อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563

ชูโมเดลศบค.กู้เศรษฐกิจ ไหวมั๊ยประเทศไทยรอดู!!!

คำตอบที่คนไทยทั้งประเทศก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่า “ไม่แปลก” เพราะสิ่งเหล่านี้คือวิถีทางของ “การเมือง” ในเมื่อบริหาร “ผลประโยชน์” ไม่ลงตัว ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น.


การเมืองดี เศรษฐกิจและสังคมจะดีไปด้วย ฉะนั้น ต้องดูแลการเมืองให้ดี” คำพูดของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “พี่เบิ้ม” ของทีมสี่กุมาร ที่ประกาศลาจากตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการ

แม้ว่า “สี่กุมาร” และพี่เบิ้มอย่างนายสมคิด จะเป็นผู้ริเริ่ม ผู้ผลักดัน หรือเป็นผู้ให้กำเนิด “พรรคพลังประชารัฐ” มากับมือก็ตาม แต่ในเมื่อ “บรรลุภารกิจ” เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถือว่าหมดหน้าที่



ทุกอย่างอยู่ที่ผม ผมเป็นคนตัดสินใจ และทุกอย่างต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ 20 ปี” เป็นคำพูดของ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจตัวจริงเสียงจริง อย่าง “บิ๊กตู่” ที่ประกาศก้องไว้ในวันที่มาเยือน “เดลินิวส์”

ทั้งหลายทั้งปวง คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า การเมืองไทยจะจบลงอย่างไร กับการแย่งชิงเก้าอี้ แย่งชิงตำแหน่ง ถามว่าผิดแผกแปลกอะไรตรงไหน?

คำตอบที่คนไทยทั้งประเทศก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่า “ไม่แปลก” เพราะสิ่งเหล่านี้คือวิถีทางของ “การเมือง” ในเมื่อบริหาร “ผลประโยชน์” ไม่ลงตัว ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นภาพการเมืองที่ออกมาทั้งการออกปาก “ไล่” การรวมพลัง “ไล่” ก็ถือเป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น แต่ก็เกิดขึ้นกับทุกพรรคการเมือง

ด้วยเหตุนี้ “ตลาด” ที่สะท้อนความเชื่อมั่นได้ทันควันอย่าง “ตลาดหุ้นไทย” ก็ไม่ได้ดิ่งจมเหว ไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงอาการ ”ตกใจ”อะไรมากมายนัก



ส่วนผลโพลล์ต่าง ๆ ที่ออกมา แม้หลายคนอาจเห็นว่าเสียศูนย์ จนดึงเอาความเชื่อมั่นด้านการเมืองนั่นดิ่งลง เพราะไม่มั่นใจว่าถ้ามัวแต่แบ่งเค้กกันน่ะ สุดท้ายแล้วหายนะจะมาเยือนเร็วขึ้นหรือเปล่า
ขณะเดียวกันหากกันมาถามบรรดาชาวบ้าน ชาวช่อง เค้ารู้สึกรู้สาอะไรมั๊ย เชื่อได้ว่าคำตอบคงเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่มี” เพราะไม่ว่าใครจะไปใครจะมา ตอนนี้ก็ไม่สำคัญอะไรยิ่งไปกว่า “การมีกินมีใช้” แน่นอน

นายกฯบิ๊กตู่ พูดไว้ชัดเจนว่า เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ก้อนแรกที่รัฐบาลไฟเขียวมาแล้วเกือบแสนล้านบาท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะทำให้คนไทยมีงานทำได้อย่างน้อย 4 แสนคน
ไม่เพียงเท่านี้ เงินกู้ ก้อนต่อไป ก้อนที่ 2 ก้อนที่ 3 ก็จะทยอยออกมาเรื่อย ๆ เพื่อดูแล เพื่อค้ำยัน ขณะเดียวกันยังมีเงินงบประมาณของหน่วยงาน ของส่วนราชการอีกจำนวนไม่น้อย ที่จะคอยพยุงคอยผลักดันให้เศรษฐกิจในประเทศ “ไปต่อ” ให้ได้

ที่สำคัญตอนนี้ “ตัวเอง” ได้ทำงานแบบใหม่เพื่อให้ทันกับยุคนิวนอร์มัล โดยเฉพาะการดึงเอาบรรดากูรูทางเศรษฐกิจเข้ามาช่วยคิด ช่วยสร้าง ช่วยแก้ปัญหาในรูปแบบการทำงานแบบรวมศูนย์
จากเดิมที่เคยฟังแต่ข้าราชการ และบรรดาเพื่อร่วมทีมในรัฐบาล คราวนี้ก็หันมารับฟังจากบรรดากูรู ทั้งที่เป็นนักธุรกิจโดยตรงในแต่ละด้าน หรือแม้แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงการเดินสายรับฟังสารพันปัญหาจากผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ในทุกภาคส่วนที่สำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจโดยตรง ทั้งภาคการโรงแรม ภาคการค้าปลีก ภาคการส่งออก ภาคผลิต หรือแม้แต่ภาคการสื่อสารมวลชน



เมื่อเดินสายรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้ยินกับหูตัวเองจริง ๆ แล้ว ในเชิงของการปฎิบัติ ในเชิงของการออกนโยบาย เพื่อแก้ไข เพื่อรับมือกับสารพันปัญหา หากทำแบบรวมศูนย์ โดยนำรูปแบบของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศบค. มาใช้กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทดแทนการทำงานแบบเดิม ๆ

ด้วยเหตุที่ผลงานของการทำงานในรูปแบบศบค.ที่ออกมา นั้นประสบผลสำเร็จไม่น้อย หากนำมาใช้กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังปักหัวลงอย่างหนัก ก็น่าจะทัดทานได้อยู่หมัด ด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียว

แต่แนวทางนี้จะเริ่ดหรู อลังการงานสร้าง แก้ไขปัญหาได้อยู่หมัดจริงหรือเปล่า จะการันตีในนาทีนี้คงไม่ใช่เรื่องถูกต้องนัก เพราะปัญหาเศรษฐกิจอาจเป็นคนละทางกับปัญหาโควิด เพราะจะหันซ้ายหันขวาก็มีคนได้ประโยชน์ เสียประโยชน์!!
.....................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    63%
  • ไม่เห็นด้วย
    37%

บอกต่อ : 212