อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

ผม..มันดวงโจร

อาทิตย์ที่ผ่านมา ตำรวจไปจับโจรย่องเบาขึ้นบ้านคนอื่นมา 3 คน หัวหน้าแก๊งมีฉายาเด็ด จากการใส่แว่นสายตา อายุราว 50 กว่าปีแล้ว อาชีพทั้งชีวิตของแกคือ การเลือกเดินคนละเส้นทางของกฎหมาย พูดง่าย ๆ ว่าเป็นโจรดี ๆ นี่เอง พุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น.


งานหลักของแกคือ เดินทางไปตระเวนตามบ้านเรือนต่าง ๆ ไปกดกริ่ง หากพบว่าบ้านไหนมีคนอยู่ก็จะบอกว่ามาผิดบ้าน แล้วจึงหาหลังต่อไป หากพบว่าหลังไหนไม่มีคนอยู่ ก็จะปีนเข้าบ้านไป บ้านในกรุงเทพพระมหานครหลายหลัง ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน แต่เป็นในซอยเปลี่ยว เป็นบ้านดังเดิม พื้นเพของคนกรุงเทพมีฐานะ กลางวันเงียบนิ่งไร้สิ่งมีชีวิต แต่อย่าให้ความคิดที่ว่าตะวันสาดแสงนั้น ไม่ได้หมายความว่าโจรจะไม่ออกหากิน

เมื่อเข้าไปในบ้านไร้คนได้ จะเอาไขควง ชะแลงงัดประตู กินเวลาไม่นานก็เข้าไปในตัวบ้าน อะไรกวาดได้กวาด อะไรสามารถนำไปขายได้ เอาไป ไม่ต้องแบกให้มาก แต่แบกแล้วต้องเป็นทรัพย์สินที่พร้อมแปรรูปเป็นเงินได้

ทุกที่ล้วนมีตลาดรับซื้อ พ่อค้าแม่ค้าหลายแห่งมองสินค้าที่ดูปราดเดียวก็มั่นใจได้ว่า คนเอามาขายไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริง แต่เพราะเล็งเห็นว่า สามารถเอาไปขายต่อได้ในราคาที่สูงกว่าเดิมมาก ๆ จึงรับซื้อของโจรเอาไปขายต่อได้อีก

หัวหน้าแก๊งทำงานหาเงินทุกอย่างมาได้ด้วยน้ำแรงของตัวเอง ความขยันไม่เป็นสองรองใคร งานหนักไม่เคยฆ่าใคร เพียงแต่ว่าสิ่งที่ทำนั้น มันเป็นการดำเนินชีวิตเบียดเบียนคนอื่น



ลักทรัพย์ย่องเบาเข้าบ้านคนอื่นนั้น เจ้าตัวทำมาแล้วเป็นร้อยครั้ง ชำนาญแบบมืออาชีพ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน การดำเนินงานสายโจรก็ต้องเปลี่ยนบ้าง เมื่อบ้านหลายหลังติดวงจรปิด การทำงานก็นำไปสู่ความผิดพลาด ตำรวจตรวจวงจรปิดไล่เส้นทาง ไม่นานก็จับตัวได้

เจ้าตัวเคยถูกนำมานั่งกลางวงแถลงข่าว ให้อดีตนายพลตำรวจคนหนึ่งแถลงมาแล้ว ไปใช้โทษในเรือนจำได้ไม่นานแรม ก็ออกมา แล้วก่อเหตุอีกครั้ง

“ผมมันดวงโจรจริง ๆ” ผู้ต้องหาเอ่ยปากต่อหน้าตำรวจและนักข่าวไม่กี่คนที่ทำงานมีแหล่งข่าวจนถูกพาตัวไปเก็บข้อมูลเขียนข่าวแก่คนอ่าน ในยุคสมัยที่สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งคิดว่าตัวเองเป็นเซเลปดาราคนดังจนหลงลืมหน้าที่ของนักข่าวที่แท้จริงไป

ดาราจะค้างฟ้าต้องทำงานคู่กับการแสดง นักร้องจะเป็นที่นิยม ต้องคู่กับงานเพลงดี ๆ สื่อมวลชนจะเป็นที่จดจำต้องทำข่าวและมีแหล่งข่าวเรื่องราวร้อยเรียงให้สังคมได้ตระหนัก
หากไม่ทำตามหน้าที่ ความมืดบอดจึงเกิดขึ้นกับวงการสื่อมวลชนบ้านเรานี่เอง

กลับเข้าเรื่อง!

