อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อียูเชื่อมั่นไทย

สภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน หรือ อียู-เอบีซี (EU-ASEAN Business Council : EU-ABC) เผยแพร่ผลการสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (Business Sentiment Survey) ปีที่ 6 เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ว่ากลุ่มธุรกิจจาก 27 ประเทศอียู ที่เข้ามาปักหลักลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ส่วนใหญ่” มองว่าอาเซียนให้โอกาสทางเศรษฐกิจดีที่สุด และคาดหวังจะขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ ในระยะ 5 ปีข้างหน้า ศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 07.00 น.

จากรายงานของสำนักข่าวเอเชีย นิวส์ เน็ตเวิร์ค ผลสำรวจในปีนี้ยังพบอีกว่า 56 % ของกลุ่มธุรกิจในอียูมีแผนจะเข้าสู่ตลาดอาเซียน ลดลงเล็กน้อยจาก 61 % เมื่อปีที่แล้ว โดยกลุ่มทุนยุโรปมองว่า อุปสรรคทางด้านห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน และข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) คือส่วนสำคัญยิ่งทีฝ่ายอาเซียนควรแก้ไขปรับปรุง

ผลการสำรวจดำเนินการในระหว่างเดือน เม.ย. – ก.ค.ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงสูงสุดของการระบาดไวรัสโควิด-19 และการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ในภูมิภาคอาเซียน จากการสอบถามผู้บริหารธุรกิจจาก 27 ประเทศเครือข่ายอียู ที่อยู่ใน 10 ประเทศกลุ่มอาเซียน รวม 680 คน

ผู้ตอบคำถามส่วนใหญ่ เป็นผู้ประกอบการด้านบริการ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการผลิต

56 % ของนักธุรกิจอียูที่ตอบคำถามปีนี้ บอกว่า ประเทศไทยคือทางเลือกที่ดีที่สุดอันดับ 2 สำหรับการขยายธุรกิจ และ 59 % รู้สึกพอใจกับการตอบสนอง ต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลไทย

53 % มองอาเซียนเป็นภูมิภาคที่เสนอโอกาสทางเศรษฐกิจดีที่สุด เทียบกับ 63 % เมื่อปีที่แล้ว และ 47 % กำลังพิจารณาจัดระบบห่วงโซ่อุปทานใหม่ หลังผ่านพันโควิด-19 โดยอาเซียน ยุโรป และจีน เป็นจุดหมายสูงสุด

73 % ของนักธุรกิจอียูที่ตอบคำถาม คาดหวังจะขยายระดับการค้าการลงทุนในอาเซียนในระยะ 5 ปีข้างหน้า เทียบกับ 84 % เมื่อปีที่แล้ว และมีเพียง 2 % เท่านั้นที่รู้สึกว่าการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนก้าวหน้าเร็วเพียงพอ เทียบกับ 6 % เมื่อปีที่แล้ว
 
มีเพียงแค่ 4 % ที่บอกว่ากระบวนการศุลกากรอาเซียน รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เทียบกับ 8 % เมื่อปีที่แล้ว 

98 % บอกว่า ต้องการให้อียูเร่งการเจรจาเอฟทีเอกับอาเซียน สูงขึ้นเล็กน้อย จาก 96 % เมื่อปีที่แล้ว
 
นายโดนัลด์ คานัค ประธานสภาเศรษฐกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน กล่าวว่า ผลการสำรวจปีนี้ถือเป็นสิ่งยืนยันว่า อาเซียนยังถูกมองว่าเป็นภูมิภาคที่ให้โอกาสดีที่สุดทางเศรษฐกิจแก่อียู แต่เป็นไปตามคาดการณ์ในช่วงวิกฤติการระบาดของโควิด-19 ภาพรวมแนวโน้มเพิ่มการค้าและการลงทุน ส่งสัญญาณอ่อนลง

ต่อคำถามปีนี้ หลังพ้นโควิด-19 ภูมิภาคใดจะดึงดูดการลงทุนด้านห่วงโซ่อุปทานได้มากที่สุด คำตอบคือ อาเซียน ตามด้วยยุโรป และจีน

คานัคกล่าวว่า เกือบครึ่งของผู้ถูกสอบถาม คาดหวังว่าห่วงโซ่อุปทานอาเซียนจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลังพ้นโควิด-19 นั่นหมายความว่างานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ยังไม่สำเร็จลุล่วง และความคืบหน้าในการสร้างระบบรองรับการค้ามีความสำคัญมาก ต่อการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนจากเศรษฐกิจตกต่ำ
 
ด้านนายคริส ฮัมฟรีย์ กรรมการบริหาร อียู-เอบีซี กล่าวว่า ผลสำรวจปีนี้ถือเป็นการสื่อข้อความชัดเจนว่า เออีซีดูเหมือนจะหยุดชะงัก กลุ่มอาเซียนต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทเออีซีปี พ.ศ. 2568 ตอนนี้กลุ่มธุรกิจในยุโรปกำลังปรับกลยุทธ์ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมท้องถิ่น มากกว่าที่จะรอความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของการรวมตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
 
ธุรกิจยุโรปมีความวิตกมาก ในเรื่องขาดความคืบหน้าการเจรจาเอฟทีเอกับอาเซียน โดยเฉพาะความยืดเยื้อของการเจรจาเอฟทีเอแบบภูมิภาคต่อภูมิภาค ซึ่งนักธุรกิจยุโรป 8 ใน 10 รายมองว่าให้ผลประโยชน์มากกว่าชุดการเจรจาเอฟทีเอแบบทวิภาคี.

_______________________
       
เลนซ์ซูม            

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

    

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 30