อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

ละครการเมืองเสือเหลือง พรรคอัมโนรอวันกลับมา?

ศาลไฮคอร์ตในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ให้อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค มีความผิดจริงตามคำฟ้องทั้ง 7 ข้อหา จากการละเมิดอำนาจ ใช้อำนาจมิชอบ และฟอกเงิน อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563 เวลา 09.00 น.


ศาลไฮคอร์ตในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ให้อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค มีความผิดจริงตามคำฟ้องทั้ง 7 ข้อหา จากการละเมิดอำนาจ ใช้อำนาจมิชอบ และฟอกเงิน ในคดีทุจริตเงิน 42 ล้านริงกิต (ราว 311 ล้านบาท) จากกองทุนเอสอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนย่อยของกองทุนพัฒนาแห่งชาติ “วัน มาเลเซีย เดเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด” หรือวันเอ็มดีบี ที่นาจิบก่อตั้งเองเมื่อปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ด้วยการยักยอกเงินดังกล่าวเข้าบัญชีส่วนตัว ระหว่างจัดการกองทุนเมื่อช่วงปี 2554 ถึง 2558

อนึ่ง คดีความเกี่ยวกับกองทุนเอสอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นเพียงคดีแรกจาก 5 คดี รวมคำฟ้องทั้งสิ้น 42 ข้อหา ที่อัยการสูงสุดของมาเลเซียต้องการเอาผิดนาจิบ บ่งชี้ว่า “จุดจบ” ของเรื่องนี้ “ยังอีกยาวไกลมาก” และมีแต่จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับสถานการณ์การเมืองภายในมาเลเซีย ที่ทั้งอึมครึม ซับซ้อนซ่อนเงื่อน และไม่แน่นอนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เมื่อมองในเบื้องหน้า คำพิพากษาลงโทษนาจิบ ถือเป็นการเรียนคะแนนศรัทธาจากชาวมาเลเซียให้กับกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และต่อนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยาสซิน ซึ่งขึ้นสู่ตำแหน่ง “ด้วยกระบวนการพิเศษ” เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังการลาออกจากตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบของ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้พันธมิตรปากาตัน ฮาราปัน ล่มสลายในเวลาต่อมา และเกิดการเปลี่ยนขั้วการเมืองด้วยการที่พรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ (อัมโน) กลับมาร่วมรัฐบาลอีกครั้ง หลังพ้นจากการเป็นรัฐบาลครั้งประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2500 เมื่อพรรคอัมโนพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างราบคาบ ให้กับปากาตัน ฮาราปัน ที่ดร.มหาเธร์เป็นแกนนำคนสำคัญ



ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 มูห์ยิดดินเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคอัมโน และยังเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในช่วงหนึ่งของรัฐบาลนาจิบ แต่ถูกขับออกจากพรรคในอีก 1 ปีต่อมา เนื่องจากวิจารณ์และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุนวันเอ็มดีบี เป็นเหตุให้มูห์ยิดดินเข้าร่วมกับ ดร.มหาเธร์และก่อตั้งพรรคคนพื้นถิ่นสามัคคี (เบอร์ซาตู) ด้วยกัน

อย่างไรก็ดี ตอนนี้มูห์ยิดดินดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของมาเลเซีย และสร้าง “เซอร์ไพร้ส์ที่ไม่เหนือความคาดหมาย” ด้วยการดึงพรรคอัมโนกลับมาร่วมรัฐบาล เนื่องจากการแยกทางของปากาตัน ฮาราปัน แต่หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างยับเยินเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้พรรคอัมโนยังคงต้องการเวลาในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากทั้งภายในพรรคและจากประชาชนในประเทศ การได้พรรคการเมืองเก่าแก่กลับมาร่วมรัฐบาลใช่ว่าจะปลอดภัย และยิ่งไปกว่านั้น แม้ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคเก่า แต่ยังทำได้เพียงช่วยให้รัฐบาลมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าฝ่ายค้านเพียงที่นั่งเดียว

ในขณะที่มูห์ยิดดินยืนกรานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ว่ารัฐบาลเคารพและไม่มีทางแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่ “รอยยิ้มแบบมีเลศนัย” ของนายอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี หัวหน้าพรรคอัมโนคนปัจจุบัน พร้อมคำกล่าวว่า “สบาย ๆ” ยิ่งสะท้อน “โครงสร้างและองค์ประกอบซับซ้อน” ในเกมการเมืองของมาเลเซียได้เป็นอย่างดี ว่ามูห์ยิดดินน่าจะเพียงต้องการอาศัย “ความยุติธรรม” จากคดีนี้ เพื่อสร้าง “ความชอบธรรม” ให้กับรัฐบาลของตัวเอง มากกว่าการมีความเห็นอกเห็นใจต่อนาจิบซึ่งเป็นอดีตเจ้านาย



ประการแรก ในกรณีไม่มีการยกฟ้อง การยื่นอุทธรณ์ของนาจิบเป็นขั้นตอนที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว และตราบใดที่ยังไม่สามารถจับกุมบุคคลที่ถือเป็น “กุญแจดอกสำคัญ” คือนายโจ โลว์ นักการเงินซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศไปนานแล้ว พรรคอัมโนและทีมงานฝ่ายกฎหมายของอดีตผู้นำมาเลเซียย่อมมั่นใจว่า จะพลิกคำตัดสินของคดีกองทุนเอสอาร์ซีในขั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาได้ และอาจมีผลต่อการวางแผนสู้คดีและข้อหาอีกมากมายที่เหลือด้วย

ประการที่สอง ต่อให้คดีของนาจิบช่วยให้ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของมูห์ยิดดินดีขึ้นมากแค่ไหน แต่โอกาสของการที่มาเลเซียต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วงเวลาเป็นไปได้มากที่สุดคือสิ้นปีนี้หรือประมาณต้นปีหน้า แม้แน่นอนว่านาจิบยังไม่สามารถเป็นตัวแทนพรรคอัมโนชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งได้ เนื่องจากยังมีคดีติดตัว แต่อย่าลืมว่าอดีตผู้นำมาเลเซีย 2 สมัย วัย 67 ปี ยังมีอิทธิพลอยู่มากในพรรคอัมโน

ในทางทฤษฎีจึงสามารถมองได้ว่า หากสมาชิกพรรคอัมโนซึ่งส่วนใหญ่ยังคง “จงรักภักดี” ต่อนาจิบ แห่ถอนตัวออกจากการสนับสนุนรัฐบาลเมื่อใด เสถียรภาพของเรือรัฐบาลมูห์ยิดดินที่ “โคลงเคลง” และ “ปริ่มน้ำ” อยู่แล้ว อาจจะวิดน้ำกันไม่ทันและต้องอับปางในที่สุด

แน่นอนในส่วนของคดีความต้องว่าการไปตามหลักฐาน ไม่ว่าจะทุจริตมากน้อยก็ถือว่ามีความผิด ทว่าหากมองเฉพาะในบริบทของเกมการเมืองนั้น ต่อให้อยู่ในสถานะผู้ต้องหาถูกฟ้องร้องมากมายกี่สิบข้อหา แต่ตราบใดที่คดีความยังไม่สิ้นสุด นาจิบก็ยังคงถือไพ่เหนือกว่ามูห์ยิดดินอยู่ดี

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 44