อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563

"ตน-ต้นหน"ลั่น"Mother Gamer" เจอบทหินสุดในเรื่อง  

"ตน-ต้นหน ตันติเวชกุล" เผยหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ "Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่" ว่าได้รับบทที่ยากสุดในเรื่อง ต้องโชว์อีโมชั่นแรง ๆ ไปพร้อม ๆ กับเกมเมอร์ที่เดือดสุด ๆ พฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563 เวลา 14.39 น.


ดาราวัยรุ่นชื่อดัง "ตน-ต้นหน ตันติเวชกุล" ที่คราวนี้ต้องมารับบท "โอม" เด็กวัยรุ่นที่อยากขีดเส้นทางชีวิตด้วยตัวเองใน "Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่" เปิดเผยเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า  บทของ "โอม" คือ เขากำลังทำในสิ่งที่แม่ทำไม่ได้ มันเลยเกิดเป็น Conflict ระหว่างเขากับแม่ขึ้นมา โดยในเรื่องโอมเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่ทุกคนจับตามองในทีม “Higher” ที่เขาต้องแบกทั้งทีมด้วยความเชื่อมั่นในฝีมืออันเก่งกาจของตัวเอง มันเลยทำให้โอมกลายเป็นคนที่ชอบกดดันตัวเอง และเก็บกดอยู่ตลอดเวลาพอสมควร



เรื่องราวของ “Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่" คือ เหตุการณ์ทั้งหมดมันมาจากความขัดแย้ง ที่ว่าแม่ไม่เข้าใจลูก คุณแม่หรือ "ครูเบญจมาศ" (รับบทโดย อ้อม พิยดา) เป็นคนคิดโครงการปลอดมือถือของโรงเรียน ฉะนั้นถ้าโรงเรียนเป็นแบบนี้แล้ว ที่บ้านก็แทบไม่ต้องพูดเลย...  แล้วเผอิญว่าโอมชอบเล่นเกมขึ้นมา ก็เลยเกิดเป็นประเด็นตรงนี้ขึ้นมาอีก โอมก็รู้สึกว่าตัวเองทนมาพอแล้วกับการทำตามในสิ่งที่แม่ขีดเส้นไว้ เขาจึงตัดสินใจไม่คุยกับแม่ เพราะเขาอยากทำในสิ่งที่เขาต้องการให้เป็นอาชีพจริงๆ ได้ และอยากจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้แม่เห็น 

จริง ๆ โอม...เป็นเด็กคนหนึ่งที่รักแม่มาก...เขามีวิธีในการแสดงออกที่อยากให้แม่เข้าใจ จนสุดท้ายแม่ดันไปตั้งทีมที่รวมเหล่าสมาชิกเกรียน ๆ มาแข่งกับโอม มันเลยเหมือนว่าแม่ไม่สามารถเอาชนะโอมได้ในชีวิตจริง แต่พยายามมาเอาชนะในเกม โดยในเรื่องนั้นโอมอยู่ทีม “Higher” ที่เป็นทีมที่เก่งที่สุดในวงการอีสปอร์ต และมีชื่อเสียงมานานมาก ตัวโอมก็เป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่ทุกคนจับตามอง และเป็นเขาที่พร้อมจะแบกทีมประมาณหนึ่งด้วยความเชื่อมั่นในฝีมืออันเก่งกาจของตัวเองด้วย 

 

บทของโอม ต้องเค้นอีโมชั่นมากที่สุดในเรื่อง แล้วผมไม่ใช่คนที่สามารถร้องไห้ได้ทันที ต้องใช้อินเนอร์พอสมควร รวมถึงต้องไปจูนกับคนอื่น ๆ ด้วย ขณะเดียวกันผมมักจะมีการดีไซน์ไว้ในหัวก่อนแล้วว่า โอมต้องเครียด ต้องหน่วง ฉะนั้นซีนดราม่าอาจไม่ยากนัก แต่ความยากคือความไม่นิ่งของตัวละครตัวนี้ บางอย่างเราทำมาแน่นแล้ว พอเหมือนกับว่า ถูกหยิบบางอย่างออกนิดเดียวเท่านั้น ก็ทำให้เรา Blank ได้เหมือนกัน 



