อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

Bambini Villa…แฟมิลี่มอลล์แห่งแรกในเมืองไทย

คุณน้ำหวาน หรือ คุณณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เจ้าของโครงการ Bambini Villa ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคนใกล้ตัว นั่นก็คือ ลูกชายทั้ง 2 คน ซึ่งตอนที่คิดอยากทำโครงการนี้ขึ้นมา จันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น.


เมื่อปีก่อนผมเคยไปร่วมกิจกรรมการกุศลเกี่ยวกับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม https://www.dailynews.co.th/article/722575 ผมรู้สึกประทับใจสถานที่จัดงาน คือ Bambini Villa (แบมบีนี่ วิลล่า) คอนเซ็ปต์ที่นี่ชัดเจนเน้นครอบครัว ผมชอบที่ตึกสีขาวทั้งหลัง อาคารมีแค่ 2 ชั้น แต่ดูใหญ่โต โปร่งสบาย และมีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางมาก

วันนี้ผมมีโอกาสสัมภาษณ์ คุณน้ำหวาน หรือ คุณณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เจ้าของโครงการ Bambini Villa คำถามแรกที่ผมสงสัยคือ Bambini แปลว่าอะไร คุณน้ำหวานบอกว่า Bambini มาจากภาษาอิตาเลี่ยนแปลว่า “เด็ก” ส่วน Villa เราคุ้นเคยกันอยู่แล้วแปลว่า “บ้าน” คุณน้ำหวานอยากให้สถานที่นี้เหมือนบ้านที่ 2 ของเด็ก ๆ ได้มาวิ่งเล่น ทำกิจกรรมกันที่นี่



คุณน้ำหวานได้รับแรงบันดาลใจมาจากคนใกล้ตัว นั่นก็คือ ลูกชายทั้ง 2 คน ซึ่งตอนที่คิดอยากทำโครงการนี้ขึ้นมา ตอนนั้นลูกชายคุณน้ำหวานอายุ 1-2 ขวบ คุณหวานและสามีเลี้ยงลูกกันเอง ไม่มีพี่เลี้ยง เวลาจะออกไปไหน อยากให้มีสถานที่สำหรับเด็กที่ปลอดภัย ไปมาสะดวก มีทุกอย่างรวมอยู่ในที่เดียวสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว โดยคุณหวานมีพื้นที่ว่างตรงซอยอรรถกระวี สุขุมวิท 26 ขนาด 2 ไร่ครึ่ง มาใช้สร้างเป็นอาคารที่ไม่สูงมาก พื้นที่ใช้งาน 5,000 ตารางเมตร มีที่จอดรถเพียงพอนับร้อยคัน คุณน้ำหวานบอกโจทย์สถาปนิกตั้งแต่ต้นว่า จะทำคอมมูนิตี้มอลล์สำหรับครอบครัวโดยยึดเด็กเป็นหลัก ให้พื้นที่สว่าง เน้นแสงจากธรรมชาติ มีหลังคาที่แสงลอดเข้ามา เน้นให้ลมถ่ายเทเข้าได้แบบไม่ต้องเปิดแอร์ มีลานกว้างตรงกลางขนาดใหญ่ให้จัดกิจกรรม และมองเห็นจากชั้นบนได้ ผมสังเกตว่าที่นี่มี 2 ชั้น แต่มีลิฟท์ด้วย คุณน้ำหวานบอกว่า เพราะบางบ้านมีลูกเล็กจำเป็นต้องใช้รถเข็น ลิฟท์จึงจำเป็นและปลอดภัยที่สุดที่จะขึ้นมาชั้นบน บางครอบครัวมีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายมาด้วย ก็มาใช้ลิฟท์ แถมยังมีการเตรียมทางลาดสำหรับรถเข็นไว้ด้วยครับ



การคัดเลือกร้านก็สำคัญ ผมเห็นร้านต่าง ๆ ที่ไม่ซ้ำกับที่ไหน อันนี้เป็นความตั้งใจของคุณหวานตั้งแต่ต้นว่า พยายามให้มีร้านที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัวและมีความน่าสนใจ หลายกิจการมาเปิดที่นี่เป็นที่แรก อาทิเช่น ถ้าเป็นเด็กจะมีโรงเรียนเสริมทักษะ ดนตรี ศิลปะ การศึกษาเชิงสร้างสรรค์  สำหรับผู้หญิงทั้งคุณแม่และลูกสาวจะเป็นเรื่องความสวยความงาม มีร้านที่ทำผม หน้า เล็บ ผิวหนัง ส่วนเด็กผู้ชายจะตัดผมทรงเท่ ไถเป็นรูป Batman มีคลาสออกกำลังกายสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ มีร้านอาหารที่เน้นคอนเซ็ปต์ครอบครัว มีที่เล่นอยู่ภายในร้าน ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารทั่วไป สำหรับคุณพ่อจะมีร้านกาแฟให้ดื่มเวลารอลูกเรียน