หัวหน้าแก๊งเข้าออกคุกมาหลายรอบ สุขภาพทรุดโทรม เรือนจำนั้นยิ่งอยู่นานยิ่งสูบวิญญาณความเป็นคนและสภาพร่างกายหมดพลังไปด้วย เมื่อเขาออกมา เข่ามีปัญหาจะทำงานแบบเดิมไม่ได้อีก จึงรวบรวมสมาชิกลูกน้องขึ้นมา สอนแนะนำให้หางานทำสายนี้ ตัวเองขี่จยย.ดูเส้นทางไว้ให้ แต่สุดท้ายดวงโจรก็นำไปสู่การถูกจับกุมอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ผมทำงานดี ๆ ทั้งนั้นนะเส้นทางชีวิตผม” แกเปิดปากเล่า ตำรวจสายสืบยืนมองขณะการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ “ใช่ ผมสอบถามประวัติจากพี่จากน้องของน้าแล้ว ก้รู้ว่าทำงานดี”
“ผมไปเอาเช็กไปขึ้นเงินให้นาย แล้วเช็กเด้ง โดนไล่ออก ไปทำงานโรงงานก็อยู่ไม่ได้ เลยเลือกทางเดินสายนี้”

“ถ้าออกจากคุกมาจะทำแบบเดิมไหม” สายสืบรุ่นลายครามถามด้วยความสงสัย
“ทำครับ ทำแบบเดิม”



ทุกคนยืนมองนิ่งสงบ จนผู้ต้องหาต้องเอ่ยปากว่า “ถ้าไม่ทำแบบนี้ แล้วจะให้ทำยังไง ผมมันเลือกทางเส้นนี้แล้ว”

ช่างภาพของช่องข่าวแห่งหนึ่ง ส่ายหน้า “น้าพูดแบบนี้ไม่ได้ มันอยู่ที่น้าเลือก ผมก็เคยเลว ทำไม่ดีมาก่อน แต่คนเรามันเลือกทางเดินได้” หนอนโรงพักฟังด้วยความเงียบ ครุ่นคิด เรื่องนี้มีถูกมีผิดตามกฎหมายแน่นอน

แต่ในห้วงความรู้สึกนั้นมันมีถูกมีผิดหรือไม่ นี่คือข้อดีของการไปทำข่าวภาคสนามลงพื้นที่ ได้พบเจอสายสืบเล่าเรื่องราวตอนเด็ก ที่เขามีเพื่อนสมัยประถมที่วันหนึ่งกลับมาบ้านปรากฏว่าครอบครัวโดนฆ่ายกครัวไปหมดจากน้ำมือของคนร้าย เหลือรอดเพียงเพื่อนของสายสืบกับพี่ชาย หนอนโรงพักฟังแล้วยิ่งคิด นี่จะเป็นจุดที่เขาเลือกทางเดินตำรวจหรือไม่ เพราะผ่านมาหลายปี สายสืบคนนี้ยังจดจำเรื่องนี้ได้อีก

ได้ฟังอคติทางชาติพันธ์ ซึ่งปรากฏให้เห็นในสังคมไทยเป็นเรื่องปกติ

เรายืนฟากเดียวกับกฎหมาย หนอนโรงพักสบตามองผู้ต้องหาวัยลายคราม เขามีทางเลือกหรือไม่มีทางเลือก “กลับไปบ้าน ญาติก็ไม่ให้อยู่ ต้องระเหเร่ร่อน ผมมันคนขี้คุก ต้องเลือกทางเดินสายนี้”

ฟังแล้วค่อนข้างเห็นความเป็นไปของสังคม มนุษย์และอะไรหลายอย่าง

ตำรวจไปจับผู้ต้องหาคนนี้ได้ในบ่อนพนันแห่งหนึ่ง แกติดพนันอย่างหนัก เงินจากการทำมาเลี้ยงชีพที่ไม่สุจริตแต่ก็เปลืองหยาดเหงื่อและเรี่ยวแรง หามาได้ ก็เอาลงในบ่อนพนันจนหมด แล้วก็เริ่มก่อเหตุใหม่ เป็นวงเวียนกรรมแห่งชีวิตแบบนี้เรื่อยมา ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ พิษการพนันไม่เคยจางหาย “ผมมันดวงโจร”

คำพูดของชายชราผู้ต้องหายังค้างอยู่ในหัวของผู้เขียน แม้ผ่านไปหลายวันก็ยังจำเสียงนั้นได้แม่น หรือชีวิตมนุษย์นั้นถูกกำหนดจากดวง หรือเป็นข้ออ้างถึงดวง ปิดบังเจตนาการกระทำของเราเองที่เลือกได้ว่าจะเดินทางไหน หากประสบความสำเร็จมันคือความมานะลิขิตชีวิตเอง แต่หากล้มเหลว เราจะโทษทุกอย่าง แม้กระทั่งดวง จนลืมมองข้ามความจริงอะไรหลายอย่างไป
................................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 139