ผมรู้สึกว่า “พี่อ้อม” เขาเหมือนพี่สาวผมมากเลยครับ เพราะเราสามารถพูดกับเขาได้ในหลายๆ เรื่อง แต่พอเข้าซีนแล้วนั้น ผมเป็นโอมก็จะมองว่านี่แหละคือแม่ของเรา ซึ่งข้อดีคือเราทำการบ้านมา และพี่อ้อมก็แสดงในแบบที่เราจินตนาการไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมุมความรักและต่อต้านในเวลาเดียวกัน แล้วในหนังก็จะมีฉากที่ผมกับพี่อ้อมต้องแสดงซีนแอคชั่นด้วยกัน พี่อ้อมยังแข็งแรงกว่าผมอีกนะ (หัวเราะ) เขาทำได้หมดและไม่ห่วงสวยเลย เขาคือนักแสดงที่ดีมากครับสำหรับผม



สำหรับบท แอคชั่นกับ “เติร์ด ลภัส” ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งที่ผมเพิ่งรู้ตอนถ่ายคือ ซีนแอ็คชั่น ซึ่งเอาจริงๆ พี่เสือน่าจะบอกไว้ก่อนนะครับว่าแคสต์นี้ต้องการคนที่เล่นแอคชั่นได้ ล้อเล่นๆ (หัวเราะ) คือผมอ่ะไม่เคยเล่นแอคชั่นมาก่อนเลย เนื่องจากร่างกายของผมด้วย และผมก็ไม่ใช่คนที่เล่นกีฬาต่อเนื่อง แม้ว่าช่วงมัธยมผมจะเคยเป็นนักกีฬามาก่อนนะครับ ก็คือเล่นฮอกกี้ แต่พอจบมัธยมไปก็ไม่ได้แตะกีฬาอีกเลยครับ และพองานนี้เราต้องมาแอคชั่นร่วมกันกับ “เติร์ด” ก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เก่ง ยิ่งพอเราได้เจอกันแค่ซีนเดียวคือ ซีนดวล 1 ต่อ 1 ที่เป็นฉากสำคัญของเรื่อง เพราะมันคือการเผชิญหน้าระหว่าง 2 ตัวท็อปต่างรุ่นที่ต้องมาไฟต์กันครับ  ก็ยิ่งทำให้เห็นเลยว่าเติร์ดเขาเก่งมากจริงๆ ทั้งเดือดมาก ปล่อยหมัดใส่กันเยอะๆ ซึ่งเติร์ดก็ช่วยผมไว้มากทีเดียว 



แม้ว่าก่อนถ่ายผมจะไปเวิร์กช็อปชกมวยหลังจากได้เห็นคลิปเติร์ดต่อยมวยที่พี่เสือส่งมาให้ดู งานนี้ผมต้องไม่ยอมแล้วครับ (หัวเราะ) ขอเข้ายิมบ้างเพื่อเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมที่สุด เนื่องจากมันเป็นซีนที่ต้องใช้ร่างกายเป็นหลัก ทั้งกระโดด ต่อยเตะ และโชว์ท่าแอคชั่นสวยๆ โดยพี่เขาเองก็เป็นนักเต้นอาชีพ ฉะนั้นจึงมีความแข็งแรงอยู่พอสมควร มันเลยเหมือนเขาต้องช่วยผมในการรับรีแอคเสียมากกว่า เพราะมันเป็นฉากแอคชั่นที่จะเวอร์ๆ หน่อย เริ่มถ่ายทำตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถัดจากที่ซ้อมกันตั้งแต่บ่าย 3 แล้วก็เข้าฉากสลับกับการ ซักซ้อมในบางช่วงจนถึง 6 โมงเช้าไปเลย ซึ่งทุกอย่างก็จะดูยิ่งใหญ่ ดูทรงพลัง ดูเป็นเกมมากๆ แล้วเท่าที่ผมจำได้รู้สึกว่ามัน ‘ว้าว’ แบบที่เราไม่เคยเห็นในหนังไทยเรื่องไหนๆ มาก่อนเลยครับ บอกได้เลยว่าเดือดแน่นอน



