อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

เพราะ…ขาดมือเศรษฐกิจ ''จุดอ่อน''การเมืองไทย

กันมาเยอะแยะมากมายเลยค่ะ… สำหรับรายชื่อ “ทีมเศรษฐกิจ” คนใหม่ของนายกฯบิ๊กตู่ หลังสัปดาห์ที่แล้ว “ทีมสี่กุมาร” รวมถึง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ได้ส่งหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อนายกรัฐมนตรี เป็นที่เรียบร้อย จันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น.


เผย…กันมาเยอะแยะมากมายเลยค่ะ… สำหรับรายชื่อ “ทีมเศรษฐกิจ” คนใหม่ของนายกฯบิ๊กตู่ หลังสัปดาห์ที่แล้ว “ทีมสี่กุมาร” รวมถึง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ได้ส่งหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อนายกรัฐมนตรี เป็นที่เรียบร้อย

มาสัปดาห์นี้ ก็ต้องรอดูว่านายกฯบิ๊กตู่จะจัดสรรทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมาอย่างไร ในเมื่อประกาศไปชัดเจนแล้วว่า “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ตัวจริงน่ะ…คือตัวนายกฯ บิ๊กตู่เอง

ขณะเดียวกนนายกฯบิ๊กตู่ ก็พูดไว้ชัดว่า ครม.ภายใต้บิ๊กตู่ 2/2 จะแล้วเสร็จในเดือนส.ค.นี้แน่นอน ที่ล่าช้า… เพราะส่วนหนึ่งเป็นเพราะไปทาบทามใครก็ดูเหมือนไม่มีใครกล้าเข้ามาร่วมทีมในเวลานี้แบบออกหน้าออกตา

เรื่องนี้…ถ้าไม่มีอะไรฝัง หรืออะไรแปะไว้ข้างหลัง ณ เวลาเช่นนี้ คงไม่มีใครอยากเข้ามา แล้วเจ็บตัวเหมือนอย่างที่คุณ ๆ ท่าน ๆ เห็นกันอยู่แล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้น? แม้ชาวบ้านชาวช่องทั่วประเทศยังเดือดร้อน แต่ก็ไม่สน!!!



ถามว่าเวลานี้ ประเทศไทยไร้คนเก่งเช่นนั้นหรือ ?

เรื่องนี้ ให้คำตอบได้ทันที ได้ชัดเจนเลยว่า… “ไม่ใช่” แต่ในทางกลับกัน “คนเก่ง” ของไทย มีอยู่มากมาย แต่เป็นเพราะคนเหล่านี้ไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากเสียชื่อ ไม่อยากเสียศูนย์ ไปกับ “การเมืองเน่า ๆ” ต่างหาก

ในเมื่อ “การเมือง” เป็นเรื่องของการบริหารผลประโยชน์ให้ลงตัว หากบริหารไม่ได้ ก็เกิดเหตุการณ์อย่างที่เห็น!!! ที่ไม่ใช่เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก แต่เกิดแล้วเกิดอีก อย่างที่คุณ ๆ ท่าน ๆ เห็นกันอยู่นั่นแหล่ะค่ะ

ขณะเดียวกันในฝากของ “คนการเมือง” เอง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีเสียงสะท้อนให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ ว่า พรรคการเมืองไม่มีมือเศรษฐกิจ ไม่สามารถสร้างมือเศรษฐกิจ ที่มีฝีมือฉมัง กันให้เห็น

หรือบางพรรค บางพวก อาจสร้างขึ้นมาได้ แต่ไม่ได้รับโอกาส หรือบางครั้งบางทีอาจมีมือเศรษฐกิจ สร้างขึ้นมาได้ แต่ทำให้คนไทย “ไว้ใจหรือยอมรับ” ไม่ได้ ก็มี จึงต้องอาศัยจึงต้องเลือกใช้ “เทคโนแครต” ที่เป็นผู้มีฝีมือมีชื่อเสียง มาบริหาร มาวางนโยบาย มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทน ด้วยเหตุนี้ จึงกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของการเมืองไทยอย่างยิ่ง



เอาเป็นว่า…จากนี้ไป ต้องติดตามกันดูว่า รายชื่อทีมเศรษฐกิจใหม่ของ “นายกฯบิ๊กตู่” ที่แท้แล้วคือใคร? จะตรงใจ ตรงโผใครกันบ้าง ก็ต้องรอดูกันต่อไป

