อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563

จริงใจแก้รธน.ยุติม็อบถาวร

เมื่อม็อบทำท่าจะโตไม่ยอมหยุด ฝ่ายผู้มีอำนาจ ต้องเร่งตัดรากถอนโคน โดยรูปแบบต่างๆ  รวมทั้งการใช้กฎหมายเล่นงานกับบรรดาแกนนำเยาวชนหลังการชุมนุมใหญ่ที่เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ผ่านมา โดยเฉพาะความผิดตามพ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะ ที่ไม่แจ้งจัดการชุมนุม  รวมมั้งยังมีประชาชนฝ่ายตรงข้ามใช้ยาแรง แจ้งความเอาผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.


การเจริญเติบโตของม็อบ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เริ่มปรากฏภาพชัดทุกวัน  หลังจากเกิดความไม่พอใจรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พวกเขามองว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจมาตั้งแต่ปี 2557 

ส่งผลให้ม็อบได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เริ่มตั้งแต่ม็อบหน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย  กลายเป็นม็อบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และขยายเป็นม็อบใหญ่กลางสนามหลวง และขยายกลุ่มก้อนปิดหน้ารัฐสภา เสาหลักหนึ่งในสาม ของสถาบันการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในวันที่ 24ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสังเกตการณ์และกดดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60  



เมื่อม็อบทำท่าจะโตไม่ยอมหยุด ฝ่ายผู้มีอำนาจ ต้องเร่งตัดรากถอนโคน โดยรูปแบบต่างๆ  รวมทั้งการใช้กฎหมายเล่นงานกับบรรดาแกนนำเยาวชนหลังการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งจะดำเนินคดีทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะความผิดตามพ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะ ที่ไม่แจ้งจัดการชุมนุม  รวมมั้งยังมีประชาชนฝ่ายตรงข้ามใช้ยาแรง แจ้งความเอาผิดกฎหมายอาญามาตรา 112

รวมถึงดาราชื่อดังก็ยังถูกร้องให้ดำเนินคดี  เพราะถูกมองว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยง เป็นกองเสบียงให้แก่ม็อบ  ซึ่งข้อกฎหมายจะเป็นบ่วงรั้งขาแกนนำและข่มขวัญให้ผู้ที่คิดจะขึ้นมาสืบทอดเจตนารมณ์ให้ต้องกังวลหากคิดดำเนินการต่อ



ในขณะที่อีกมุมหนึ่ง กลุ่มคนที่ต้องการชิงกระแส โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายหนุนและฝ่ายต้าน ต่างหวังหยิบฉวยสถานการณ์เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง ตัวอย่าง ฝ่ายหนุนม็อบนักศึกษา เช่น พรรคก้าวไกลก็นำข้อเรียกร้องของม็อบบางส่วนไปเรียกร้องในรัฐสภา อาทิ ปิดสวิตท์ ส.ว.  นายกฯต้องมาจาก ส.ส.  และไม่เอาผลพ่วงจากคณะรัฐประหาร   เพื่อรักษากระแสของมวลชนรุ่นใหม่นอกสภาเอาไว้ 

ขณะที่ฝ่ายต้านม็อบ ก็ออกมาตอบโต้ อย่างสุดตัว ที่นอกจากนักการเมืองที่ยืนฝั่งรัฐบาลแล้ว ยังมีบรรดาแฟนคลับหนุนหลัง อย่างล่าสุดในกรณี เจ้าของโรงแรม  ศรีพันวา จ.ภูเก็ต ที่มีการโพสต์ต่อว่าแกนนำม็อบ จนทำให้เกิดเรื่องราวบานปลาย นำไปสู่การติดแฮชแทกแบนศรีพันวา รุกลามไปสู่การขุดคุ้ยไปถึงหุ้นส่วน และผู้ที่เกี่ยวข้อง



ซึ่งหวยครั้งนี้ก็ไปออกที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่พบว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ งานนี้แม้ “สุชาติ ชมกลิ่น”  รมว.แรงงาน  รวมถึงโฆษกสปส. จะออกมาแจง  ก็เหมือนจะไม่ช่วยอะไร นอกจากกลายเป็นตอบโต้ทางการเมือที่แต่ละฝ่ายเลือกข้างอย่างชัดเจนไปแล้ว  

 นอกจากนี้ฝ่ายค้านได้ที ถือโอกาสรุมกินโต๊ะ ออกมารับลูกตรวจสอบปมร้อนที่เกิดขึ้น และมองว่าฝ่ายค้านจะขยายผลจนถึงที่สุด  เพื่อเป็นการสร้างแผลแผลให้รัฐบาล ซ้ำเติมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ยังไม่มีทีท่าจะกระเตื้องขึ้นมา หลังเจอวิกฤตโควิด-19



เพื่อรอจังหวะเช็คบิลรัฐบาลอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์ต่างๆ สุกงอม โดยเฉพาะข้อเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สุดท้ายแล้วจะมีการยกเครื่องให้เป็นประชาธิปไตย และประชาชนยอมรับไหรือไม่ 

ท้ายที่สุด ต้องจับตาดูว่า ถ้าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเพียงการซื้อเวลาให้รัฐบาลครองอำนาจต่อไป  ก็ไม่แน่ว่าม็อบที่มองว่าพลาดพลั้งหลังเดินเกมผิดเมื่อวันที่ 19 ก.ย.  ก็อาจจะได้หัวเชื้อใหม่ได้ฟื้นคืนชีพ กลับมารุกไล่รัฐบาลอีกรอบในเดือนต.ค. ที่เป็นเดือนประวัติศาสตร์ทางการเมืองก็เป็นได้.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 23