อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

ชื่นชม "บิ๊กแดง" จงรักภักดีสูงสุด-ทำกองทัพเข้มแข็ง

สวัสดีคุณผู้อ่านที่เคารพรัก พบกับ “ร้อยโทบานเย็น” แห่งค่ายหลักสี่ หน้ามนคนเดิมคนนี้มารายงานตัวตามระเบียบเป็นประจำในคอลัมน์ “เลียบค่ายกองทัพ”  เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 11.07 น.


ผ่านไปแบบค้างคา เชื้อฟืนรอบอาคารัฐสภายังคุกรุ่นไปด้วยเสียงโห่ของมวลชน เพราะการพิจารณา 6 ญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะไม่แท้งคาสภาหินอ่อน แต่ก็เป็นหมันไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน ตลอดทั้งสองวันส.ส.และส.ว.พลิกเกมหลายตลบ เดิมทีข่าวส.ว.คว่ำทิ้งหนาหู เกมพลิกไปพลิกมาหลายกระบวนท่า สุดท้ายแล้วมีมติตั้งกรรมาธิการตามมาตรา 121 วรรคสาม หวังจัดขุนศึกสามฝ่ายศึกษาร่วมกัน ก่อนจะตัดสินใจอีกทีว่าจะรับหลักการหรือไม่ในสมัยประชุมหน้าเดือนพฤศจิกายน เกมเปลี่ยนเมื่อฝ่ายค้านไม่ร่วมสังฆกรรมลอยเพกรรมาธิการให้มีแต่ฟากรัฐบาล ภาพเลยไม่ต่างจากป่าหี่มวยล้มต้มคนดู แม้เกมนี้พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคพลังประชารัฐจะโชว์ลูกเก๋าเขี้ยวลากดินกินเรียบในสภาฯ แต่ทว่านอกสภาฯพรรคฝ่ายค้านทั้งก้าวไกลและเพื่อไทยเดินจับไม้จับมือมวลชนขากลับเซลฟี่ลงโซเชียลมีเดียสบายใจเฉิบ ส่วนใครใช้วิชามารหักมุมหักหลังพลิกลิ้นเล่นเกมซื้อเวลาก็ต้องกลับบ้านแบบเงียบๆ หรือไม่ก็ต้องล่องเรือหนีแบบทุลักทุเล 
 

 
แม้ว่าด้านหน้ารัฐสภาจะมีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่เรียกตัวเองว่า คณะประชาชนปลดแอก” มาทำกิจกรรมภาย ไปสภา ไล่ขี้ข้าศักดินา ผูกโบว์ปราศรัย ยื่นใบลาออก กลับไม่มีผลกดดันที่ประชุมรัฐสภาได้ แถมเจ้าของพื้นที่ยังเตรียมรับมือทุกด้านเเน่นหนาอย่างกับรับมือข้าศึกบุก อาทิ มีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน 10 กองร้อยทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน แถมยังมีเรือของทหารเรือ มีตำรวจน้ำไว้พร้อมรับแผนฉุกเฉินที่ท่าเรือเกียกกายอีก แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปเรียบร้อย แม้การปราศรัยบนเวทีรถเครื่องขยายเสียงจะดุดัน ปิดท้ายด้วยข้อเสนอปิดสวิทช์ส.ว.ลาออกไป ยื่นเงื่อนไขให้ นายหัว ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เปิดการประชุมสมัยวิสามัญมันซะเลยสะใจวัยรุ่น ภาคแรกเเค่น้ำจิ้ม ภาคสองรวมตัวกันใหม่ ราชดำเนิน-รัฐสภา เดือนตุลาคมคงร้อนฉ่าขึ้นแน่นอน 
 

 
ส่วนความเคลื่อนไหวทางทหาร เหล่าพลพรรคนายพลเกษียณเดินสายอำลาอายุราชการกันตามประเพณี ที่กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารชั้นนายพลประจำปี 2563 จำนวน 340 นาย ปีนี้ใช้สถานที่ถิ่นโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเก่า ทำให้คิดถึงอดีต โดยเฉพาะ “บิ๊กกบ” พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ“บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก

งานนี้มี  “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งจะมาทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป เป็นตัวแทนกล่าวเทิดเกียรติตอนหนึ่งว่า “ทุกท่านได้สร้างประโยชน์ให้กองทัพและประเทศชาติ อุทิศกำลังกาย กำลังใจดำเนินภารกิจทุกด้านของกองทัพ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความสงบเรียบร้อยของชาติและผลประโยชน์ส่วนรวม ปกป้อง ค้ำจุนสถาบันด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด ตลอดจนสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปรากฏเป็นผลงานและเกียรติประวัติอันน่ายกย่อง ส่งผลให้กองทัพมีความเข้มแข็ง ทันสมัย และเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภัยคุกคาม และปัญหาอุปสรรคนานัปประการ อันควรค่าจารึกไว้เป็นแบบฉบับของทหารอาชีพที่นายทหารรุ่นหลังจะได้สานต่อดำเนินรอยตาม พวกเราขอให้คำมั่นว่าจะสืบสานอุดมการณ์ของพวกท่าน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้สังคมมีความปกติสุข มีความรักความสามัคคี อันเป็นจะพลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป” 

