อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

"PRY1"…โรงแรมที่พักสำหรับนักปั่น

ภรรยาผมชมว่าที่นี่ใช้ของดีและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทันสมัยรองรับเพื่อคนยุคนี้ เช่น ลานจอดแบบชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถที่ใช้ไฟฟ้า มีปลั๊กไฟจำนวนมากสำหรับชาร์จมือถือ เพาเวอร์แบงก์ และคอมพิวเตอร์ wifi ที่ใช้ง่าย จันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น.


การไปเที่ยวสุดสัปดาห์ของครอบครัว เริ่มจากภรรยาผมถามว่ารู้มั้ย PRY1” คืออะไร ผมยังถอดรหัสไม่ออกเลยครับว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษ 3 ตัวกับตัวเลข 1 ตัวนี้คืออะไร แต่พอภรรยาเฉลยเท่านั้นแหละ “อ๋อ ไพรวันที่แปลว่า ป่า นั่นเอง!!” ด้วยความเจ็บใจที่ไม่รู้คำตอบ เลยให้ภรรยาจองที่พัก แล้วไปดูกันว่า PRY1 เป็นที่พักอย่างไรกันแน่ ภรรยาผมแค่บอกว่าจองแล้วอยู่ที่เขาใหญ่

เช้าวันออกเดินทาง ผมพิมพ์ PRY1 และเปิด google maps ดู อ้าว..ทำไมใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเอง พอดูเส้นทาง ไม่ได้ไปเส้นทางที่คุ้นเคยเหมือนเดิม ปกติผมจะวิ่งเส้นพหลโยธินแล้วแยกไปทางปากช่อง เข้าเส้นถนนธนะรัชต์ แต่ครั้งนี้กลับไปทางเส้นรังสิต-นครนายก แล้วแยกไปทางปราจีนบุรี ก็ขับสบาย ๆ เลยครับเพราะถนนดีมาก ขับง่าย ผมแวะกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดข้างทางก่อนเข้าถึงที่พัก



ผมเห็นป้าย PRY1 โลโก้เป็นรากต้นไม้คุยกันแบบนี้ไม่ผิดแน่ ผมแจ้ง รปภ. ว่ามาเข้าพัก เขาถึงเปิดประตูให้ เพราะปกติจะมีที่จอดรถสำหรับร้านกาแฟเนินหอมซึ่งต้องรับบัตรก่อนครับ ผมขับตามทางโค้งเข้าไปจนเห็นตึก 3 ชั้น นั่นคือที่พักของเรา ผมชอบอิฐที่เรียงเป็นแพทเทิร์นตั้งแต่เดินเข้าไป เวลาแดดส่องทะลุช่องอิฐจะได้ภาพสวยงามแปลกตา ขณะที่เดินไปเช็คอิน เราจะเห็นสระน้ำด้านหน้าและเขาใหญ่เป็นฉากด้านหลัง สวยแบบอยากจะกระโดดลงน้ำเดี๋ยวนั้นเลยครับ

