อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

จับสัญญาณ 'ตุลาฯเดือด'ลากเกม-ยื้อแก้รธน.

บทสรุปของการชุมนุมของม็อบใหญ่ นอกจากส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยใน 2 รูปแบบ คือ ทำให้เกิดรัฐประหาร 2 ครั้งและสลายการชุมนุมมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น.

ช่วงปลายเดือน ก.ย. บรรยากาศอุณหภูมิการเมืองในประเทศไทย กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! ไล่ตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 19 ก.ย. 63 หลังจากมีกลุ่ม ’แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม“ พามวลชนทั้ง แนวร่วมนักศึกษา นักเรียน เยาวชน ประชาชน และยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาจากหลายจังหวัด เข้าไปภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ชูธงเรียกร้องปฏิรูปประชาธิปไตย ก่อนจะขยายวงออกจาก ม.ธรรมศาสตร์ มาปักหลักที่ท้องสนามหลวง พร้อมค้างคืน และยังร่วมกัน ’ปักหมุดคณะราษฎร“ หมุดที่ 2 บนพื้นสนามหลวง

โดยการชุมนุมยืดเยื้อถึงช่วงสาย ๆ วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. แกนนำหลัก ๆ ที่ขึ้นเวที ประกอบไปด้วย นายอานนท์ นำภา หรือ ทนายอานนท์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง
ถือเป็นการชุมนุมใหญ่ครั้งแรกในรอบ 6 ปี ตั้งแต่มีการรัฐประหาร ปี พ.ศ. 2557!!


ก่อนจะสสายตัวมีการยื่นเรียกร้องหลากหลายข้อ ให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในประเทศไทย ไล่ตั้งแต่ การยุบสภา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, หยุดคุกคามประชาชน ฯลฯ นอกจากนี้แกนนำยังเรียกร้องให้หยุดงานและหยุดเรียนทั่วประเทศในวันที่ 14 ต.ค. พร้อมยังนัดให้ไปร่วมชุมนุมที่รัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย เพื่อติดตามการอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ย.





สุมไฟม็อบชุมนุมใหญ่

จากการกลับมาของม็อบที่ออกมาต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ตามมาด้วย เหตุการณ์เย็นวันที่ 24 ก.ย. ม็อบยังโผล่มาปักหลักชุมนุม บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ถนนสามเสน แยกเกียกกาย มีทั้งกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่มประชาชนปลดแอก เฝ้าติดตามการประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อพิจารณาตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

แต่ผลสุดท้าย วิปรัฐบาล และ ส.ว. ไม่โหวตลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แถมเล่นเกมยื้อเวลา ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)เพื่อศึกษาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ ด้วยเสียง 432 ต่อ 255 แต่ฝ่ายค้านถอนตัวไม่ร่วมด้วย เลยทำให้บรรดาม็อบที่ปักหลักรอหน้าอาคารรัฐสภา ต่างไม่พอใจจนถึงขั้นปิดทางเข้า-ออกรัฐสภา

ภาพบรรยากาศเก่า ๆ ของการโห่ไล่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว. พร้อมปิดล้อมดักหน้าและหลังอาคารรัฐสภาใหม่ ซึ่งด้านหลังเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ก็มีเรือหางยางของกลุ่มผู้ชุมนุมไปดักรอ จน ส.ว. และ ส.ส. บางกลุ่ม ต้องหลบนั่งรถออกมาแบบทุลักทุเล ซึ่งภาพนี้ก็คุ้น ๆ ในเหตุการณ์สมัยม็อบบุกไปปิดล้อมอาคารรัฐสภา เม.ย. 53 สมัยของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ยังดีเหตุการณ์ค่ำวันที่ 24 ก.ย. ไม่มีอะไรรุนแรง!! โดยมีกลุ่มส.ส. พรรคฝ่ายค้านบางส่วน เดินออกไปพบปะพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากนี้บรรดา ส.ส. ฝ่ายค้านบางคน ยังได้ไขกระจกรถยนต์ พร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ตอนนั่งรถทยอยออกมาจากรัฐสภา จึงช่วยลดบรรยากาศความตึงเครียดลงไปได้เยอะ