“บิ๊กกบ” เป็นตัวแทนกล่าวอำลาชีวิตราชการว่า “ผมมั่นใจว่าผู้ที่จะเกษียณอายุราชการทุกคนมีจิตวิญญาณของความเป็นทหารอยู่ในสายเลือด มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แม้ต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพ แต่จิตวิญญาณของความเป็นทหารอาชีพยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจ พร้อมที่จะเสียสละตนรับใช้กองทัพและประเทศชาติในทุกโอกาส ตลอดจนจะนำประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตรับราชการมาสนับสนุนการดำเนินการงานของกองทัพด้วยความเต็มใจตลอดไป”  
 
 

 
ส่วน “บิ๊กแดง” เปิดใจกับสื่อมวลชนก่อนเกษียณอายุราชการว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการให้ข่าวของผู้บัญชาการทหารบกแต่ละท่านต้องพิจารณาถึงความสอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ส่วนตัวตนเมื่อให้ข่าวมีทั้งคนชมและคนด่าอยู่เสมอ แต่ก็ชินแล้ว เพราะโดนมาเยอะ ตั้งแต่เป็นผู้พัน ผู้การโดนพาดหัวในสื่อหลายฉบับมาตลอด หลายอย่างที่พูดออกมาก็เป็นวาทกรรม แต่ทุกอย่างนั้นหากนำไปคิดก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในชาติบ้านเมือง 
 

 
ปิดตำนาน “บ้านสี่เสาเทเวศร์”อดีตที่พักของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่อยู่ในดูแลของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หลังจากที่กองทัพบกได้ส่งคืนให้ภายหลังจากพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ป๋าเปรม” ขณะนี้กำลังถูกรื้อถอน ทำเอาคนที่ทำงานร่วมกับ “ป๋าเปรม” หรือที่เรียกว่าเป็น “ลูกป๋า” ใจหายกันเป็นแถว สำหรับบ้านสี่เสาเทเวศร์เป็นบ้านพักของพล.อ.เปรมอาศัยมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และอีกทั้งยังเป็นสถานที่ต้อนรับนายกรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ นักธุรกิจ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้มีชื่อเสียงในโอกาสสำคัญ อาทิ เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ และวันคล้ายวันเกิดของพล.อ.เปรม แต่วันนี้ไม่มีอีกแล้ว 
 

 
ว่าที่ผบ.คนใหม่โชว์ตัว ที่ท่าอากาศยานทหาร 2กองบิน 6 ดอนเมือง “บิ๊กนัต” พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานงานเกียรติยศ 40 ปี การบรรจุเครื่องบินลำเลียงแบบที่8 (C-130H)  เข้าประจำการในกองทัพอากาศ มี “บิ๊กแอร์”พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศคนต่อไปมาร่วมงานด้วย ในฐานะอดีตผู้บังคับการกองบิน 6 ทั้งนี้ “บิ๊กนัต” กล่าวว่า  ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมาเครื่องบินลำเลียงc-130  เข้าประจำการใช้ในภารกิจทั้งในและต่างประเทศ เช่น การรับส่งวีไอพี การปฏิบัติการทางทหาร ตลอดจนถึงการบรรเทาภัยพิบัติ  สนับสนุนภารกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการช่วยเหลือประชาชน ปัจจุบันยังคงรับใช้คนในกองทัพอากาศในทุกกองบิน ปัจจุบันจึงต้องพัฒนาขีดความสามารถ โดยเฉพาะหน้าจอที่เสื่อมสภาพลง มีการปรับปรุงนำเทคโนโลยีใหม่เข้าไปใส่ รวมถึงระบบช่วยทำการบิน ที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ได้วางแผนระยะยาวก่อนถึงปี 2580  จะมีการพัฒนาความสามารถของดาต้าลิงค์ให้มากขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจมีความแม่นยำต่อไป 





น้ำตาลูกผู้ชาย...พล.ต.ฐกัด  หลอดศิริ ผบ.พล.ร. 9 ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมวันพร้อมญาติทหารใหม่ ประจำปี 2563 ผลัดที่ 1 ที่ค่ายสุรสีห์ พบปะพูดคุยทหารใหม่และญาติ พร้อมให้ความมั่นใจว่าทุกหน่วยทหารจะดูแลทหารใหม่อย่างดีที่สุด 

 
 
รับมอบ...โรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองทัพไทยรับมอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์ชนิดต่างๆ จากกรมศุลกากรที่ดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้วให้นักเรียนช่างฝีมือทหารนำไปใช้ ฝึกศึกษา

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    17%
  • ไม่เห็นด้วย
    83%

บอกต่อ : 74