสสอง ของปีนี้ อยู่ที่ 5.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.4% ของสินเชื่อรวม แล้วยังมีปริมาณที่สูงกว่าไตรมาสแรก ที่มีอยู่ 4.96 แสนล้านบาท หรือ 3.04% ของสินเชื่อรวม

พูดง่าย ๆ ว่า หนี้เสีย หนี้เน่า ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา น่ะเพิ่มขึ้น จากสิ้นเดือนมี.ค. 63 ถึง 70,000-80,000 ล้านบาท ที่สำคัญแนวโน้มหนี้เสีย ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดอยู่เพียงแค่นี้ แต่ยังมีวี่แวว เพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อย ๆ ตามสถานการณ์ ตามสภาพของเศรษฐกิจ

ก็…ในเมื่อขายของไม่ได้ ธุรกิจที่เปิดอยู่ก็ไปไม่ไหว ขายของไม่ได้ก็ไม่มีเงินใช้หนี้ เผลอๆ ใครนิสัยไม่ดีก็จ้องชักดาบกันซะดื้อ ๆ หรืออาจจะเกิดอาการ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” รายสองรายก็อาจไม่เห็นผล แต่ถ้าลูกหนี้พร้อมใจกันเข้าสู่สถานการณ์ที่ว่า… คงเดากันได้นะว่าอะไร? จะเกิดตามมา!!!



เป็นหนี้ในระบบ ภาครัฐก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ หันมาอีกทาง บรรดาตาสีตาสา ชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีใครช่วยค้ำประกัน เข้าหาแบงก์ไม่ได้ ก็ต้องหันไปพึ่งบรรดา “หนี้นอกระบบ” ที่ก็รู้กันดีว่า ดอกเบี้ย น่ะ โหดแค่ไหน?

ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร สุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่ต้องพึ่งหนี้นอกระบบ ที่กำลังเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด ในยุคโควิด-19 แม้เป็นภัยใกล้ตัว แต่ในเมื่อไม่มีเงิน ก็ต้องหาทางเอาตัวรอด เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อ ก็ต้องยอมเสี่ยงหนทางที่ดีที่สุดเวลานี้ นอกจากจะนอนรอนั่งรอ “ความช่วยเหลือ” ก็ต้องหันกลับมามองตัวเองกันด้วยจะสร้างวินัยการใช้เงินให้กับตัวเองได้อย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังเกิดวิกฤติ

ภาครัฐ ก็กำลังคลำทางหาทางแก้เศรษฐกิจในภาพรวมในภาพใหญ่ เรา ๆ ท่าน ๆ ก็คงต้องคลำทางหาทางแก้เศรษฐกิจในครัวเรือนของตัวเองให้อยู่รอดต่อไปให้ได้ อย่ามัวแต่ปล่อยให้ ''วิกฤติหนี้เสีย'' มาทับถมตัวเองจนหมดหนทาง!!!

คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 119