อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อร่อยและสุขภาพดีที่ "บ้านยาหอม"

บ้านยาหอม Zantiis เป็นร้านอาหาร-สปา-คาเฟ่ เรียกว่าเป็นโชว์รูมแบรนด์ต่าง ๆ ที่คุณไอ๋สร้างไว้ มารวมอยู่ด้วยกันในบ้านไม้สักดั้งเดิมอายุ ๑๐๐ ปี แต่ละจานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพตามความตั้งใจแรกเพราะมีสมุนไพรไทยอยู่ในทุก ๆ จาน จันทร์ที่ 7 กันยายน 2563 เวลา 12.00 น.


ผมได้รับมอบหมายภารกิจจากคุณแม่ยายให้มาชิมอาหารร้านคุณดลชัย ถ้าพูดถึง คุณไอ๋-ดลชัย บุณยะรัตเวช ภาพจำของผมจะนึกถึงนักสร้างแบรนด์ที่ยิ้มเก่งและร้องเพลงสากลได้ไพเราะมาก เมื่อเดือนก่อน ผมได้ไปเยี่ยมเยียน "บ้านยาหอม Zantiis" ของคุณไอ๋ที่ถนนตะนาว ถ้าวิ่งจากถนนราชดำเนิน เลี้ยวซ้ายตรงแยกคอกวัว ต้องรีบเปิดไฟเลี้ยวขวาเข้าซอยเล็ก ๆ ซอยแรกเลยนะครับ

บ้านยาหอม Zantiis เป็นร้านอาหาร-สปา-คาเฟ่ เรียกว่าเป็นโชว์รูมแบรนด์ต่าง ๆ ที่คุณไอ๋สร้างไว้ มารวมอยู่ด้วยกันในบ้านไม้สักดั้งเดิมอายุ ๑๐๐ ปี อันดับแรกผมขอพูดถึงเรื่องอาหารก่อน ผมถือว่าเป็นไฮไลต์ที่กินแล้วอยากกลับไปกินซ้ำจริง ๆ ครับ คุณไอ๋เล่าให้ผมฟังว่า เขาเองชอบคลุกคลีอยู่กับผู้หลักผู้ใหญ่ เวลาไม่สบายคุณปู่ก็ปรุงยาให้กิน หิวก็ไปหาย่าทำอาหารไทยโบราณให้กิน คุณไอ๋คุ้นเคยกับข้าวแช่ แสร้งว่า แกงรัญจวน พอจะทำร้านอาหารก็ไปเอาสูตรที่คุณย่าเคยทำไว้มาใส่ในเมนูของร้าน ครั้งแรกมีเพียง ๕-๖ เมนูเท่านั้น เปิดร้านเดือนกุมภาพันธ์เมื่อต้นปีได้ไม่นาน ก็ต้องปิดเพราะสถานการณ์โควิด ช่วงนั้นก็มีเวลาทบทวนและเตรียมร้านเพื่อเปิดใหม่ เมื่อร้านเปิดอีกครั้ง คราวนี้มีเมนูมากถึง ๓๐ เมนู เพราะได้เมนูสูตรต้นตำรับของคุณย่าและได้แม่ครัวชาวใต้ ได้รสชาติอาหารที่ถูกปากและที่สำคัญ แต่ละจานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพตามความตั้งใจแรกเพราะมีสมุนไพรไทยอยู่ในทุก ๆ จาน ผมขอทราบเมนูโปรดของคุณไอ๋ว่าชิมแล้วชอบเมนูไหนกันบ้าง



คุณไอ๋ชอบเมนู แกงเหลืองปลากะพง ผมได้ชิมแล้ว ใครลิ้นเทพ ชอบอาหารรสจัดถูกใจเมนูนี้แน่นอนครับ เพราะน้ำพริกแกงเหลืองตำสดใหม่ทุกวัน ใส่พริกขี้หนูสับลงไปไฟแทบลุก ตัดด้วยยอดมะพร้าวอ่อนกรุบกรับ น้ำแกงข้น ๆ กินกับปลากะพงมัน ๆ ลื่น ๆ อร่อยสุดยอดครับ