ส่วนเรื่องความฮอตของ "กีฬาอีสปอร์ต" ผมอยากให้มองว่าอีสปอร์ตเป็นกีฬาชนิดหนึ่งไปเลย เหมือนหมากรุกที่เป็นเกมกระดานก็ยังถูกจัดให้เป็นกีฬาได้เช่นกัน ถ้าผมบอกคนอื่นทุกคนว่าต้องตื่นนอนมาดูฟุตบอลก็จะปกติ แต่ถ้าบอกว่าตื่นขึ้นมาดูเกมก็อาจจะถูกมองว่าไม่ปกติ ซึ่งผมอยากให้ทุกคนมองอีสปอร์ตเหมือนมองกีฬาฟุตบอลที่ก็ใช้ความสามารถในการเล่นเหมือนกัน และไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงจุดนั้นได้เหมือนกับวงการอื่นๆ มันต้องมีคนที่ล้มเหลว คนผิดพลาด และมีคนที่มีความหลงใหลกับมัน ซึ่งคนเหล่านั้นน่ายกย่องนะครับ



ภายใต้ความสนุกของ “Mother Gamer” ก็ยังมีประเด็นเรื่องช่องว่างระหว่างวัย จริงๆ หนังเรื่องนี้มันพูดถึงความแตกต่างของช่วงวัย อย่างนักแสดงที่เห็นก็จะเป็นการต่อสู้ของผมกับ “พี่อ้อม”  ที่เป็นแม่ โอมกับเบญจมาศซึ่งเป็นคนสองรุ่นที่แตกต่างกัน อย่างที่หลายคนชอบพูดคือแม่ไม่เข้าใจเราหรอกว่าวัยรุ่นมันเหนื่อย แต่อย่าลืมว่าผู้ใหญ่ก็เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน มันก็ไม่ได้แปลกถ้าเขาจะอยากให้เราไปในทางที่ดีตามที่เขาขีดไว้ เพราะว่าพวกเขาก็เคยเดินทางนี้มาก่อน ฉะนั้นก็ย่อมจะรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก 



แต่สุดท้ายแล้วผมคิดว่ามันคือการฟังกัน ยอมรับ และเข้าใจกันมากกว่า แต่เด็กก็มีสิทธิ์เลือกในการลองผิดลองถูกนะ ไม่ใช่ว่าต้องทำตามสิ่งที่เขาบอกอย่างเดียว มันเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่าวัยรุ่นสมัยนี้สามารถคิดเองได้  ส่วนตัวผมเป็นคนที่เชื่อว่าก่อนที่เราจะออกนอกกรอบได้นั้น เราควรเรียนรู้ที่จะอยู่ในกรอบให้ได้ก่อน พอเราจะทำอะไรที่มันนอกกรอบ การที่เราจะเป็นตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นเราควรจะต้องเรียนรู้และทำตามสิ่งที่มันเกิดขึ้น สิ่งที่มันเป็นกฎระเบียบ ผมสังเกตทุกคนพยายามจะบอกว่าการเป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเรา อยากประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว อยากเดินทางออกไปพบสิ่งใหม่ ๆ สำหรับผมจึงมองว่าการทำตามกรอบมันไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่เหมือนเป็นการได้เรียนรู้ ถ้าเราไม่ชอบ ก็ได้รู้ว่าเราไม่ชอบ แล้วเราจะได้ไม่ต้องไปเดินทางนั้นด้วยตัวของเราเองในอนาคต.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 42