อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563

"ปศุสัตว์"เน้นนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ต้องปลอดภัย

กรมปศุสัตว์เน้นนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ต้องปลอดภัย ตรวจต้นทางทุกขั้นตอน พุธที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 07.00 น.

 
สัตวแพทย์หญิงลมัย นามมงคล นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าฝ่ายระหว่างประเทศ กองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์มีมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์จากต่างประเทศเพื่อจำหน่าย โดยตรวจรับรองด้านความปลอดภัยอาหาร โรคระบาดสัตว์ ห้องปฎิบัติการหรือสถานที่ในการผลิตสินค้าปศุสัตว์ เช่น เนื้อโค ไก่ สุกร ซึ่งทุกประเทศที่ต้องการส่งออกมายังไทย ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ และเงื่อนไขของกรมปศุสัตว์ทุกข้อ


 

ขั้นตอนการส่งออกคือเมื่อผู้ส่งออกแจ้งขอเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะส่งแบบสอบถามให้ประเทศคู่ค้า โดยมีคณะกรรมการฯพิจารณาแบบสอบถามและประเมินความเสี่ยง ได้แก่ การทำงานของหน่วยงานสัตวแพทย์ การกำกับดูแลของภาครัฐ โรคระบาดสัตว์ ความปลอดภัยอาหาร และสถานที่ผลิต โดยกรมปศุสัตว์จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจประเมินแหล่งผลิต รวบรวมข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการด้านความปลอดภัยอาหารและประเมินความเสี่ยงสินค้าปศุสัตว์  หากเป็นที่ยอมรับจึงพิจารณาร่างเงื่อนไขการนำเข้าและหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate)  และประกาศรับรองให้ส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยได้ เมื่อครบกำหนดการรับรอง 3 ปี กรมปศุสัตว์จะเดินทางไปตรวจรับรองแหล่งผลิตอีกครั้ง



​​​​ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสินค้าปศุสัตว์นำเข้าจากหลายประเทศที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ อาทิเช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เป็นต้น  โดยกรมปศุสัตว์ได้เดินทางไปตรวจรับรองแหล่งผลิต ประเมินความปลอดภัยด้านอาหาร และโรคระบาดสัตว์เรียบร้อย  นอกจากนี้ ยังมีกว่า 20 ประเทศที่ต้องการส่งออกสินค้าปศุสัตว์มายังประเทศไทย  เพราะเห็นว่าไทยว่าสามารถเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนได้  
​​​​

“โดยนโยบายที่กรมปศุสัตว์ มอบหมายให้กองสารวัตรและกักกัน และทุกด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทำให้โรคระบาดสัตว์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้น มีโอกาสน้อยที่จะพบการระบาดในประเทศไทย และยังเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสู่ความยั่งยืน” สัตวแพทย์หญิงลมัย กล่าว



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15