อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

Train to busan peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง  

ดูหนังกับหมีสัปดาห์นี้รีวิวภาพยนตร์ แอ๊คชั่นสยองขวัญ เรื่องราวของ 4 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ ไวรัส"ซอมบี้" ที่เล่นงานคาบสมุทรเกาหลี จนกลายเป็นดินแดนร้าง ใน "Train to busan peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง"   ศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น.


"Train to busan peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง" เป็นผลงานที่สานต่อความสำเร็จของ Train to busan (ภาคแรกปี 2559) จากพล็อตหนังที่เริ่มในขบวนรถไฟที่เต็มไปด้วยซอมบี้ กลับกลายมาเป็นไวรัสระบาดหนักในคาบสมุทรเกาหลี โดยผู้กำกับ "ยอน ซังโฮ" ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขาต้องการทำให้ภาค 2 เกิดความแตกต่างและมีความหลากหลาย เสนอแง่มุมมองโลกภายในที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย ซีนและฉากต้องสุดอลังการกว่าภาคแรก

การถ่ายทำใช้เวลายาวนานกว่า 1 ปี มีการระดมทีมงานวิชวลเอฟเฟค 150 ชีวิตเพื่อเนรมิตรรายละเอียดปลีกย่อยของแลนด์มาร์คสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงโซล ให้กลายเป็นเมืองหลวงที่ถูกทำลายด้วยไวรัสซอมบี้ และที่สำคัญที่สุดเขายังได้เน้นการถ่ายในฉากไล่ล่าสุดหิน เพื่อเอาใจคอหนังแอ๊คชั่นจัดหนักแบบ fast & furious  ผสมกับ mad max ด้วยฉากซิ่งรถหนีซอมบี้ชนิดไม่ต้องพักเหนื่อยอีกด้วย...



ย้อนรอย  Seoul Station
Train to busan เป็นหนังที่สานต่อจากอนิเมชั่นที่ชื่อ Seoul Station ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวสะท้อนชนชั้นสังคมของเกาหลีใต้ เนื้อหากล่าวถึง ชายชราไร้บ้าน ได้ถูกใครบางคนทำร้ายจนเลือดท่วม แม้ผู้คนตามท้องถนนในเมืองพบเห็น แต่กลับไม่ยอมช่วยเหลือสุดท้ายเขาจึงกลายเป็นซอมบี้ไล่กัดกินคนทั่วเมือง และเมื่อเชื้อโรคร้ายระบาดก็ต้องส่งผลต่อชีวิตคนทั้งเมืองไปด้วย

ขณะเดียวกัน คู่รักหนุ่มสาว "คีวุง" ชายผู้ตกงาน และ "ฮะเยซอน" หญิงสาวที่เคยค้าบริการ ได้พยายามหนีตายจากฝูงซอมบี้ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ถูก "ซองกะยุน" พ่อเล้าในซ่องฆ่าตาย สาเหตุจากก่อนหน้านี้ "ฮะเยซอน" ได้หนีออกมาจากซ่องพร้อมกับขโมยเอาเงินทองของพ่อเล้าไปจนเกลี้ยง เขาจึงพยายามติดตามหาตัวฝ่ายหญิง จนมาพบข้อมูลการลงประวัติค้าบริการในเว็บแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้ที่นำข้อมูลไปลงไว้ก็คือ "คีวุง" แฟนหนุ่มของเธอนั่นเอง

หนังจบลงที่ "ฮะเยซอน" ถูกซ้อมจนบอบช้ำเสียชีวิตคาเตียง แต่เพราะศพของเธอมีรอยข่วนจากซอมบี้ที่ข้อเท้า เชื้อร้ายได้แปรสภาพศพเป็นผีดิบกระหายเลือด มันกระโจนเข้ากัดกิน "ซองกะยุน" อย่างสยดสยอง.



ย้อนรอย Train to busan 
"ซอกวู" (รับบทโดย กงยู) ผู้จัดการกองทุนบริษัทเงินทุนรายใหญ่ที่มุ่งมั่นแต่จะหาเงินจนลืมชีวิตครอบครัว เขาอาศัยอยู่ในโซลกับลูกสาว "ซอ ซูอัน" (รับบทโดย คิม ซูอัน) โดยในวันเกิดของ "ซูอัน" เธอได้ขอร้องให้พ่อพาไปหาแม่ที่เมืองปูซาน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เชื้อไวรัสซอมบี้ได้แพร่ไปทั่วเมือง ไม่เว้นแม้แต่บนขบวนรถไฟ สองพ่อลูกพยายามหนีฝูงซอมบี้ จนรถไฟมาจอดยังเมืองแทจอน ปรากฏว่าทั้งเมืองมีแต่ฝูงซอมบี้ ทางเดียวที่จะรอดชีวิตก็คือรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ เพื่อหาทางไปยังเมืองปูซาน

โดยในช่วงที่ "ซอกวู" และกลุ่มผู้รอดตายคนสำคัญได้แก่ "ซังฮวา" ชายร่างใหญ่ (รับบทโดย มา ดงซอก), "ซองคยอง" ภรรยาสาวของซังฮวา (รับบทโดย จอง ยูมี) ต่างร่วมกันต่อสู้กับฝูงซอมบี้และพยายามหาทางขึ้นไปยังขบวนรถไฟ ต่างได้เห็นเบื้องลึกของมนุษย์ที่แสดงออกมาในภาวะคับขัน ทั้งความสูญเสีย ความรัก ความเห็นแก่ตัว การเอาตัวรอด จนผลักดันให้ "ซังฮวา" และ "ซอกวู" ยอมแลกชีวิตตัวเองเพื่อให้คนที่เขารักที่สุดมีชีวิตอยู่ต่อไป

