อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563

ใจคิด'เงินเขาไม่ใช่เงินเรา' แท็กซี่คนดีคืนเงินแสนลูกค้า

สุดประทับใจ! "ลุงสุพจ" แท็กซี่น้ำใจงาม เก็บเงินแสนคืนผู้โดยสารทำหล่นในรถ ไม่มีคิดเก็บไว้เป็นของตัวเอง กลับห่วงเขาเดือดร้อน  เสาร์ที่ 5 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.


ไม่มีใครหรอกที่จะปฏิเสธว่าไม่อยากได้เงิน ไม่อยากมีเงิน เพราะเงินคือ ปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต 

คิดง่ายๆ ไม่มีเงิน เดินไปร้านข้าว เขาจะให้กินฟรีๆ ไหม ฉะนั้นเราต้องมีเงิน แล้วเราจะมีเงินได้ไง ก็ต้องทำงานใช่ไหม ไม่มีใครหรอกให้เงินเราฟรีๆ ถ้าไม่ไปนั่งขอทาน

แต่เงินที่เราจะได้แต่ละบาทนั้น ต้องแลกกับการทำงาน ไม่มีใครให้ฟรีๆ ถ้าอยากได้มากก็ต้องขยัน 

ไม่ใช่อยากได้เงินเยอะๆ แต่หาวิธีลัดที่ผิดกฎหมาย หรือไปเจอเงินโดยบังเอิญแล้วคิดจะเอามาเป็นของเรา แบบนี้ไม่ดีแน่!

สัปดาห์นี้ "เสือสมุทร" มีเรื่องราวประทับใจของ "ลุงแท็กซี่" น้ำใจงามคนหนึ่งที่เจอเงินแสนของผู้โดยสารทำหล่นไว้ แต่ไม่คิดเอาเป็นของตัวเอง มานำเสนอ 



ช่วงเย็นของวันที่  2 ก.ค. บนโรงพักคูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี คราคร่ำไปด้วยผู้คน ที่ร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้ง พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.สภ.คูคต นายตำรวจ ประชาชน ชาวบ้าน เมื่อ นายสุพจ แพไธสงค์ หรือลุงสุพจ อายุ 68 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น อัลติส สีเขียว-เหลือง ทะเบียน 1มข- 5958 กรุงเทพมหานคร นำเงินสดที่เก็บได้บนเบาะหลังจำนวน 100,000บาท ส่งคืน นางสาวธารีรัตน์ นระโพธิ์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขายชุดนักเรียน ที่ทำหล่นไว้ขณะใช้บริการ 



"ลุงสุพจ" เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ว่า ราวๆ 2 ทุ่มของวันที่ 1 ก.ค. ตนขับแท็กซี่อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่กำลังจะขับรถกลับบ้านย่านลำลูกกา ตั้งใจว่าจะไม่รับผู้โดยสารแล้ว ระหว่างขับกลับได้มีผู้โดยสารหญิง 2 คนเรียกจึงได้รับไปส่ง เนื่องจากเห็นว่ายังไม่ 3 ทุ่ม เมื่อรับมาแล้วได้ไปส่งผู้โดยสารที่ย่านถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา โดยเรียกค่าโดยสารไป 130 บาท จากนั้นจึงได้ขับรถเพื่อกลับบ้าน แต่ก็มีผู้โดยสารหญิงมาโบกเรียกอีก ตนจึงจอดถามทราบว่ากระเป๋าเงินเขาหายไม่มีเงิน ขอให้ช่วยไปส่งย่านปากเกร็ดหน่อย จึงถามไปว่าค่ารถเท่าไร หญิงสาวคนนั้นบอกว่า 80 บาท ใจตนตอนนั้นอยากกลับบ้านแล้ว จึงได้ให้เงินเขาไป 100 บาท เป็นค่าโดยสารเพื่อให้เรียกรถคันอื่น จากนั้นตนได้กลับถึงบ้านก็นอนไม่ได้คิดอะไร



"ลุงสุพจ" เล่าอีกว่า วันรุ่งขึ้นเวลา 10.00 น. ตนได้ทำความสะอาดรถเพื่อเตรียมออกไปวิ่งหาผู้โดยสาร สายตาได้ไปเห็นถุงวางไว้เบาะหลัง เชื่อว่าเป็นของผู้โดยสารลืมถุงไว้อย่างแน่นอน เมื่อเปิดดูพบว่ามีเงินสดจำนวนมาก ในใจตอนนั้นคิดว่าต้องรีบนำไปส่งมอบให้ตำรวจ โดยที่ไม่ได้ดูในถุงว่ามีเงินเท่าไร เนื่องจากกลัวว่าเงินเขาจะหาย กระทั่งมีหญิงสาวเป็นผู้โดยสาร ซึ่งตนจำได้แม่นว่าเขาได้เรียกรถใช้บริการ มาติดต่อขอรับเงินดังกล่าวที่บนโรงพักคูคต 

