อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

จริงหรือ'ชาร์จโทรศัพท์' ทำแบตรถยนต์เสื่อม?

ไขข้อข้องใจ.. กับความเชื่อ "การชาร์จแบตโทรศัพท์ในรถ" จะทำแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม หมดประสิทธิภาพก่อนวัยอันควร ศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ในยุคปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน ถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไปไม่ได้ในชีวิตประจำวัน จึงไม่แปลกที่มักจะเห็นอุปกรณ์ชาร์ตแบตมือถือวางขายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ช่วยชาร์จแบตในรถยนต์ ที่อาจจะทำให้หลายๆคน เคยได้ยินว่า การชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือในรถยนต์ ส่งผลให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมก่อนวัยอันควร วันนี้ "รู้ก่อนเหยียบ" พามาไขข้อข้องใจกับคครับ  
 
โดยทั่วไปแล้วก็มีความเป็นไปได้ที่ แบตเตอรี่รถยนต์เสี่ยงที่จะเสื่อมได้ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลจากการที่ "ชาร์จโทรศัพท์ในรถ" เพียงเท่านั้น เพราะการชาร์จสมาร์ทโฟนในรถ ก็เหมือนกับการดึงไฟจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดวิทยุในรถ เปิดกล้องหน้ารถ เปิดแอร์ในรถยนต์ ซึ่งสื่งเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมหากมีการใช้งานไปนานๆเช่นกัน
 
เทคนิคควรรู้
-"สตาร์ทรถก่อนเสียบที่ชาร์จ" เนื่องจากช่วงที่สตาร์ทรถจะมีกำลังไฟฟ้าเข้ามาในรถเป็นจำนวนมาก ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่สามารถทนกับไฟฟ้าพังได้ เช่นเดียวกับ วิทยุในรถ ก็ไม่ควรเปิดก่อนสตาร์ทเช่นกัน
- "เสียบที่ชาร์จเข้ากับที่จุดบุหรี่" หลังจากที่สตาร์ทรถ ถือว่าปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้รับไฟที่กำลังถูกต้องอยู่เสมอ และยังช่วยยืดอายุการใช้งาน
-"นำสายชาร์จเสียบเข้ากับสมาร์โฟน" เนื่องจาก หากเสียบสายชาร์จเข้ากับมือถือโดยตรงแล้วค่อยเสียบปลั๊ก จะทำให้ไฟฟ้าเกิดการกระชาก อาจจะส่งผลให้ไฟลัดวงจรได้
-"ดึงสายชาร์จออกก่อนดับเครื่องยนต์" เป็นเหตุผลเดียวกับการสตาร์ทรถ เนื่องจากกระแสไฟอาจจะขาดหายไปทันที ซึ่งก็อาจจะทำให้สมาร์ทโฟนได้รับความเสียหายได้เช่นกัน
 
ทั้งนี้ "การชาร์จแบตโทรศัพท์ในรถ" นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้อุปกรณ์ทั้งที่ชาร์จจากจุดบุหรี่ และสายชาร์จที่ได้มาตรฐาน ดีกว่าใช้อุปกรณ์ราคาถูกและไม่ได้รับมาตรฐานจนเกิดผลเสียกับแบตเตรี่รถยนต์และแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนได้ในภายหลังครับ...
..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"

ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

บอกต่อ : 395