ต้มจิ๋วกระดูกอ่อน ก็เด็ด เป็นลูกผสมระหว่างต้มยำกับต้มแซ่บ ทั้งเผ็ดทั้งเปรี้ยว สูตรดั้งเดิมสมัย ร.๕ ต้องเป็นต้มเนื้อ แต่ปรับเป็นกระดูกหมูก็อร่อยไปอีกแบบครับ ความหวานเกิดจากการใส่มันฝรั่งลงไป ไม่ต้องใส่น้ำตาล ความเปรี้ยวเกิดจากส้มมะขามกับมะนาว ใส่โหระพา กะเพรา พริกขี้หนู คุณไอ๋เล่าว่าเวลาคนโบราณไม่สบาย ก็มักจะปรุงต้มจิ๋วให้คนป่วยกินนี่แหละ เพราะน้ำแกงเปรี้ยวเผ็ดร้อน ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

แกงคั่วปลากะพงใบชะพลู นี่คือเมนูโปรดที่สุดของผม รสชาติเผ็ดแต่กลมกล่อม แกงข้นนัว ๆ ตักปลากะพงชิ้นโต โปะใบชะพลู คลุกข้าวราดน้ำแกง...อร่อยที่สุดแล้วครับ อ้อ แล้วใบชะพลูเป็นสมุนไพรมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ รักษาโรคเบาหวาน ช่วยย่อยอาหารและระบบไหลเวียนโลหิต




พูดถึงแกงๆ ต้มๆ ไปเยอะแล้ว คุณไอ๋บอกว่าถ้าอยากเบรกความร้อนแรงให้สั่ง หมูฮ้อง อาหารท้องถิ่นของภูเก็ต เป็นหมูสามชั้นชิ้นหนานุ่มต้มซีอิ๊วใส่อบเชยหอมมาก ใช้น้ำตาลโตนด ข้อดีคือรสไม่หวานครับ ไข่เจียวห่อหมกทะเล หม่อมถนัดศรีมอบชื่อเมนูนี้ หน้าตาเก๋ดีนะครับ ต้องนึ่งก่อน แล้วค่อยนำมาทอดทีหลัง แถมไม่เผ็ดด้วย กินเล่นสบาย

นอกนั้นเป็นน้ำสมุนไพร ถ้าอยากลองแปลกๆ แนะนำ ชามะนาวเย็นต้มยำ จะมีทั้งความหวาน เปรี้ยว และเผ็ดปะแล่มลิ้นหน่อยครับ ผมกินขนมไทยตาม เพื่อดับเผ็ด กะทิของตะโก้แปลกดีครับ เนียนๆ แต่ไม่หวาน ปิดท้ายด้วยไอศกรีม ผมชอบรสชาไทย เนื้อเป็นเกล็ดน้ำแข็ง รสไม่หวานเลี่ยนครับ ถ้าจะสรุปให้คุณแม่ยายฟังคร่าว ๆ คือ อาหารที่นี่รสจัดจ้านถึงใจ (ระวังแกงเหลืองอย่างเดียว นอกนั้นผ่านฉลุยครับ) เป็นอาหารเน้นสุขภาพ เน้นปลา มีสมุนไพรในทุกจาน คุณแม่ยายและเพื่อน ๆ น่าจะชอบครับ



