อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

ผื่ืนแดงตามตัว อาเจียนเป็นเลือด เสี่ยง"โรคฮีน็อค"เด็กต้องระวัง

“โรคฮีน็อค” โดยจะเกิดอาการบวมของเส้นเลือด มีจุดแดงขึ้นเหมือนผื่น ไม่คัน บางรายอาจรู้สึกเจ็บ เป็นกลุ่มโรคภูมิต้านทานทำร้ายตัวเอง มักเกิดจากพันธุกรรมหรือเกิดการติดเชื้อนำมาก่อน เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น.


อาการผื่นแดงตามตัวในเด็กอาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา ถ้าหากว่าอาการผื่นนั้นเกิดจากการอักเสบของเส้นเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะอื่นตามมา จึงควรเฝ้าระวังตั้งแต่เริ่มมีผื่นขึ้นโดยการพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ ยิ่งถ้าเกิดกับเด็กเล็กยิ่งต้องระวัง

อาการผื่นแดงตามตัวที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยอักเสบนั้นเรียกว่า “โรคฮีน็อค” โดยจะเกิดอาการบวมของเส้นเลือด มีจุดแดงขึ้นเหมือนผื่น ไม่คัน บางรายอาจรู้สึกเจ็บ เป็นกลุ่มโรคภูมิต้านทานทำร้ายตัวเอง มักเกิดจากพันธุกรรมหรือเกิดการติดเชื้อนำมาก่อน เมื่อติดเชื้อแล้วภูมิต้านทานทำงานผิดปกติ ทำให้เส้นเลือดฝอยเกิดการอักเสบกลายเป็นโรคฮีน็อคในที่สุด

สาเหตุที่เกิดโรคยังไม่ทราบแน่ชัด ผู้ป่วยบางรายสามารถหายได้เองภายใน 6 เดือน สามารถพบได้ในทุกวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่จะพบมากในเด็กเล็กอายุ 2-5 ปี อาการเริ่มต้นคือมีผื่นขึ้นตามก้น ขา และเท้า รวมทั้งมีอาการอื่นตามมา ได้แก่ ปวดข้อ ปวดท้อง และอาการไตอักเสบ ผู้ป่วยโรคฮีน็อคอาจไม่ได้เป็นครบทุกอาการ แต่อย่างน้อยต้องมีผื่นขึ้นหนึ่งอาการและมีอีกหนึ่งอาการตามมา

อาการปวดข้อของโรคฮีน็อคนั้นเกิดจากข้ออักเสบ อาจเกิดที่ข้อเท้าหรือข้อเข่า เป็นต้น ส่วนอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเส้นเลือดในลำไส้เกิดการอักเสบ ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะปวดท้องมาก บางรายมีเลือดออกในกระเพาะหรือในลำไส้ อาจมีอาการถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย หรือบางรายมีอาการลำไส้กลืนกันจนขาดเลือด อาจทำให้เกิดการทะลุได้ อาการน่าเป็นห่วงที่สำคัญก็คืออาการไตอักเสบที่อาจพัฒนาไปเป็นไตวายได้

การรักษาโรคฮีน็อค แพทย์จะให้ยาและเฝ้ารักษาตามอาการ มีการนัดตรวจปัสสาวะทุกเดือนเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเฝ้าระวังอาการทางไตที่จะตามมาหลังจากผื่นขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือหากพบว่ามีผื่นขึ้นในเด็กเล็กควรรีบไปพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ โดยผู้ป่วยโรคฮีน็อคส่วนใหญ่ที่ผู้ปกครองพาไปพบแพทย์คือเด็กเล็กที่ไม่ยอมเดินและมีผื่นขึ้นมาก อีกทั้งลักษณะของผื่นค่อนข้างน่ากลัว.
..........................
รศ.พญ.โสมรัชช์ วิไลยุค

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 89