อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563

อะไรหรือคือประชาธิปไตย?

ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาผู้คนทั่วไปในสังคมคงมีความสับสนและงุนงงสงสัยกับคำพูดของแกนนำนักการเมืองฝ่ายค้านที่ใช้วาทกรรมเพื่อประโยชน์ทางการเมืองว่า ฝ่ายตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตย พร้อมกับการกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายเผด็จการ พฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.


การสนทนาพูดคุยในเรื่องการเมืองการปกครองมักมีการตั้งประเด็นคำถามว่าประชาธิปไตย​คืออะไร คำตอบมีความแตกต่างหลากหลายตามทรรศนะของแต่ละบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับมีพื้นฐานการศึกษามาอย่างไร มีความรู้ความเข้าใจและมีความสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองมากน้อยเพียงไร หากจะกล่าวถึงเรื่องการเมืองการปกครองในบริบทของประชาธิปไตยกันแล้วก็ไม่พ้นที่จะต้องมาเริ่มต้นทำความเข้าใจกันว่าประชาธิปไตยคืออะไร จึงขอมีส่วนร่วมในการแสดงทรรศนะว่าประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองประเทศที่ยึดเอามติเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเป็นสำคัญ

การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นที่ยอมรับของประชาชนในประเทศต่างๆทั่วโลก กล่าวได้ว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับการปกครองระบอบอื่น แต่ก็ไม่อาจนำมาเป็นข้อสรุปเช่นนั้นเลยทีเดียว เนื่องจากมีตัวแปรซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบด้านถึงเหตุผลและความจำเป็นของแต่ละประเทศที่ไม่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อาทิ การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน การปกครองระบอบสังคมนิยม ในประเทศเวียดนาม ​ฯลฯ



วิธีการและกระบวนการทางประชาธิปไตยเริ่มต้นจากประชาชนเป็นผู้ออกเสียงลงคะแนนเลือกตัวแทนของตนเป็น ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี การตั้งกระทู้ถาม การเสนอญัตติขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาโดยไม่มีการลงมติ

รวมถึงการตรากฎหมาย การปรับปรุงและแก้ไขกฎหมาย ฯลฯ อีกทั้งยังมีการเลือกตัวแทนของตนเป็น ส.ว.ในวุฒิสภาเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ กลั่นกรองกฎหมาย การตั้งกระทู้ถาม ฯลฯ

หลักการสำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตยมี 3 ประการ คือ ประการแรก ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจในการปกครองตนเอง (ประชาชนในที่นี้หมายถึงผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้ มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด หรือแปลงสัญชาติเป็นไทยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง ไม่มีลักษณะต้องห้ามคือต้องไม่เป็นพระสงฆ์ สามเณร นักพรตหรือนักบวช ต้องไม่อยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ต้องไม่ถูกคุมขังด้วยหมายของศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องไม่เป็นคนสติฟั่นเฟือน) ประการที่สอง ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพ ประการที่สาม ประชาชนมีความเสมอภาคกันทางกฎหมาย

ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาผู้คนทั่วไปในสังคมคงมีความสับสนและงุนงงสงสัยกับคำพูดของแกนนำพรรคการเมืองใหญ่ฝ่ายค้านที่ไม่สามารถรวบรวมเสียง ส.ส. เพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล จึงมักใช้วาทกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ทางการเมืองว่าฝ่ายตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตย พร้อมกับการกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายเผด็จการ ทั้งๆที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งมีการเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 มีผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทั่วประเทศ 50,071,589 คน มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 29,740,677 คน คิดเป็นร้อยละ 59.40 คะแนนเสียงเห็นชอบ 16,820,402 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 61.35 คะแนนเสียงไม่เห็นชอบ 10,598,037 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 38.65



การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศ 51,239,638 คน มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียง 38,268,375 คน คิดเป็นร้อยละ 74.69 พรรคพลังประชารัฐได้รับคะแนนเสียงทั่วประเทศ 8,433,137 คะแนน มี ส.ส. 115 คน ในขณะที่พรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนเสียง 7,920,630 คะแนน มี ส.ส. 136 คน

การสรรหานายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนเสียง 500 ต่อ 244 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง (หากคำนวณเฉพาะคะแนนเสียงของ ส.ส. จากที่ประชุมรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนเสียง 254 ต่อ 244 งดออกเสียง 2เสียง)

ความพยายามของพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่พุ่งเป้าเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในทุกรูปแบบและทุกวิถีทาง โดยใช้วาทกรรมที่บิดเบือนไม่ว่าจะเป็นพูดความจริงไม่ครบถ้วนหรือพูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับความจริง กล่าวร้ายต่อรัฐบาลอย่างไม่มีเหตุผล มุ่งโจมตีและเห็นค้านการทำงานของรัฐบาลในทุกเรื่อง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อประเทศชาติและประชาชน

ในสภาวการณ์ที่ประเทศชาติกำลังประสบกับสถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดจากการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในทั่วโลกและการเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในทั่วโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง รวมถึงปัญหาการดำรงชีวิตและการดำเนินชีวิตของประชาชน ฉะนั้นพรรคการเมืองฝ่ายค้านจึงควรลดอคติกับรัฐบาลลงบ้างและหยุดเล่นเกมการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ เพื่อให้ประเทศชาติมีโอกาสเดินหน้าต่อไปในการพัฒนาบ้านเมืองและแก้ปัญหาต่างๆ การปกครองตามครรลองของประชาธิปไตยเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะต้องร่วมกันรักษาไว้ให้ดีที่สุด ต้องร่วมกันรักษาไว้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
............................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 130