"ผมก็คิดถึงว่าเงินเขา ไม่ใช่เงินเรา กว่าเขาจะหาได้มาเป็นเงินก้อนนี้ ครอบครัวเขาก็ลำบาก เหมือนกับเราที่หาเงินทุกวัน และมีความเหน็ดเหนื่อยที่จะส่งลูกเรียน เขาก็คงเหนื่อยเหมือนกัน อย่างอื่นไม่คิด คิดแต่เพียงจะเอาเงินมาคืนเขาให้ได้" แท็กซี่น้ำใจงาม กล่าว  

ได้ทราบความรู้สึกกับวินาทีที่ไม่คิดอยากได้เงินของคนอื่นจาก "ลุงสุพจ" ไปแล้ว อีกด้านของความรู้สึกของผู้ที่ทำเงินแสนหล่นล่ะเป็นอย่างไร 



นางสาวธารีรัตน์ บอกว่า วันนั้นตนเรียกรถแท็กซี่ของ "ลุงสุพจ" บริเวณมินิมาร์ทนิมิตรใหม่ เพื่อจะให้ไปลงที่เลียบด่วนย่านรามอินทราพร้อมกับลูกสาว โดยได้เบิกเงินสดจำนวน 100,000 บาท ซึ่งตนเก็บสะสมไว้ และใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีขาว เพื่อที่จะมอบให้ลูกสาวหลังจากเรียนจบปริญญาตรี ม.ศรีปทุม ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อ โดยลูกสาวเคยบอกว่าอยากไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ ตนจึงได้มอบเงินสดจำนวนนี้ให้ แต่ลูกสาวบอกว่าให้แม่เก็บรักษาไว้ก่อน ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไร โดยกำถุงเงินในมือไว้แน่น

เจ้าของร้านขายชุดนักเรียน บอกอีกว่า เมื่อลงจากรถแท็กซี่กลับลืมถุงเงินไว้ที่เบาะหลังในรถแท็กซี่ มารู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่รถแท็กซี่ขับออกไปแล้ว ต่อมาท่านผู้กำกับ สภ.คูคต ได้โทรแจ้งมาว่า โชเฟอร์แท็กซี่จะนำเงินที่ผู้โดยสารลืมไว้บนรถมามอบให้ที่โรงพัก ตนถึงกับน้ำตาไหลไม่รู้ว่าจะกล่าวขอบคุณอย่างไร รู้สึกตื่นตันใจกับสังคมไทยที่มีคนดีๆ อย่างลุงแท็กซี่ แม้ตนเองก็ไม่ใช่คนที่มีเงินร่ำรวยมากมาย แต่ก็ตั้งใจมอบสินน้ำใจให้กับ "ลุงสุพจ" โชเฟอร์แท็กซี่น้ำใจงาม เพื่อเป็นการตอบแทนในการทำความดี



ขณะที่ พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ ผกก.สภ.คูคต กล่าวว่า เราได้เห็นถึงความซื่อสัตย์และความมีน้ำใจ เนื่องจากเงินที่หายไปของคนๆ หนึ่ง มันมีค่าจะนำไปส่งลูกเรียนหนังสือ หรือนำไปทำกิจธุระของตน เป็นภาพที่ดีที่เราอยากเห็นกันในสังคม สำหรับผู้ที่เก็บของหายทางที่ดีที่สุดก็มาประสานที่สถานีตำรวจ ซึ่งทางโรงพักยินดีเป็นสื่อกลาง ประสานหาเจ้าของได้ ฝากถึงการแจ้งความสิ่งของหายเมื่อมีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว ติดตามได้ ผู้ที่เก็บได้แล้วไม่คืนจะมีความผิดอาญาได้ แต่วันนี้คุณลุงขับรถแท็กซี่ได้แสดงให้เห็นว่าคนไทยเรายังมีน้ำใจ



เรื่อง "ลุงสุพจ" แท็กซี่น้ำใจงาม ยังคงสะท้อนภาพของคนดีในสังคมได้เป็นอย่างดี อย่าให้ความโลภบังตา จนถูกตราหน้าว่าเป็นขโมย 

เชื่อเถอะว่า เงินคนอื่นที่เราได้โดยไม่บริสุทธิ์ใจ หากนำไปใช้ ต่อไปเราจะไม่มีวันเจริญแน่นอน.
.......................................
คอลัมน์ "คนดีของสังคม"
โดย "เสือสมุทร"
ข้อมูล-ภาพ "ประสิทธิ์ จิตสว่าง" เดลินิวส์ออนไลน์ จ.ปทุมธานี

คลิกอ่านเรื่องราว "คนดีของสังคม" เพิ่มเติม  

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 125