อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

หนังสือภาพสำหรับเด็ก "แม่จ๋า อย่าโมโห"

ไม่แปลกใจว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงได้รับรางวัล ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้อ่านให้ลูกฟังบ่อย ๆ เหมือนกับเป็นการเตือนใจคุณพ่อคุณแม่เองว่าคำพูดแรง ๆ ส่งผลต่อความรู้สึกของลูกอย่างไร จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น.


ช่วงอยู่บ้านเพื่อไม่ให้โควิดแพร่กระจาย ผมเชื่อว่ามีธุรกิจหนึ่งเกิดขึ้นมาสร้างความคึกคักให้กับศิษย์เก่าสถาบันต่าง ๆ นั่นคือ Marketplace ในเฟซบุ๊ค ผมก็เข้าไปหลงอยู่ในนั้นจนปัจจุบันยังหาทางออกไม่ได้เลยครับ ผมนำหนังสือนิทานของตัวเองไปขายด้วยนะครับ แต่จากการคำนวณบัญชีที่ผ่านมา

ผมว่าผมคงซื้อมากกว่าขาย โดยเฉพาะบรรดาของกินที่มาจากทุกสารทิศ มันชวนให้ควักสตางค์ออกไปจับจ่ายใช้สอยกับสินค้าของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเสียจริง ๆ



ด้วยความที่ผมทำนิทาน เราก็จะชอบดูนิทานของคนอื่นเช่นกัน มีศิษย์เก่าท่านหนึ่งนำนิทานเรื่อง Schreimutter” ซึ่งเป็นหนังสือเด็กที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมเด็กและเยาวชนยอดเยี่ยมประเทศเยอรมนี (Deutscher Jugendliteraturpreis) ในปี 2001 ซึ่งเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์ไปแล้วหลายภาษาทั่วโลก

ซึ่งในขณะนั้นสำนักพิมพ์ SandClock กำลังจะแปลเป็นภาษาไทย ชื่อว่า “แม่จ๋า อย่าโมโห” มีการให้สั่งแบบ Pre-Order ผมก็สั่งไว้เลยครับ เพราะจำได้ว่า ภรรยาผมเคยอ่านเวอร์ชั่นที่เป็นภาษาอังกฤษบอกเล่มนี้ดี ผมซื้อโดยไม่ลังเล



จนในที่สุด หนังสือเล่มนี้ก็ถูกส่งมาที่บ้านผม เริ่มจากการเปิดเรื่องด้วยภาพของแม่เพนกวินกำลังอ้าปากกว้างตวาดลูกด้วยเสียงดัง พอหน้าถัดไป ชิ้นส่วนของลูกก็กระจัดกระจายปลิวไปในที่ต่าง ๆ หัวหลุดไปในอวกาศ ตัวลอยไปตกในทะเล ปีกไปอยู่ในป่า ปากไปตกบนภูเขา ก้นกระเด็นไปในเมืองใหญ่ ส่วนเท้ายังอยู่ที่เดิม แต่แล้วเท้าก็วิ่งไปเรื่อย ๆ ไม่มีจุดหมาย



เป็นอย่างไรบ้างครับ แค่เปิดเรื่องก็ได้จินตนาการปนตลกขบขัน แล้วก็เดาไม่ได้ว่าลูกเพนกวินจะไปรวบรวมชิ้นส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกลับมาได้อย่างไร เพราะอยากจะมองหา ตาก็ไปอยู่บนอวกาศ อยากตะโกนก็ไม่มีปากเสียนี่ เอ..เจ้าลูกเพนกวินจะทำอย่างไรดีนะ ผมไม่เฉลยแล้วกัน แต่รับรองว่าจบแบบประทับใจครับ



เรื่องนี้เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กซึ่งเด็กจะได้เรื่องของจินตนาการที่ไม่มีขีดจำกัด ได้ดูภาพสวย ๆ เข้าใจง่ายจากสีน้ำ เนื้อหากินใจสำหรับเด็กและผู้ปกครอง เพราะบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็มีเผลออารมณ์เสีย หลุดพูดคำที่ไม่น่ารักออกไปบ้าง (ผมเชื่อว่าทุกครอบครัวเคยเป็นครับ) แต่ถ้าทำไปแล้ว เราควรกอดและต้องรู้จักพูดคำว่า “ขอโทษ” กับลูก เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

ไม่แปลกใจว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงได้รับรางวัล ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้อ่านให้ลูกฟังบ่อย ๆ เหมือนกับเป็นการเตือนใจคุณพ่อคุณแม่เองว่าคำพูดแรง ๆ ส่งผลต่อความรู้สึกของลูกอย่างไร ควรนึกถึงใจจิตใจของเด็ก และคุณพ่อคุณแม่เท่านั้นจะจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้กลับมาได้เหมือนเดิม…อ่านบ่อย ๆ ได้ แต่อย่าทำบ่อย ๆ นะครับ
............................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”

หนังสือเด็กก้อนเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 113