อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563

ลอบค้า "ม้าลาย" ข้ามชาติ แนะภาครัฐลุยเอาผิด (4)

ขบวนการค้าม้าลายข้ามชาติ น่าจะศึกษาข้อมูลในไทยมาพอสมควร หรืออาจจะมีเจ้าหน้าที่บางกลุ่มให้ข้อมูลถึงทำให้มายื่นการจัดตั้งสวนสัตว์ เพื่อเอามารองรับสัตว์ป่าต่าง ๆ จากทวีปแอฟริกา ประเดิมจากขนม้าลายบิ๊กลอตมาพักเอาไว้ ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.


หลังจากรายงานพิเศษ 1/4 Special Report ได้นำเสนอเรื่องราวปมปริศนา 'กาฬโรคม้า' เหตุเกิดมาตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.63 จนมาถึงเดือน ก.ย. ทำให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล 'ต้นตอ' ของการแพร่ระบาดของกาฬโรคม้าว่า มาจาก ม้าลาย ที่เลี้ยงอยู่ในสวนสัตว์หรือฟาร์มแห่งใด

แม้กระทั่งเดือน มิ.ย. กลุ่มผู้เลี้ยงม้า ทั้งใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และเครือข่ายทั่วประเทศ รวมตัวไปยื่นหนังสือให้ตรวจสอบการสั่งนำเข้าม้าลายจากทวีปแอฟริกาจำนวนมากมาในประเทศไทย โดยจัดตั้งสวนสัตว์บังหน้า นำม้าลายมาพักเอาไว้ในไทย ก่อนจะส่งต่อไปประเทศจีน แต่เรื่องก็ยังเงียบหายไป !




ขั้นตอนนำเข้าสัตว์จากต่างแดน

ทีมข่าว 1/4 Special Report พยายามติดต่อกับหน่วยงานเกี่ยวข้องแล้ว แต่ช่วงนี้คาดว่ายังวุ่น ๆ อยู่กับการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี ปลายเดือน ก.ย. จึงยังไม่มีหน่วยงานใดให้ข้อมูลเป็นทางการ จึงต้องถือโอกาสไปพูดคุยกับแหล่งข่าว เปิดเผยถึงเรื่องการนำเข้าสัตว์ป่าจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะ “ม้าลาย” ในรอบ 2-3 ปี ที่ผ่านมา ตามข้อมูลเมื่อเดือน มิ.ย. 63 ม้าลายในประเทศไทยมีอยู่ใน 17 จังหวัด จำนวน 746 ตัว (จ.ฉะเชิงเทรา มากสุด, รองลงมาคือ กรุงเทพมหานคร) ส่วนใหญ่จะกระจายอยู่ตามสวนสัตว์ต่าง ๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน จะเห็นได้ว่า ก่อนจะเกิดเรื่องการระบาดของกาฬโรคม้า มีการนำเข้าม้าลายจากทวีปแอฟริกา มายังประเทศไทย โดยเฉพาะในรอบ 2 ปีที่ผ่านมามากจนผิดสังเกต

สำหรับรายละเอียดขั้นตอนการนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศ ภายใต้กำหนดตาม พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบไปด้วย 1.ประเทศผู้ส่งออกแจ้งขอเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์มายังประเทศไทย 2.จัดส่งแบบสอบถามให้ประเทศคู่ค้า 3.คณะกรรมการประเมินความเสี่ยงความปลอดภัย พิจารณาแบบสอบถามตามที่รัฐบาลผู้ส่งออกให้ข้อมูล 4.จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจประเมินแหล่งผลิตเพื่อประเมินระบบการควบคุมโรค 5.ผู้ตรวจประเมินรวบรวมข้อมูลเสนอคณะกรรมการฯ 6.คณะกรรมการฯ พิจารณาข้อมูลและร่างเงื่อนไขการนาเข้า 7.พิจารณาร่างใบรับรองสุขภาพสัตว์ (AnimalHealth Certificate) จากรัฐบาลประเทศผู้ส่งออก 8.รัฐบาลประเทศผู้ส่งออกจัดส่งตัวอย่างลายเซ็นร่างรูปแบบใบรับรองสุขภาพสัตว์ พร้อมตราประทับ และ 9.รับรองให้ส่งออกสินค้ามายังประเทศไทย