ก่อนแกนนำที่ปิดล้อมรัฐสภายุติการชุมนุมในช่วงเวลาประมาณ 21.45 น. วันที่ 24 ก.ย. ยืนยันจะจัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่ในเดือน ต.ค.นี้ พร้อมกลับมาที่ถนนราชดำเนินและรัฐสภาอีกแน่นอน!

เรียกว่า ณ เวลานี้ ปัญหาม็อบส่อแววจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปอีกเรื่องอย่างแน่นอน จะบอกว่า “จุดไม่ติด” ก็คงจะไม่ใช่อย่างที่คิดแล้ว! ในเมื่อเหตุการณ์วันที่ 19-20 ก.ย. และ วันที่ 24 ก.ย. ก็เป็นเค้าลางให้เห็นได้อย่างดี และยิ่ง มาเปิดเกมยื้อจะลากยาวการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป ทำให้ทั้ง กลุ่มม็อบ รวมไปถึง ฝ่ายค้าน มองว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นับแต่นี้ไปถึงเดือน ต.ค. ที่แกนนำม็อบประกาศนัดชุมนุมใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลมองข้ามไม่ได้แล้ว! ในเมื่อมีการราดน้ำมันเรื่องเกมยื้อแก้ไขรัฐธรรมนูญลงไปในกองไฟ จึงเป็นการช่วยเติมเชื้อไฟชนิดพิเศษให้ม็อบไปโดยปริยาย ที่สำคัญหลายครั้งเมื่อใช้เสียงในสภาไม่ได้ ทางออกก็คือการลงถนนมาผสมโรงกับม็อบ

อนาคตสถานการณ์เดือน ต.ค. ข้างหน้าจะเป็นเช่นไรนั้นไม่มีใครตอบได้! ยังต้องจับตากันแบบไม่กะพริบ เรียกว่าหากรัฐบาลประมาท เดินหมากผิดไปครั้งเดียว อาจล้มทั้งกระดานได้เช่นกัน ถ้าย้อนกลับไปดูบทเรียนในอดีตก็มีให้เห็นหลายตัวอย่าง




ย้อนวังวนม็อบเมืองไทย


ไม่มีใครสามารถคาดเดาอนาคตได้ว่า กงล้อประวัติศาสตร์ จะย้อนกลับมาหรือไม่? แต่เราก็สามารถมองย้อนกลับไปดูอดีตได้ กับบทเรียนการชุมนุมใหญ่ 3 ครั้งในรอบ 14-15 ปี บทสรุปของการชุมนุมของม็อบใหญ่ นอกจากส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทย ใน 2 รูปแบบ คือ ทำให้เกิดรัฐประหาร 2 ครั้ง และสลายการชุมนุมมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ถ้าไล่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547-49 ม็อบใหญ่เริ่มก่อตัว ในช่วงปลาย รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 ต่อเนื่องจนถึง รัฐบาลทักษิณ 2 มีการรวม ตัวของ กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาชน ใช้สัญลักษณ์เสื้อสีเหลือง แกนนำหลัก ๆ จาก นายสนธิ ลิ้มทองกุล ก่อนจะขยายเป็นวงกว้างขึ้นไปในบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพในเวลาต่อมา ปลุกกระแสต่อต้านทักษิณ กระทั่งมาจุดชนวนติดในช่วงเดือน ก.ย. 49 เป็นประท้วงขับไล่ทักษิณ ออกจากนายกรัฐมนตรี แม้จะมีม็อบฝั่งรัฐบาลในนาม กลุ่มคาราวานคนจน ขนขบวนรถอีแต๋นเดินทางมาจากต่างจังหวัด มาสนับสนุน ทักษิณให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่ก็ช่วยยื้ออะไรไม่ได้


