อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

ภัยคุกคามเยาวชน

วันที่ 20 ก.ย.ของทุกปี นับตั้งแต่ปี 2528 ถูกกำหนดให้เป็นวันเยาวชนแห่งชาติของไทย การปกป้องเยาวชนและให้การปลูกฝังที่ดี เพื่อพัฒนาตนเองให้พร้อมเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในการสร้างชาติ ถือภารกิจสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งของรัฐบาล อังคารที่ 6 ตุลาคม 2563 เวลา 07.00 น.

ข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในประเทศไทย โดยมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เมื่อปี 2559 พบว่ามีเด็กและเยาวชน อายุน้อยกว่า 18 ปี สูบบุหรี่มากกว่า 4 แสนคน ที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามรณรงค์ปกป้องเยาวชนไทยจากการเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากมีนักสูบเยาวชนหน้าใหม่เกิดขึ้นปีละกว่า 2 แสนราย โดยเยาวชน 7 ใน 10 รายที่เสพติดนิโคติน จะเลิกไม่ได้ตลอดชีวิต ส่วนที่เหลือ 3 รายที่เลิกได้ ต้องใช้เวลาถึง 21 ปี จึงสำเร็จ
 
แม้รัฐบาลไทยยังมีกฎหมายห้ามนำเข้า และห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด แต่ปัญหาที่ตามมาคือ เด็กและเยาวชนยังสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถึงแม้จะเป็นสินค้าผิดกฎหมาย แต่ก็หาซื้อได้ง่ายแบบไร้การควบคุมใด ๆ ตามตลาดออนไลน์ หรือตลาดนัดกลางคืน อีกทั้งการซื้อขายสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านช่องทางใต้ดินเหล่านี้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายอายุขั้นต่ำ หรือห้ามการโฆษณาชวนเชื่อผลิตภัณฑ์ได้เลย การลงพื้นที่กวาดล้างจับกุมการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นเพียงการแก้ไขที่ปลายเหตุเท่านั้น
 
ในขณะที่สหรัฐอเมริกาที่เคยเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาด ของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในหมู่เยาวชนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้องค์การอาหารและยาของสหรัฐ ต้องปรับกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ให้ครอบคลุมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้าด้วย เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของประชาชน

รายงานผลการศึกษา การสูบบุหรี่ในเยาวชนอเมริกันประจำปี 2563 (2020 National Youth Tobacco Survey) โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (ซีดีซี) ร่วมกับอย.สหรัฐ พบว่านักเรียนระดับมัธยมซึ่งใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย 19.6% ของนักเรียนมัธยมปลาย และ 4.7% ของนักเรียนมัธยมต้นใช้บุหรี่ไฟฟ้า ลดลงจากปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 25% และ 10% ตามลำดับ

การใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบซึ่งรวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนเป็นเรื่องไม่ปลอดภัย เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีนิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติด สามารถทำลายการเติบโตของสมองในช่วงวัยรุ่น ท่ามกลางการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในหมู่เยาวชนอเมริกันตั้งแต่ปี 2554 ทำให้วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา อย.สหรัฐประกาศเพิ่มความเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ผลิตและผู้ขาย ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยานิโคตินแต่งกลิ่นที่ไม่ได้รับอนุญาต
 
แม้ตัวเลขเยาวชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะมีจำนวนลดลงจาก 5.4 ล้านคน ในปี 2562 เหลือ 3.6 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญของสหรัฐ แต่ซีดีซีมองว่ายังมีงานต้องทำอีกมาก
 
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า จำนวนที่ลดลงของนักสูบเยาวชนในสหรัฐ สาเหตุไม่ใช่เพราะความกลัวต่อโรคปอดอักเสบ ที่เกี่ยวโยงกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่มาจากมาตรการจำกัดอายุของผู้สูบที่มากขึ้น และการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าปรุงแต่งรสชาติด้วย และแนะว่ารัฐบาลควรต้องเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ใหม่ คือบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งที่มีราคาถูกมาก ที่ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นอเมริกัน

รายงานของซีดีซีกล่าวว่า มาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าตามกลยุทธ์ ซึ่งมีหลักฐานสนับสนุนอย่างครอบคลุม ทั้งในระดับชาติ ระดับมลรัฐ และระดับท้องถิ่น ประสานกับกฎระเบียบของอย.สหรัฐ สามารถป้องกันและลดการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบของเยาวชนได้
 
การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนจึงยังเป็นประเด็นสำคัญ ที่หลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยต้องตื่นตัว และทบทวน การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เหมาะสมอย่างเร่งด่วน.

------------------------------
     
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36