โดยก่อนการนำเข้า 1.ผู้ประสงค์ขอนำเข้า แจ้งความประสงค์ขอนำเข้าสัตว์ โดยขอผ่านระบบ e-movement และ 2.ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้า ตรวจสอบภาวะโรคระบาดสัตว์ของประเทศต้นทางตามรายงานของ องค์การสุขภาพสัตว์โรค (OIE) หากประเทศต้นทางไม่มีการระบาดของโรคที่กำหนดในเงื่อนไขการนำเข้า ด่านฯ ออกใบแจ้งอนุญาตนำเข้า (Import notification)พร้อมแนบเงื่อนไขการนำเข้า เงื่อนไขการนำเข้า ประเทศผู้ส่งออกต้องปลอดจากโรคระบาดสัตว์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด กักกันสัตว์ 30 วันก่อนการส่งออก ในระหว่างการกักสัตว์ต้องตรวจโรคระบาดสัตว์ตามเงื่อนไขการนำเข้า แต่กรณีประเทศต้นทางมีการระบาดของโรคระบาดสัตว์ที่สำคัญ หรือ มีประกาศชะลอการนำเข้าสัตว์ ด่านกักกันสัตว์จะไม่อนุญาตให้นำเข้า




อาศัยช่องโหว่นำเข้า“ม้าลาย”


หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนตรวจสอบเอกสารแล้ว มาตรการหลังการนำเข้า ประกอบด้วย 1.ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้า ออกบันทึกสั่งกักสัตว์/ซากสัตว์ เก็บตัวอย่างส่งตรวจห้องปฏิบัติการ 2.สั่งกักสัตว์เพื่อดูอาการ 30 วัน รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ 3.หากครบกำหนดกักสัตว์มีสุขภาพดี และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นลบ ด่านฯ ถอนบันทึกสั่งกัก และ4.หากในระหว่างการกักสัตว์มีอาการผิดปกติ หรือผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นบวก ให้ด่านฯ ดำเนินการตามกฎหมาย เช่น ทำลาย หรือดำเนินการอื่น ๆ ตามที่สัตวแพทย์เห็นสมควร

แต่ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ “กาฬโรคม้า” สังคมก็คงไม่มีใครรับรู้มีช่องโหว่กฎหมาย เนื่องจากก่อนวันที่ 8 เมษายน 2563 “ม้าลาย” ไม่ได้เป็นสัตว์ที่ กำหนดตาม พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดสัตว์ชนิดอื่นตามพระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการควบคุมนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักร รวมถึงการกักสัตว์ ตรวจโรคหลังการนำเข้า และการควบคุมเคลื่อนย้าย ม้าลาย ก่อนหน้านี้ จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้สั่งนำเข้าม้าลายเข้ามาเป็นจำนวนมาก

หากดูข้อมูลย้อนหลังไปช่วงต้นปี 2563 ถึงขั้นมีการประกาศ ขาย ม้าลาย ในเฟซบุ๊กแบบโจ่งครึ่ม โฆษณาราวกับขายสินค้าออนไลน์ธรรมดา ๆ ทั่วไป อาทิ โพสต์ภาพม้าลายและข้อความว่า “วันนี้มาฟาร์มม้าลายที่เขาหินซ้อน สุขภาพดีมาก ปรับตัวได้แล้ว ตกลูกมาใหม่ 6 ตัว ฟังดูเหมือนเป็นกำไรเนอะ ตั้งแต่นำเข้ามา จนถึงตอนนี้ กว่าม้าจะปรับตัวได้ ฉีดวัคซีนและรักษาโรคจนหาย ตายไปแค่ 76 ตัว จาก 375 ตัว เคลมคืนจากแอฟริกาได้ 34 ตัว เตรียมส่งออกไปขายให้สวนสัตว์ในประเทศจีน ใครอยากได้ไว้เลี้ยงเก๋ ๆ ราคาตัวละ 7 แสน มีประวัติวัคซีน และสายพันธุ์พร้อม ไม่ใช่ม้าลายเถื่อนกะโหลกกะลานะค้าบบบ ส่วนยีราฟลอตต่อไป ตัวละ 2.5 ล้าน นกเพนกวินจากประเทศคองโก ตัวละ 6 แสน เฮียบอกค่าเครื่องบินแพงต้องลำใหญ่ เพราะยีราฟคอมันยาว”

