อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

76 วัน

76 Days หรือ 76 วัน ภาพยนตร์สารคดีซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงในเมืองอู่ฮั่นของจีน "กราวด์ซีโร่" ของโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนสายพันธุ์ใหม่ ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 07.00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา มีคนอเมริกันไม่มากนักหรอกที่รู้จักการเว้นระยะห่างทางสังคม เพราะปรากฏการณ์จากโรคชื่อแปลกว่าโคโรนาไวรัส แต่ช่วงนั้นมีคนทำหนังชาวจีน 2 คนสวมชุดป้องกันอย่างดีและฝังตัวอยู่แต่ในโรงพยาบาลที่เมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะพวกเขาต้องถ่ายทำภาพยนตร์จับเหตุการณ์อันน่าตกใจ ที่เห็นผู้คนแทบจะพังประตูโรงพยาบาลเข้าไป เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทางการแพทย์ล้มลงเพราะหมดแรง ญาติ ๆ พากันร้องไห้คร่ำครวญเพื่อขอให้ได้ร่ำลากับผู้วายชนม์ แต่ก็ถูกปฏิเสธ
 
นี่คือภาพที่ผ่านการตัดต่อแล้วโดยผู้กำกับ ฮัว อู๋ ซึ่งอยู่ที่นิวยอร์ก ในสังกัดสาธารณรัฐประชาชนแห่งความปรารถนา แล้วก็เพิ่งฉายรอบปฐมทัศน์ไปในเทศกาลภาพยนตร์โตรอนโตในชื่อเรื่องว่า 76 Days หรือ 76 วัน โดยตั้งชื่อตามระยะเวลาที่ต้องถูกล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดในเมืองอู่ฮั่นของจีน และจะเป็นภาพยนตร์สารคดีสำคัญเรื่องแรกที่ถ่ายทำจากสถานที่จริงสู่โรงภาพยนตร์

รูปแบบการถ่ายทำอาจดูเหมือนคนกลัวที่แคบ แต่ก็ถ่ายจากสถานที่จริง ไม่มีเสียงสั่งหรือกำกับกล้อง แต่อาศัยความคุ้นเคยใกล้ชิดจึงได้ภาพคุณหมอ และคนไข้ผสมผสานกันในภาพเป็นจริงที่น่ากลัว


 
ผู้กำกับอู๋บอกว่าได้ติดต่อกับคนถ่ายทำ 2 คน แต่หนึ่งในนั้นขอปกปิดชื่อเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง หลังทราบว่าทางการจีนสั่งล็อกดาวน์ปิดเมืองตั้งแต่แรกเลย ทั้งที่กำลังอยู่ในช่วงไปเยี่ยมญาติในเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คนถ่ายทำ 2 คนส่งกลับมาให้ผู้กำกับอู๋เปิดเผยถึงความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการแพร่ระบาด

พวกเขาสามารถเข้าไปถึงบางพื้นที่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ถือเป็นประสบการณ์น่ากลัวสำหรับการถ่ายทำของคนถ่าย 2 คนนี้ โดยอีกคนชื่อเหวยซี เฉินบอกว่า แทบจะเอาเบ้าตาหลุดออกจากกรอบของกล้องถ่ายไม่ได้เลย เพราะอาจจะไม่ได้โอกาสกลับมาถ่ายอีกก็ได้ หากติดเชื้อไวรัสเข้าไป
 
ผู้กำกับอู๋บอกอีกว่า เขามีแรงบันดาลใจให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะปู่ของเขาก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลังการแพร่ระบาด ส่วนหนึ่งนั้นเพราะหาโรงพยาบาลไม่ได้ เนื่องจากบุคลากรทั้งหมดต้องทุ่มให้กับการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด ตอนแรกเขาก็ไม่พอใจรัฐบาลจีน และต้องการหาความจริงว่าใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และอะไรคือสาเหตุ
 
แม้รัฐบาลปักกิ่งจะควบคุมเข้มงวดเรื่องข้อมูลข่าวสาร แต่ก็ยังสามารถหาหรือเข้าถึงได้ในบางโอกาสในเมืองจีน ต่างกับที่นิวยอร์ก การเข้าไปถ่ายในโรงพยาบาลยังยากกว่าเพราะข้อห้ามมากมาย ทั้งเรื่องสิทธิส่วนบุคคลและข้อกฎหมาย แต่ที่โรงพยาบาลเมืองอู่ฮั่นตอนนั้นขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันอย่างมาก จึงยินดีให้ถ่ายทำเพื่อจะได้รับบริจาคและมีอาสาสมัครเข้ามาช่วยเพิ่มขึ้น
 
ภาพยนตร์เรื่องนี้หลีกเลี่ยงเรื่องการเมืองและข้อควรตำหนิแต่จะเน้นไปที่เรื่องโศกนาฏกรรมของคน ความกล้าหาญ ความหวังและสิ้นหวัง ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์จับมือคนไข้ที่ต้องถูกตัดขาดจากญาติ และคนดูแทบจะไม่เห็นความแตกต่างของบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในชุดป้องกันสีขาว มีแต่ลายมือยึกยือเขียนไว้บนชุดว่าเป็นใครชื่ออะไรเท่านั้น และยังไม่แน่ใจว่าจะได้ฉายในประเทศจีนหรือไม่ แต่ขณะนี้คนจีนภาคภูมิใจมากที่ประเทศของเขาสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว แต่มันก็มีบาดแผลชอกช้ำ.

---------------------------------------------
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34