หนังจบลงเมื่อ "ซองคยอง" และ "ซูอัน" เดินผ่านอุโมงค์รถไฟไปจนถึงเขตเมืองปูซาน โดยไม่รู้ว่ามีกลุ่มทหารที่เฝ้าอยู่ปลายทาง รับหน้าที่ยิงสังหารทุกคนที่เดินออกมา แต่ปรากฏว่าพวกเขาได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องเพลงทั้งน้ำตา จนไม่อาจลั่นไกสังหารได้ พวกเขาตัดสินใจเลือกที่จะรับตัวเด็กและหญิงสาวไปดูแลแทน



เรื่องย่อ "Train to busan peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง"  
เหตุการณ์ 4 ปี หลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ทำให้ประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ ต่างกลายเป็นซอมบี้กระหายเลือด "จุง ซุก" อดีตนายทหารหนุุ่มชาวเกาหลี (รับบทโดย คังดงวอน) ต้องใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในฮ่องกง เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ต่างเกลียดชังคนเกาหลีในฐานะเจ้าของเชื้อมรณะ จนกระทั่งเขาก็ได้รับการว่าจ้างจากมาเฟียฮ่องกงด้วยเงินที่เขาสามารถตั้งหลักได้

ภารกิจก็คือให้พาทีมงานกลับไปยังคาบสมุทรเกาหลีเพื่อขโมยรถบรรทุกเงินกลับมา แต่เมื่อไปถึงทุกอย่างไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดไว้ เพราะกลุ่มคนที่รอดชีวิตซึ่งก็คืออดีตทหาร "หน่วยพิเศษที่ 631" ได้จับตัวผู้รอดชีวิตมาเล่นเกม "ซ่อนแอบ" ด้วยการโยนให้ซอมบี้ไล่เขมือบ "จุง ซุก" กับเหล่าสมาชิกจะหนีตายจากซอมบี้ และพวกมนุษย์วิปริตเหล่านี้ รวมทั้งทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ ติดตามได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น



จุดเด่นของ  "Train to busan peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง"  
งานโปรดักชั่นของเรื่อง มีความโดดเด่นเหนือกว่าภาคแรก โดยเฉพาะคนที่เคยไปเกาหลีจะเห็นว่า มีหลายสถานที่เคยคุ้นตามาก่อน แต่ทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นเมืองแห่งความตาย เรียกว่าทำออกมาสมจริงจนน่าขนลุก ในส่วนของ "ซอมบี้" ยังคงมาในแนวเดิม ๆ คือ วิ่ง-กระโจน-ฟัด มีความเน่า กระหายเลือด สยดสยอง (+18) เติมเต็มด้วยสกิลลุยเป็นฝูง ลักษณะของ CG อลังการงานสร้างคล้าย  World War Z ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีความสวยงามไม่แพ้ระดับฮอลลีวูด  สำหรับ "ไฮไลท์" ของเรื่องที่ทำผู้ชมหลังไม่ติดเบาะก็คือ ฉากซิ่งรถหนีซอมบี้นานกว่า 20 นาที แม้ภาพรวมของการไล่ล่าจะดูโม้ไปมาก...แต่ก็ยังทำออกมาได้แน่นเฟรมและสวยงามสุดๆ 



จุดด้อยของ "Train to busan peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง"  
บทตัวละครยังไม่แน่น เอาความดุดันและองค์ประกอบอื่น ๆ มาใช้แทน ทั้งที่ภาคก่อนปูพื้นเรื่องความสำคัญของครอบครัว มีแง่คิดชีวตแบบตรงไปตรงมา ผู้ชมเห็นภาพการสูญเสียต่าง ๆ มนุษย์มีความรัก ความเห็นแก่ตัว และยอมเสียสละเพื่อคนที่รัก ทำให้ผู้ชมอินไปกับอารมณ์ของตัวละครหลัก ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้กลับถูกลบหายไปจนเกลี้ยง ดังนั้นเมื่อซีนจะดึงอารมณ์ให้ดราม่า ซาบซึ้งเสียน้ำตา จากความเสียสละไม่ได้ ผลออกมาก็เลยแป๊ก!! 





3/5 กะโหลก สำหรับภาพยนตร์แอ๊คชั่นฟอร์มยักษ์ ที่คุณภาพด้านโปรดักชั่นคับจอ แต่ยังไม่เจ๋งเท่าภาคแรก ให้แง่คิดว่าควรจะกลัว "ผี" หรือ "คน" มากกว่ากัน??

ปิดท้ายกันด้วยคำถามประจำสัปดาห์ เพื่อหาผู้โชคดีรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 5 ท่าน (คนละ 2 ที่นั่ง) ในเครือโรงภาพยนตร์ "เอส เอฟ ซีเนม่า"

คำถามคือ คุณอยากไปชม Train to busan peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง กับใครมากที่สุดเพราะอะไร?

ร่วมสนุกตอบคำถามได้ที่ช่องแสดงความเห็นด้านล่างของคอลัมน์เว็บไซต์ Dailynews (ช่องแสดงความเห็นด่านล่าง) หรือเฟซบุ๊ก "ดูหนังกับหมี" ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 27 ก.ค. (สำหรับผู้โชคดีจะต้องเข้ามายืนยันสิทธิ์ด้วยการอินบ๊อก ระบุแจ้งรับสิทธิ์ ในเพจเฟซบุ๊ก "ดูหนังกับหมี" ก่อนเวลา 18.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค. (มิเช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์) ดูหนังกันให้สนุกนะครับผม ^^

..........................

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย แพนด้าอ้วน


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เว็บไซต์ ยูทูป และ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

ร่วมสนับสนุนความสนุกในการชมภาพยนตร์โดย SF

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 113