อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563

เพราะความไม่รู้จึงตกเป็นทาส..

ความไม่รู้เป็นรากเหง้าของปัญหานานาประการ การแสดงออกทางกายและวาจาของผู้ที่มีความเห็นผิดจึงเป็นโทษแก่ตนเองและผู้อื่น หากกระทำผิดมีผลกระทบต่อผู้อื่นซึ่งอยู่ในวงจำกัดก็พอทำเนา​ แต่ถ้าหากกระทำผิดต่อสังคมในวงกว้างนับเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรง พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.


ความไม่รู้เป็นรากเหง้าของปัญหานานาประการซึ่งเป็นเหตุก่อให้เกิดความเห็นผิด การแสดงออกทางกายและวาจาของผู้ที่มีความเห็นผิดจึงเป็นโทษแก่ตนเองและผู้อื่น หากกระทำผิดเฉพาะตนก็ไม่สู้กระไรนัก​ หากกระทำผิดมีผลกระทบต่อผู้อื่นซึ่งอยู่ในวงจำกัดก็พอทำเนา​ แต่ถ้าหากกระทำผิดต่อสังคมในวงกว้างนับเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรง ฉะนั้นการขจัดความไม่รู้ของผู้คนทั่วไปในสังคมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการดำเนินชีวิตทั้งในสถานภาพ บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล​ต่อส่วนรวม

การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขจัดความไม่รู้ของคนในชาติ ซึ่งการศึกษามีหลากหลายรูปแบบและลักษณะการเรียนรู้ ได้แก่ ระบบการเรียน​การ​สอน​ในสถานศึกษาตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา นอกจากนี้แล้วยังมีการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย​ รวมถึงการศึกษาตลอดชีวิต บันไดขั้นแรกของการศึกษาต้องอ่านหนังสือออก เข้าใจความหมายของคำ มีทักษะในการจับใจความที่อ่าน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีวิธีคิดอย่างเป็นเหตุและเป็นผลสามารถพิจารณาถึงความถูกผิด แยกแยะความผิดชอบชั่วดีได้ว่าอะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษ​

ขึ้นชื่อว่า​ “ทาส” แล้ว​คงไม่มีใครคิดอยากจะเป็นกัน เพราะต้องสูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และขาดอิสรภาพในการดำเนินชีวิตแต่แท้ที่จริงแล้วมีผู้คนจำนวนไม่น้อยตกเป็นทาสในสิ่งต่างๆอย่างไม่รู้ตัว อาทิ ทาสบุหรี่ ทาสสุรา ​และทาสยาเสพติด​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาสสุรา และทาสยาเสพติด​​มีผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างร้ายแรง การตกเป็นทาสในสิ่งที่กล่าวถึงนี้เกิดจากความไม่รู้​ว่ามีพิษภัยที่บั่นทอนชีวิตให้สั้นลงซึ่งต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในระหว่างที่ยังไม่ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเป็นไปด้วยความทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วย เมื่อเสียชีวิตแล้วก็นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจแก่คนในครอบครัวและญาติมิตร



ผู้ที่ตกเป็นทาสการพนันเป็นผู้ที่สูญเสียความน่าเชื่อถือและขาดความไว้วางใจจากผู้คนทั้งหลาย การทุจริตคอร์รัปชั่นและการก่อคดีอาชญากรรมต่าง ๆ เกิดจากผู้ที่ตกเป็นทาสการพนันที่ต้องการแสวงหาเงินทองโดยมิชอบ เพื่อนำไปเล่นการพนันแก้มืออีกหรือนำไปใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ที่ข่มขู่คุกคามหมายเอาชีวิต ปัจจุบันผู้ติดการพนันมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากมายในทุกเพศ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพ นักพนันหน้าใหม่ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนกำลังทวีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ การเล่นพนันผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย นับเป็นเรื่องที่น่ากังวลและห่วงใยยิ่ง เพราะเด็กและเยาวชนเป็นอนาคตของชาติและกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า