เมื่อใครอิ่มแล้ว แนะนำให้เดินย่อยอาหารชมบ้านหลังนี้ครับ ใครที่ชอบบ้านเก่า ของเก่า แต่มีการตกแต่งแบบจี๊ดๆ มีเรื่องราวที่มาน่าสนใจ ยิ่งถ้าได้เจอคุณไอ๋ซึ่งมาที่ร้านเป็นประจำ แวะเข้าไปคุยได้เลยครับ คุณไอ๋เป็นนักเล่าเรื่องชั้นยอด เริ่มจากต้นตระกูลของคุณไอ๋ผูกพันกับยาและเป็นคุณหมอส่งมารุ่นต่อรุ่น เริ่มจากปู่ทวดเป็นพ่อค้าขายสมุนไพรที่คลองโอ่งอ่าง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ พอสมัยคุณทวดบุญรอดเริ่มเป็นแพทย์แผนไทยโบราณในสมัยรัชกาลที่ ๕ เกิดปีม้า จึงทำ “ยาหอมตราม้า” ขึ้นมา รุ่นถัดมา คุณปู่ขุนทรงก็เป็นแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทย เป็นผู้ได้รับพระราชทานนามสกุล “บุณยะรัตเวช” ในสมัยรัชกาลที่ ๖ เพราะเป็นตระกูลที่เกี่ยวกับแพทย์มาตลอด (เวช) แถมบ้านหลังนี้ก็เป็นเรือนหอของคุณปู่และคุณย่า คุณพ่อของคุณไอ๋เกิดที่บ้านแห่งนี้ ที่นี่เป็นโรงงานทำยาในบริเวณบ้าน โต๊ะที่ผมนั่งกินข้าวเป็นบริเวณที่คุณปู่เคยตรวจคนไข้มาก่อน แต่รุ่นคุณพ่อคุณไอ๋เป็นวิศวกร และคุณไอ๋ (รุ่นที่ ๕ ของตระกูล) เรียนสถาปัตย์ เรียกว่าบ้านหลังนี้อยู่มายาวนานเป็น บ้านหมอยา ๕ แผ่นดิน



ความตั้งใจของคุณไอ๋ที่อยากจะทำบ้านนี้ให้เป็น บ้านแห่งความรื่นรมย์ที่สุขภาพดี (Home of Heathy Pleasure) มีเป้าหมายหลัก ๔ ข้อคือ

1. ต้องการต่อยอดภูมิปัญญาทางด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยของบรรพบุรุษจากประวัติของตระกูลที่ผ่านมา

2. การดูแลสุขภาพแบบไทยทำให้เป็นสากล เข้ากับคนยุคปัจจุบัน โดยสร้างแบรนด์ไทยให้สู้กับเมืองนอกได้ เพราะเรามีของดีอยู่แล้ว แต่ต้องเข้าถึงและซาบซึ้งกับมันจริง ๆ ไม่ว่าอาหารที่มีประโยชน์ การนวดแผนไทยที่ช่วยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

3. ใช้วิถีธรรมชาติทุกผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้นมาต้องไม่มีเคมีมาเจือปน ใช้ของดีจากธรรมชาติเท่านั้น NDol Natural ก็เป็นเครื่องหอมแบบไทย

4. สร้าง Common Living Space ไม่อยากเก็บบ้านไว้ดูคนเดียว อยากเปิดบ้านให้ทุกคนเข้ามาเยี่ยม มามีความสุขที่นี่

ผมได้ขึ้นไปดูชั้นสองของตัวบ้าน มีห้องอาหารใหญ่ สามารถใช้เป็น co-working space ปรับเป็นห้องประชุมได้ มีห้องนวดไทย (๔ เตียง) นวดเท้า (๒ เตียง) และนวดน้ำมัน (๓ เตียง) ข้างบนมีภาพถ่ายและเรื่องราวของต้นตระกูล ข้างล่างมีร้านกาแฟ มีน้ำพุเล็ก ๆ (คือตาน้ำในบ้านเก่า) ห้องแสดงสินค้ากระเป๋าและผ้าพันคอ แบรนด์ Bangkok Treasures มีตู้ผลิตภัณฑ์ Zantiis (แปลว่า สันติ) สุคนธะเป็นสมุนไพรบำบัดใช้สูดดมแก้เครียดและวิงเวียน เรียกว่าถ้าจะมาบ้านยาหอม ทุกท่านจะได้เปิดอายตนะรับทั้งรูป (เห็นบ้าน การตกแต่ง สิ่งของที่สวยงาม) รส (อาหารอร่อย) กลิ่น (จากยาหอม เครื่องหอม) เสียง (ดนตรีในบ้านและนักเปียโนทุกค่ำวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์) สัมผัส (ทางกายคือการนวดและทางใจคือความรื่นรมย์) มาที่นี่ครบและจบในที่เดียวที่บ้านยาหอม…ไม่เชื่อ ลองดูหน้าคุณไอ๋-ดลชัย ได้เลยครับว่าถ้าดูแลตัวเองดี แล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร หน้าคุณไอ๋เหมือนเดิมเป๊ะ ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยครับ
............................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 50