ม็อบพันธมิตรฯเสื้อเหลือง

กระทั่งวันที่ 19 ก.ย. 49 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำรัฐประหาร ในขณะที่ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกำลังเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แล้วได้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 24

ถัดมาปี 2551 มีการเลือกตั้งใหม่ ได้ นายสมัคร สุนทรเวช พรรคพลังประชาชน มาเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 (แต่อยู่ได้เพียง 224 วัน 9 ก.ย. 51 ถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง) ขณะนั้น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้รับเลือกลงมติให้ขึ้นมาเป็นนายกฯ คนที่ 26 โดยช่วง ปี 2551 ยังมีการเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ม็อบเสื้อเหลืองมือตบ บุกยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน และยึดสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมชาย กระทั่งเดือน ธ.ค. 51 ศาลรัฐธรรมนูญ ตัด สินยุบพรรคพลังประชาชน เนื่องจากมีการทุจริตเลือกตั้ง ทำให้ นายสมชาย หลุดจากเก้าอี้นายกฯ ส่วนม็อบเสื้อเหลืองก็ยุติไป

ม็อบ นปช.เสื้อแดง

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 (17 ธ.ค. 51-5 ส.ค. 54) ก็ยังมีการชุมนุมของ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ใส่เสื้อสีแดง และมีสัญลักษณ์ เท้าตบ จุดชนวนตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 53 ชนวนสงสัยอ้างว่ากองทัพไทยอยู่เบื้องหลังการยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งจัดตั้งรัฐบาลผสม จึงเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ ประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ การชุมนุมยืดเยื้อทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพราะยุค นั้นมีวิทยุชุมชนหลายสถานีช่วยปลุกกระแส สุดท้ายม็อบปิดถนนแยกราชประสงค์ อนุ สาวรีย์ประชาธิปไตย จนเกิดการปะทะกับทหารหลายครั้ง

กระทั่ง 19 พ.ค. 53 รัฐบาลใช้มาตรการทางทหารเข้ากดดันกลุ่มผู้ชุมนุม ใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ จนแกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุม มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน

ม็อบ กปปส.เสื้อหลากสี

อย่างไรก็ดีแม้ทางเสื้อแดงจะถูกสลายการชุมนุม แต่พอปี 54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 28 (5 ส.ค. 54-7 พ.ค. 57) เริ่มมีความเคลื่อนไหวของ ม็อบ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศ ไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) มีสัญลักษณ์เป็นนกหวีด นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ จุดชนวนร้อนแรงช่วงเดือน ต.ค. 56 สาเหตุจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ทำ ให้ม็อบ กปปส. ที่รวมตัวจากหลายองค์การ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์, กลุ่มพันธมิตรฯ, สหภาพแรงงานของรัฐ และประชาชนอีกหลายกลุ่ม ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพรรคเพื่อไทย การชุมนุมยืดเยื้อในกรุงเทพมหานคร อยู่ยาวข้ามปี จากปักหลักอยู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วกระจายไปปิดหน่วยงานราชการในหลายพื้นที่ ยกระดับชัตดาวน์กรุงเทพ ปิดแยกสำคัญ ๆ หลายแห่ง

จากนั้นวันที่ 22 พ.ค 57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ให้รัฐมนตรีรักษาการทั้งหมดหมดอำนาจ และเปลี่ยนผ่านสู่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เป็นเหตุการณ์รัฐประหารอีกครั้งในรอบ 8 ปี จากปี 2549 โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของประเทศไทย มาถึง ณ ปัจจุบัน ซึ่งกำลังมีการรวมตัวชุมนุมของม็อบอีกครั้ง เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ก็ไม่มีใครรู้ว่าม็อบปี 63 จะยืดเยื้อเช่นไร


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    74%
  • ไม่เห็นด้วย
    26%

บอกต่อ : 21