ถ้าจะเจาะละเอียดแต่ละร้านค้าเด่น ๆ จะมีร้านกาแฟมาจากเกียวโตชื่อ Kurasu มาเปิดร้านที่นี่เป็นแห่งแรก ร้านคาเฟ่สำหรับเด็กชื่อ Lilliput Kids Café มาจากเกาหลี มีม้าหมุนให้เล่น มี interactive screen บ่อบอล บ้านลม มีที่เล่นสำหรับเด็กเล็ก ผู้ใหญ่นั่งรับประทานอาหารไป ด้านโรงเรียน Arkki จากประเทศฟินแลนด์ที่เน้นสอนทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่เด็กเล็กไปถึงเด็กโต มีโรงเรียนพัฒนาทักษะเด็กอันดับ 1 ของสิงคโปร์ชื่อ Julia Gabriel Center ครูจะสอนทักษะการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษผ่านการแสดงละคร ร้องเพลง หรืออีกโรงเรียนชื่อ SkyRocket สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก ให้เด็ก ๆ ได้สนุกกับการเรียนภาษาผ่านกิจกรรมเสริมพัฒนาการด้านอื่น ๆ บางครั้งคุณครูจะแต่งคอสตูมเป็นคาแรกเตอร์ของนิทานในเรื่องแล้วเดินพาเหรดเพื่อสอนภาษาอังกฤษผ่านนิทาน Pollock Art & Performance เจ้าของชาวเกาหลีให้เด็ก ๆ เรียนศิลปะแนวใหม่แบบไม่ต้องกลัวเลอะ ละเลงผนังได้เต็มที่ มีเสื้อคลุมและที่ให้ล้างตัว และสีที่ใช้มีความปลอดภัยนำเข้าจากเกาหลี Moves by Bell Chinadolls สถาบันพัฒนาศักยภาพ มีคลาสสอนเต้นสำหรับเด็กและคลาสออกกำลังกายสำหรับผู้ใหญ่ คุณน้ำหวานบอกว่า เจ้าของกิจการที่มาติดต่อ ส่วนใหญ่จะมีลูกเหมือนกัน ทำให้คุยและเข้าใจกันง่าย



ส่วนลานกิจกรรมก่อนโควิดจะมี Workshop ทุกเสาร์-อาทิตย์ ที่เปลี่ยนกิจกรรมตลอดทุกสัปดาห์ เช่น งานประดิษฐ์ ย้อมผ้า เย็บปักถักร้อย ทำขนม ทำสวนต้นไม้ในขวด มีม้าของเล่นให้เด็กขี่ สลับกับการจัดงานการกุศล เช่น การระดมทุนรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่โดยกลุ่ม Smile Creator ของมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile) ตลาดเทใจ Kids Market ให้เด็ก ๆ นำของทำเองมาขาย กิจกรรมสำหรับเด็กช่วงปิดเทอมเช่น LandLab in the City วิทยาศาสตร์กลางทุ่ง นำไก่มาให้เด็ก ๆ ได้รู้จัก มีการทำขนมไทย เป็นต้น

คุณน้ำหวานเล่าว่า เด็ก ๆ ก็จะชอบมาเล่นสนามเด็กเล่นที่เด็ก ๆ จะเข้าไปเล่นได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย คุณน้ำหวานพิถีพิถันเลือกเครื่องเล่นที่ทำจากไม้และวัสดุจากธรรมชาติ มีการหุ้มกันกระแทก และพื้นเป็นเบาะ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ วันไหนที่ไม่ได้จัดกิจกรรมที่ลานกว้าง เราจะตีเส้นไว้ เด็ก ๆ ชอบที่จะมาไถสกู๊ตเตอร์หรือจักรยานไปตามทางได้อย่างสนุกสนาน



ตอนนี้สถานการณ์โควิดผ่อนคลายไปบ้างแล้ว ทาง Bambini Villa จะนำกิจกรรมกลับมาเหมือนเดิมหรือยัง คุณน้ำหวานแจ้งว่า มีกิจกรรมจัดตามเทศกาลของทุกเดือน ซึ่งได้วางแผนไว้หมดแล้ว เช่น งานวันฮาโลวีน งานวันคริสต์มาส งานที่เคยจัดเริ่มทยอยกลับมา เช่น สนามเด็กเล่น (ยกเว้นบ่อบอล) ม้าของเล่นให้ขี่ วันเสาร์-อาทิตย์ ร้านค้าในโครงการก็จะมีกิจกรรมของเขาเอง เช่น ฟังนิทาน งานศิลปะ ทำอาหารและขนม งานขายของที่กลับมาเดือนละครั้ง ได้แก่ งานตลาดออร์แกนิค หรือที่เพิ่งจัดไป มีงานตลาดเด็กแพ้ รวมผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่แพ้อาหาร ขนม แป้ง รวมถึงงานการกุศลต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ทาง Bambini Villa ก็ยังคงมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด โดยลูกค้าต้องใส่หน้ากากเมื่อเข้ามาในพื้นที่ มีการตรวจวัดอุณหภูมิที่ทางเข้าด้านหน้าและด้านหลัง สแกนแอปฯ ไทยชนะ มีที่กดเจลแอลกอฮอล์แบบเหยียบด้วยเท้า ทำความสะอาดจุดที่สัมผัสบ่อย ๆ และมีการเว้นระยะห่าง ถ้าผู้ปกครองจะมารอเด็ก ๆ หน้าโรงเรียน หรือแม้กระทั่งสนามเด็กเล่น จะจำกัดจำนวนเด็กที่ไปเล่นในแต่ละรอบ และมีพนักงานทำความสะอาดเครื่องเล่นอย่างสม่ำเสมอ

ครอบครัวไหนยังไม่เคยไป Bambini Villa ถ้าได้ไปแล้ว ท่านผู้อ่านน่าจะรู้สึกเหมือนผมว่า ทางโครงการตั้งใจทำเพื่อเด็ก ๆ และครอบครัวมากครับ ใส่ใจทุกรายละเอียด ครอบครัวไหนมีลูกเล็กไม่กี่เดือนก็พาไปได้ครับ มีครบทุกกิจกรรมสำหรับครอบครัวจริง ๆ
............................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60