อย่างไรก็ดีหลังจากเกิดการระบาดของกาฬโรคม้า เริ่มจาก ใน อ.ปากช่อง พบว่าต้นตอมาจากม้าลาย ทำให้วันที่ 8 เม.ย. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จึงได้ลงนามออกประกาศกฎกระทรวงเกษตรฯ กำหนดให้ “ม้าลาย” เป็นสัตว์ชนิดอื่นตามมาตรา34(4)ตาม พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 หากมีผู้ประสงค์จะนำเข้าม้าลาย เข้ามายังราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขตามประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง การขออนุญาต การออกใบอนุญาต วิธีการนำเข้า ส่งออก หรือนำ ผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2558 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ ทำให้กรมปศุสัตว์ มีอำนาจในการตรวจสอบการนำเข้า นำผ่าน ส่งออกทุกขั้นตอนอย่างละเอียดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์




จี้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง

ขณะเดียวกัน ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก็ได้ออกประกาศเข้มงวดในการอนุญาตการนำเข้าส่งออกสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่า ตามที่อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) กำหนดไว้ สำหรับยีราฟและม้าลาย ยังคงไม่พิจารณาให้นำเข้ามาในประเทศเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ วันที่ 9 เม.ย. 63 ยังได้ลงพื้นที่ลุยตรวจสอบข้อมูลการนำเข้า ม้าลายบิ๊กลอต โดยเฉพาะของ บริษัท เรย์ลินกา จำกัด ที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสวนสัตว์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2561 ช่วงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีการนำม้าลาย เข้ามายังประเทศไทยจำนวน 2 ครั้ง รวม 312 ตัว ถูกขายไปแล้วจำนวน 90 ตัว โดยอ้างว่าขายต่อไปยังสวนสัตว์ในประเทศจีน และตอนนี้เหลืออยู่เพียง 222 ตัว โดยขออนุญาตจัดตั้งในชื่อ “สวนสัตว์เรย์ลินกา” ในพื้นที่ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้บริหาร 2 คน เป็นชาวจีน และเมียนมา แต่สภาพข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ลงไปตรวจสอบ สภาพกับเหมือนสถานที่พักสัตว์ หรือที่กักกันสัตว์มากกว่า มีเจตนาแฝงเป็นอย่างอื่นผิดวัตถุประสงค์ ที่สำคัญยังพบข้อมูลหลักฐานชัดเจนการส่งม้าลายต่อไปยังประเทศจีน




มีการตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มขบวนการค้าม้าลายข้ามชาติ น่าจะศึกษาข้อมูลในประเทศไทยมาพอสมควร หรืออาจจะมีเจ้าหน้าที่บางกลุ่มให้ข้อมูลถึงเรื่องการขอ จัดตั้งสวนสัตว์ เพื่อเอามารองรับสัตว์ป่า ต่าง ๆ จากทวีปแอฟริกา ประเดิมจากขน ม้าลายบิ๊กลอต มาพักเอาไว้ ที่เลือกเอา ม้าลาย มาจำนวนมากเพราะรู้ข้อมูล (ก่อนหน้า เม.ย.63) ยังไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ การนำเข้าจึงไม่ได้ยุ่งยากสลับซับซ้อน ช่วงปี 61-ต้นปี 63 จึงลำเลียงม้าลายจากทวีปแอฟริกา ผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิกันแบบง่ายดาย

หากไม่มี “กาฬโรคม้า” ระบาดในไทย เรื่องนี้ก็คงไม่ถูกตีแผ่ให้เห็นในสังคม ส่วนจะมีหน่วยงานไหนบ้าง? ที่เข้าไปเอี่ยวกับขบวนการค้าม้าลาย ก็ต้องไล่ตรวจสอบย้อนหลัง เร่งสะสางปัญหาที่อยู่ใต้พรม พร้อมดำเนินการเช็กบิลตามขั้นตอนต่อไป ก่อนที่ไทยแลนด์จะกลายเป็นดินแดนสวรรค์ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%