อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564

บาร์ไร้แอลกอฮอล์

บาร์ไร้แอลกอฮอล์ เสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2563 เวลา 15.57 น.


ในค็อกเทลบาร์ที่ตั้งอยู่ในย่านสุดชิกของกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ลูกค้าเลือกที่จะจิบเครื่องดื่มหลากสีสันที่มีรสชาติล้ำสมัย ออกแบบมาสำหรับตลาดขนาดเล็กแต่กำลังจะเติบโตในประเทศที่นิยมการดื่มกันอย่างมาก แต่ก็ยังมีคนที่ถูกห้ามไม่ให้ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์



ค็อกเทลบาร์นี้มีชื่อ 0% เสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทลแต่ไร้แอลกอฮอล์ ซึ่งบาร์นี้อาจดูแปลกประหลาดในประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นบาร์เหล้าแต่ไม่เสิร์ฟเหล้าหรือเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ทั้งที่การดื่มสังสรรค์ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในวัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะแอลกอฮอล์จะเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อให้สังคมการทำงานในที่ทำงานเดินไปข้างหน้าและการดื่มกินกับเพื่อนร่วมงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้หน้าที่การงานของเรามีโอกาสก้าวหน้าไปด้วยในบางครั้ง



การดื่มสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน เรียกว่า nominication เป็นคำผสมกันระหว่างคำว่าดื่มในภาษาญี่ปุ่นคือ nomi กับคำว่า communication ในภาษาอังกฤษ



เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นกับคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้อย่าง ฮิเดโตะ ฟูจิโนะ วัย 54 ปี ผู้จัดการกองทุน เขากับพวกได้โอกาสเปิดเผยเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า พวกเขาไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว เพราะยังมีอีกหลายครั้งที่คนไม่ดื่มอย่างเขาและรู้สึกไม่สะดวกใจเพราะอาจจะเคยได้ยินคำว่า คุณจะไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหากดื่มเหล้าไม่เป็น เขาตั้งกลุ่มขึ้นมาในเฟซบุ๊กเป็นกลุ่มคนไม่ดื่มเหล้า มีสมาชิกกว่า 4,000 คนแล้ว

สาเหตุที่ฟูจิโนะไม่ดื่มนั้นก็เพราะร่างกายเขารับแอลกอฮอล์ไม่ได้ เช่นเดียวกับอีก 5% ของคนญี่ปุ่นและอีกหลายคนในชาติเอเชียตะวันออก ทั้งนี้เพราะร่างกายเขาไม่มีเอนไซม์สำหรับล้างพิษที่เป็นผลพลอยได้จากแอลกอฮอล์ เป็นแนวโน้มของโรคที่เกิดจากพันธุกรรม ซึ่งก็จะมีผลข้างเคียงตามมาไม่ว่าจะเป็นอาการหน้าแดงและรู้สึกไม่สบายหากดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป



แต่ก็ยังมีอีกหลายเหตุผลที่คนไม่ดื่ม บางคนอาจจะอ้างเรื่องสุขภาพ หรือว่าตั้งครรภ์อยู่ หรือไม่ชอบผลข้างเคียงของมัน และบางคนก็ชอบดื่มแต่ก็ต้องลดลง จนอาจคิดได้ว่ายังมีกลุ่มคนแปลกๆแบบนี้อีกหรือ คือคนแปลกที่ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่เมา

หลายศตวรรษมาแล้วแอลกอฮอล์ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในสังคมญี่ปุ่น เช่น ขุนนางในยุคศักดินาใช้เครื่องดื่มเพื่อผูกมัดผู้ใต้บังคับบัญชา แถมสาเกก็ยังกลั่นในวัดก็มี

ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นหนทางที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานได้มีโอกาสพูดคุยกันอย่างเปิดอกได้ในบางครั้งโดยเฉพาะในสถานที่ทำงานที่คำนึงถึงลำดับชั้นอาวุโสจากอายุและวัยวุฒิเป็นสำคัญ ดังนั้นคนไม่ดื่มก็ต้องหาทางต่อสู้ในเรื่องนี้ด้วย เพราะในบางครั้ง พนักงานอาวุโสหรือหัวหน้างานก็จะเลือกเพื่อนร่วมงานที่ดื่มได้ออกไปดื่มสังสรรค์กัน คนไม่ดื่มก็อด ทำให้รู้สึกว่าถูกเลือกปฏิบัติและโดดเดี่ยว

ฟูจิโนะได้สร้างคำขึ้นมาคือ gekonomist สำหรับคนแบบเขา เป็นการผสมคำขึ้นมาของคำว่าคนแพ้แอลกอฮอล์คือ geko กับ nomi ดื่ม แล้วก็เติม ist เข้าไป



สำหรับบาร์ 0% ผู้ก่อตั้งคือ มายูมิ ยามาโมโต วัย 31 ปี บอกว่ายินดีที่จะเสิร์ฟเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ค็อกเทลบาร์แห่งนี้ เพราะตัวเธอก็มีประสบการณ์จากการเป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์นั่นเอง เธอคิดว่าน่าจะเป็นผลดี ถ้ามีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกมากกว่าแค่ชาและน้ำอัดลม สำหรับคนเช่นเธอที่ดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่มาก
บาร์นี้ตั้งอยู่ในย่านรอปปงงิ ย่านที่มีสถานบันเทิงยามราตรีตั้งอยู่ด้วย ทั้งไนต์คลับและบาร์ดื่มกิน ซึ่งบาร์ของเธอก็มีอาหารมังสวิรัติเสิร์ฟด้วย เช่นเดียวกับค็อกเทลที่มีส่วนผสมของโหระพา มาสคาโปนชีส สาหร่ายและผลเบอร์รี เป็นต้น



ลูกค้าที่มาใช้บริการก็มีทั้งแบบหนุ่มสาวที่ตัวเองแพ้แอลกอลฮอล์แต่พาแฟนหนุ่มนักดื่มมาด้วย
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า พฤติกรรมการดื่มกินอย่างหนักของคนรุ่นหนุ่มสาวลดลงไปแล้ว โดยเมื่อปี 2560 พบว่าร้อยละ 16 ของผู้ชายวัย 20 ปี และร้อยละ 25 ของผู้ชายวัย 30 ปี ดื่มไวน์ 2-3 แก้ว สัปดาห์ละ 3 วันเป็นอย่างน้อย แต่ตัวเลขนี้ลดลงมาจากครึ่งหนึ่งของเมื่อสิบปีก่อน



นาโอโกะ คูกะ นักวิจัยอาวุโสของสถาบันวิจัยเอ็นแอลไอ บอกว่า ตลาดแอลกอฮอล์ในญี่ปุ่นเปลี่ยนไปและคนหนุ่มสาวเพิ่มมากขึ้นที่มีความรู้สึกนึกคิดกับแอลกอฮอล์ต่างออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้องมาดื่มกินกับเพื่อนร่วมงาน พวกเขาไม่ชอบคำว่า nomication และการดื่มกินกับหัวหน้างานนานหลายชั่วโมงนั้น ไม่ไหวแล้วสำหรับพวกเขา ขอแค่แก้วแรกเป็นแอลกอฮอล์ก็พอ แล้วแก้วต่อไปเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์จะดีกว่า.

ข้อมูล/ภาพ-สำนักข่าวเอเอฟพี

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 134