แต่ที่แน่ ๆ หนทางจากนี้ไป… ไม่ใช่เรื่องง่าย!! ที่คนมาใหม่ ต้องเผชิญ!! เพราะไม่ใช่เพียงแค่ “การกระตุ้น” เศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของการ “กู้” เศรษฐกิจ ต่างหาก

ด้วยเหตุที่ว่า…ที่ผ่านมา เรื่องของการค้ำยันเศรษฐกิจไม่ให้ดิ่งลงเหว ด้วยเงินกู้ 5.5 แสนล้านบาทนั้น นั้น เสร็จสิ้น หมดไปแล้วด้วยนโยบายการเยียวยา 5,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของหนี้เน่าที่พักหนี้เอาไว้ หรือยืดหนี้เอาไว้ เพื่อต่อลมหายใจให้กับลูกหนี้ทุกประเภท ซึ่งก็เหลืออีกเพียงไม่กี่เดือน ที่รัฐจะหมดเวลาการอุ้มชูของรัฐบาล

ปัจจุบันมีอยู่ 1.6 ล้านบัญชี แบ่งเป็น 50/50 ที่เป็นบัญชีบุคคธรรมดา และบัญชีธุรกิจ แต่ที่น่ากลัว น่าเป็นห่วง คือ ใน 50 % ของบัญชีที่เป็นธุรกิจ น่ะ มีมากถึง 70% ที่เป็นเอสเอ็มอี หากหมดเวลายืดหนี้ไปแล้ว เอสเอ็มอีไปต่อไม่ได้ เจ้าหนี้ก็ต้องฟ้องเรียกหนี้คืน

นั่นหมายถึงว่า…โอกาสของคนตกงาน ไม่มีงานทำ จะตามมาอีกเป็นจำนวนมาก จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ว่าหากรัฐไม่มีการคลายล็อกดาวน์ธุรกิจ คงมีคนตกงานราว ๆ 8 ล้านคน

แต่เวลานี้ได้มีการคลายล็อกดาวน์กันไปมากแล้ว จำนวนผู้ตกงานในภาคเอกชนรวมถึงนักศึกษาที่จบใหม่ที่กำลังจะออกมาสู่ตลาด แล้วไม่มีงานทำ มีการคาดการณ์กันรวม ๆ กันแล้วเกือบ ๆ 4 ล้านคน



นี่แหล่ะ…ที่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคนที่กำลังจะเข้ามาใหม่!!

เพราะเวลานี้ โจทย์ในการดูแล ในการบริหารเศรษฐกิจ ไม่เหมือนเดิม จะเอาข้าราชการประจำมาบริหาร เอานักการเมืองอาชีพ มาเพียงแค่รอการเซ็นเอกสาร เหมือนเดิม ๆ อีกต่อไปไม่ได้ แต่ต้องมา “กู้เศรษฐกิจ”

จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ทำไม? การตัดสินใจปรับครม.ของนายกฯบิ๊กตู่ จึงลากยาวมานานพอควร เพราะหนทางการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปจากนี้ มันหนักหนาสาหัสยิ่งนัก

ขณะเดียวกันการที่ “นายกฯบิ๊กตู่” จะใช้วิธี “รวมศูนย์” เหมือนกับศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื่อไวรัสโครน่า 2019 หรือศบค. โดยจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ น่ะคงเป็นเรื่องยากที่จะดำเนินการ

อย่างที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เรื่องของเศรษฐกิจน่ะ มีทั้งเรื่องของผู้ที่ได้ประโยชน์ และผู้เสียผลประโยชน์ ดังนั้นการจะรวมศูนย์ รวบอำนาจบริหารแล้วให้ข้าราชการเป็นผู้ดำเนินการ คงไม่ฉลุยเหมือนอย่างที่คาดหวังไว้ หรือเหมือนกับศูนย์ ศบค.

ดังนั้นปัญหาในเวลานี้คือ “ทีมเศรษฐกิจ” ชุดใหม่ ต้องเป็นคนที่ “ใช่” และเป็นตัวจริง เพราะเวลานี้โจทย์ยากก็คือ ในเมื่อโลกยังไม่ฟื้นแล้วไทยจะฟื้นได้อย่างไร ?
.....................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 115