ผมขึ้นไปดูห้องพัก กว้างขวางใหญ่โตมาก (หรือภรรยาผมจองแบบ Dorm กันนะ?!?!) แต่รับรองว่าทุกห้องได้เหมือนกันแน่ ๆ คือ เปิดประตูออกไปแล้วมีวิวเขาใหญ่อยู่นอกระเบียง อันนี้สุดจริงครับ ภรรยาบอกว่าที่โรงแรมนี้มีห้องสมุดด้วย..ไปดูกัน ผมและครอบครัวเดินสำรวจบริเวณรอบโรงแรมซึ่งกว้างและยาวมาก ห้องสมุดนี่อยู่สุดทางเลย และโชคดีเราได้เจอเจ้าของโรงแรมโดยบังเอิญ ผมได้คุยกับคุณกิ๊บ หรือ คุณกุลภัสสร์ พรประภา คุณกิ๊บเล่าให้ผมฟังว่าเหตุที่ทุกห้องได้เห็นวิวเขาใหญ่อย่างใกล้ชิดขนาดนี้เพราะเดิมโรงแรมนี้เป็นโรงแรมเก่าเมื่อ 30 กว่าปีก่อนชื่อว่า “เขาใหญ่แกรนด์วิว รีสอร์ท” ก่อตั้งมาก่อนกฎหมายจะออกว่าพื้นที่สีเขียวอ่อนห้ามก่อสร้าง โรงแรมนี้จึงเป็นโรงแรมเดียวในจังหวัดปราจีนบุรีที่อยู่ใกล้เขาใหญ่ที่สุด อย่างไรก็ตาม คุณกิ๊บเป็นรุ่นลูกที่เข้ามารีโนเวทโรงแรมใหม่ โดยกฎหมายห้ามสร้างขยายเพิ่มเติมจากที่เคยมีอยู่ อย่างไรก็ตาม เธอกลับทำตรงกันข้าม เดิมโรงแรมเคยมีทั้งหมด 79 ห้อง เธอทุบตึกหายไปหนึ่งตึก (ซึ่งปัจจุบันเป็นสระว่ายน้ำ 50 เมตรแทน) เหลือห้อง 34 ห้อง เพราะอยากจะทำโรงแรมที่มีขนาดพอเหมาะเพื่อสามารถดูแลได้ทั่วถึงและได้เห็นทิวทัศน์อย่างเต็มที่



คุณกิ๊บมีแบบอยู่ในใจและพิถีพิถันในการออกแบบครั้งใหม่นี้ ใช้เวลาก่อสร้างถึง 5 ปี คุณกิ๊บได้พบกับสถาปนิก รศ.ดร.ต้นข้าว ปาณินท์ เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและเจ้าของบริษัท Research Studio Panin ทั้งสองมีภาพตรงกัน นั่นคือ คุณกิ๊บต้องการโรงแรมที่อยู่ในป่า ไม่ต้องตัดแต่งต้นไม้ให้สวยงาม ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ อาคารเรียบหรูดูได้นานนับสิบ ๆ ปีต่อไปจากนี้ อยากให้ผู้ที่เข้ามาพักได้อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับความเงียบสงบ ใครที่ชอบพักสไตล์นี้ อยากกลับมาพักได้อีกบ่อย ๆ

ภรรยาผมชมว่าที่นี่ใช้ของดีและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทันสมัยรองรับเพื่อคนยุคนี้ เช่น ลานจอดแบบชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถที่ใช้ไฟฟ้า มีปลั๊กไฟจำนวนมากสำหรับชาร์จมือถือ เพาเวอร์แบงก์ และคอมพิวเตอร์ wifi ที่ใช้ง่าย โคมไฟอย่างดีในห้องนอน เคลื่อนย้ายปรับมุมได้สำหรับคนชอบอ่านหนังสือ จักรยานให้ยืมอย่างดียี่ห้อ Tokyo Bike ที่ทรงสวยและเบามาก คุณกิ๊บบอกว่าของทั้งหมดเธอเลือกเอง เพราะเข้าใจคนที่มาพักว่าต้องการอะไร

คุณกิ๊บเล่าเพิ่มเติมว่า ตำแหน่งของโรงแรมคือ เนินสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นอุทยานเขาใหญ่ ดังนั้นมีครอบครัวนักปั่นมาพักโรงแรมของเธออย่างสม่ำเสมอ เพราะนักปั่นนำจักรยานปั่นขึ้นเขาใหญ่ได้เลย ส่วนครอบครัวที่มาด้วยก็พักผ่อนอยู่ในโรงแรม ในนี้มีร้านอาหาร ออกไปข้างนอกก็มีร้านกาแฟเนินหอม มีกิจกรรมให้ครอบครัวได้ทำ เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง เดินเล่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในโรงแรม มีห้องสมุดให้มานั่งอ่านหนังสือ ถ้าสังเกตดี ๆ จะไม่มี Playroom เพราะเครื่องเล่นต่าง ๆ กลับไปเล่นในเมืองใหญ่ก็ได้ แต่ที่นี่คือห้องเรียนธรรมชาติ อยากให้เด็ก ๆ และครอบครัวชวนกันไปดูต้นไม้ ดูแมลง เหมือนกับที่คุณกิ๊บผูกพันกับที่นี่ตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว



เย็นวันนั้น ผมยืมจักรยานของโรงแรมไปปั่นเล่นกับลูกชาย ผมปั่นจากที่พักออกไปด้านหน้าโรงแรม ผมตกใจมากที่ได้เจอภรรยาเดินเล่นอยู่ก่อนแล้ว ปรากฏว่าเส้นทางรถที่รถเข้ามาวิ่งอ้อม ทำให้รู้สึกว่าไกล ซึ่งจริง ๆ แล้วมีอีกเส้นทางสำหรับเดิน แต่ถูกต้นไม้บังหลอกตา จริง ๆ แล้วทางเดินใกล้นิดเดียว ผมลงเล่นน้ำกับลูกชายต่อ ลองว่ายสระ 50 เมตร แค่รอบเดียวก็เหนื่อยแล้วครับ ตกเย็นรับประทานอาหารในโรงแรมชื่อร้าน Vaya Kitchen (ตัวละครในเพชรพระอุมา) อาหารรสชาติอร่อยดีครับ ชอบกันทั้งครอบครัว พนักงานมารับออร์เดอร์สำหรับมื้อเช้าไว้ล่วงหน้าด้วยเลย

ครอบครัวผมลองสั่งไม่เหมือนกัน เช่น ผมสั่งข้าวต้มแม่กุ เป็นข้าวต้มหมูสับใส่หมูยอลงไปด้วย โรยน้ำพริกน้ำย้อย (หอมเจียว กระเทียมเจียว พริกแห้งป่น) มีผัดผักหวานกินแกล้ม ลูกชายผมสั่ง American Breakfast มาถึงจานใหญ่มาก ภรรยาผมสั่งไข่กระทะ พอได้เห็น..เธอถูกใจมากเป็นไข่ในกระทะทรงสี่แหลี่ยมและเครื่องแน่นจัดเต็ม มีสลัด กาแฟ และน้ำผลไม้เสิร์ฟให้ด้วย เป็นมื้อเช้าที่อิ่มมาก ทำให้มีพลังขึ้นเขาใหญ่ได้สบาย



กิจกรรมยามสาย ผมขับรถขึ้นเขาใหญ่ (ไม่ได้ปั่นขึ้นไปนะครับ) จ่ายค่ารถที่ด่าน ผู้ใหญ่ 2 และเด็ก 1 คนรวมแล้ว 150 บาท เราขับขึ้นไปที่ “ผาตรอมใจ” ในพื้นที่เขาเขียว ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 4,240 ฟุต อากาศข้างบน 21 องศา เมฆนี่ลอยผ่านหน้าเราไปเลย เย็นสบายมากครับ ด้านบนมีกลุ่มจักรยานสองล้อ ล้อเดียว บิ๊กไบค์ ทุกทีมต่างขึ้นไปถึงเป้าหมายด้านบน ใครหิวมีข้าวไข่เจียวให้กินด้วยนะครับ จากที่พักผมขับรถใช้เวลาประมาณ 50 นาที ถ้าปั่นนี่สงสัยจะครึ่งวัน

อย่างไรก็ตาม ผมขับลงมากินข้าวข้างล่างเพราะเล็งร้านเนินหอมคาเฟ่ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว กลับลงมาคนเยอะมาก ร้านนี้มีพวกอาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัด ข้าวกะเพรา รสชาติจัดจ้าน ตบท้ายด้วยขนมเค้กชิ้นเล็ก ๆ ให้ชื่นใจเสียหน่อย แล้วก็กลับไปเก็บของกลับบ้านได้ครับ ถ้าใครสนใจที่พักที่สวยและสงบ แถมคนไม่เยอะจนแออัด ลองเข้าไปดูได้ที่ https://pry1.in.th
............................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 51