ทาสสื่อสังคมออนไลน์(social media) เป็นปัญหาใหญ่ร้ายแรงอีกปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและความมั่นคง เนื่องจากความเชื่อง่ายซึ่งเป็นจุดอ่อนของสังคมไทย จึงทำให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวงและต้มตุ๋นในการซื้อสินค้า เป็นสมาชิกแชร์ลูกโซ่ การลงทุนธุรกิจเพื่อเก็งกำไร ฯลฯ การติดเกม การหมกมุ่นกับการสื่อสารในแพลตฟอร์มต่างๆ การเล่นพนัน ประการสำคัญคือการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือนเป็นภัยต่อความสงบสุขของสังคม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือมีเจตนาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในสังคม

สถิติและพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์จากรายงานของ Global Digital Overview 2020 โดย WeAreSocial x Hootsuite เกี่ยวกับผู้ใช้อินเทอร์​เน็ตในประเทศต่างๆ​ทั่วโลก ปรากฏว่าคนไทยใช้สื่อสังคมออนไลน์มากถึงร้อยละ​ 75 ของจำนวนประชากร มากกว่าร้อยละ​ 26 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประชากรโลกซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 49 โดยใช้เวลาอยู่บนสื่อสังคมออนไลน์ 2 ชั่วโมง 55 นาทีต่อวัน มากกว่า​ 31 นาทีเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 2 ชั่วโมง 24 นาที​ ในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ใช้งาน Facebook มากเป็นอันดับ 8 ของโลก มีจำนวน 47 ล้านบัญชี การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยมีการใช้แพลตฟอร์ม​ Facebook​ มากที่สุด รองลงมาคือ YouTube, WhatsApp, Facebook, Messenger, WeChat, Instagram และ TikTok ตามลำดับ สื่อสังคมออนไลน์​มีทั้งคุณอนันต์​และโทษมหันต์เป็นดาบ​ 2 คม​น่าเสียดายที่การใช้สื่อสังคมออนไลน์​ของคนไทยไม่ได้ใช้ในทางที่เกิดประโยชน์​อย่างที่ควรจะเป็น​แต่กลับใช้ในทางที่เสื่อมเสียและเป็นโทษแก่ตนเองและส่วนรวม



“สู้เป็นไทถอยเป็นทาส” เป็นคำประดิดประดอยขึ้นมาเพื่อใช้เป็นวาทกรรมของผู้ที่มีแนวความคิดการเมืองสุดโต่งสะท้อนให้เห็นถึงอกุศลจิตและอกุศลเจตนาซึ่งมีวาระซ่อนเร้นคิดการณ์ใหญ่เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองประเทศที่ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชาติไทยมาเป็นเวลากว่า 700 ปี คนในชาติจึงควรตระหนักรู้ถึงความคิดที่มุ่งร้ายของกลุ่มคนที่มีแนวความคิดการเมืองสุดโต่ง โดยไม่คำนึงถึงความเจริญผาสุกของประชาชนและความเจริญมั่นคงของประเทศชาติ หากมีลูกให้สอนลูก หากมีหลานให้สอนหลาน หากมีลูกศิษย์ให้สอนลูกศิษย์ อย่าได้ตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือของแนวความที่คิดชั่วร้ายดังที่มีความพยายามสร้างความปั่นป่วนและความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้

สรรพสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา การเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่คนในชาติล้วนปรารถนากันทั้งสิ้น แต่การเปลี่ยนแปลงที่มุ่งการทำลายล้างเพื่อประโยชน์เฉพาะตนและพวกพ้องเป็นสิ่งที่ ไม่มีใครต้องการ

การตกเป็นทาสความเห็นผิดของผู้คนที่พลาดพลั้งมาแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการศึกษาพระธรรมซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า น้อมนำมาพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผล มีการเจริญสติและเจริญปัญญาให้งอกงามขึ้นในจิตใจตน เพื่อจะได้มีความเห็นถูก มีการขัดเกลากิเลส มีความละอายชั่วกลัวบาป จะได้ไม่ตกเป็นทาสของความไม่รู้อีกต่อไป

-----------------------------------
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    91%
  • ไม่เห็นด้วย
    9%

บอกต่อ : 151