อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

ลี้ลับอัศจรรย์บันดาลโชค เปิดตำนาน"คำชะโนด" (2)

“ฉายหนังเรื่องแรก บ้านผีบอป, สามปืน, ทอง และหนังฝรั่งสงคราม ลูกน้อง2 คน จะอยู่กับเครื่องฉาย ส่วนอีก5 คน จะขึ้นไปบนรถฝันว่าผีมาหลอกทั้งคืน พอถึงเวลา04.00 น. ก็มีคนมาเคาะข้างรถ เอาเงินมาให้3,500 บาท แล้วบอกว่า ให้รีบเก็บของ” อาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 เวลา 13.00 น.

จากเรื่องราวตอนแรกที่นำเสนอถึง ตำนานวังพญานาคินทร์คำชะโนด ของ “เจ้าพ่อปู่ศรีสุทโธ-เจ้าย่าปทุมมานาคี” แห่ง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี กันไปแล้ว แต่เรื่องราวของป่าคำชะโนด ที่หลายคนได้มีโอกาสสัมผัสถึงพลังอันลี้ลับอัศจรรย์บริเวณสถานที่แห่งนี้ จนทำให้ชื่อเสียงขจรไกล นอกจากมาเที่ยวชมดินแดนตำนานพญานาคแล้ว ปัจจุบันก็ยังเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีชาวบ้านทั่วสารทิศนิยมไปขอโชคลาภกันไม่ขาดสาย




ตำนานลี้ลับ “ผีจ้างหนัง”

จะว่าไปนอกจากเรื่องราวของ ตำนานดินแดนพญานาค แล้ว ยังมีอีกเรื่องลี้ลับที่ผู้คนยังกล่าวถึงไม่ลืมเลือนเช่นกัน กับ “ตำนานผีจ้างหนัง” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราว30 กว่าปีที่แล้ว มีหนังเร่กลางแปลงในจังหวัดอุดรธานี ถูกว่าจ้างให้ไปฉายในเกาะคำชะโนด “ชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงแถวนั้นยืนยันไม่ได้เดินทางมาดูหนังกลางแปลงคืนนั้น แต่คนฉายหนังยืนยันว่า ตอนดึกมีคนมานั่งดูหนังที่ฉายเต็มไปหมด” จนกลายเป็นเรื่องฮือฮาไปทั่วประเทศ ทีมข่าว 1/4Special Report มีโอกาสได้พูดคุยกับ นายธงชัย แสงชัย อายุ 69 ปี เจ้าของหนังเร่บริษัทแจ่มจันทร์ภาพยนตร์ เลขที่ 135/2 หมู่7 บ้านเก่าน้อย ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี ยังจดจำวันที่ไปฉายหนังกลางแปลงได้อย่างแม่นยำ วันที่ 29 ม.ค.2532 ได้มีนายจำปา คำแก้ว มาว่าจ้างให้ไปฉายหนังกลางแปลงที่บ้านวังทอง อ.บ้านดุง (ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 100 กม.) ตกลงให้หนังฉาย 4 เรื่อง ราคา4 พันบาท (มัดจำไว้500บาท) แต่มีสัญญาพิเศษ คือ ให้ฉายถึงแค่เวลาตี 4 เท่านั้น ห้ามฉายถึงสว่าง พอตี 4 ก็ให้รีบเก็บข้าวของออกจากสถานที่ฉายทันที ก็ส่งทีมงาน 7 คนไปตามปกติ แต่ลูกน้องกลับมาเล่าให้ฟังไป “ฉายหนังให้ผีดู” ลูกน้องเล่าว่า ไปถึงไม่เห็นผู้คนยังสงสัยว่าหายไปไหนหมด กระทั่งเริ่มฉายหนังตอน 3 ทุ่ม จึงเริ่มมีคนมาดูจำนวนมาก แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ผู้หญิงนุ่งขาวห่มขาวจะนั่งด้านหน้า ส่วน ผู้ชายใส่เสื้อผ้าสีดำแบบคอจีน จะนั่งอีกฝั่งหนึ่ง ทั้งหมดจะนั่งกันสงบเงียบเรียบร้อย ไม่เคลื่อนไหว และไม่ส่งเสียงเอะอะไรทั้งสิ้น บริเวณจุดที่ฉายหนังก็ไม่มีร้านขายของกินอะไรเลย

“ฉายหนังเรื่องแรก บ้านผีบอป, สามปืน, ทอง และหนังฝรั่งสงคราม ลูกน้อง2 คน จะอยู่กับเครื่องฉาย ส่วนอีก5 คน จะขึ้นไปบนรถฝันว่าผีมาหลอกทั้งคืน พอถึงเวลา04.00 น. ก็มีคนมาเคาะข้างรถ เอาเงินมาให้3,500 บาท แล้วบอกว่า ให้รีบเก็บของ ถ้าสว่างแล้วจะออกไปยาก หลังจากหยุดฉายเปิดไฟให้สว่างจะเก็บข้างของ เผลอแวบเดียว กลุ่มคนดูไม่รู้หายไปไหนกันหมดรวดเร็วผิดปกติ ตอนเช้าจอดแวะหมู่บ้านวังทอง ซื้อบุหรี่ แม่ค้าก็ถามว่าไปฉายหนังที่ไหนมา ก็บอกไปว่าฉายในหมู่บ้านวังทอง แต่แม่ค้ายืนยันไม่มีหนังเข้ามาฉายในหมู่บ้านเลย สุดท้ายพอเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังอย่างละเอียดก็เป็นที่เข้าใจ ไปฉายหนังที่ใน ดงคำชะโนด ป่าลี้ลับซึ่งอยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้านวังทอง ชาวบ้านรู้ข่าวเชื่อว่าถูก ผีจ้างไปฉายหนัง”




ชาวอีสานเรียก “ผีบังบด”

นายธงชัย กล่าวต่อว่า ลูกน้องเอาเงินค่าจ้างมาให้พร้อมเล่าเรื่องให้ฟังจึงตัดสินใจรีบเดินทางไปที่บ้านวังทอง บริเวณจุดที่ลูกน้องไปฉายหนังกลางแปลง เป็น “ดงป่าคำชะโนด” อยู่ห่างจากหมู่บ้านราวๆ 3 กม. แต่ที่แปลกใจมากเพราะป่าคำชะโนด ที่มองเห็นมันอยู่กลางทุ่งนา ห่างจากตัวถนนรถวิ่ง 500 เมตร สมัย30กว่าปีก่อนยังถือเป็นดงป่าไม้ทึบ น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก อย่าว่าแต่รถยนต์จะเข้าไปข้างในเลย แม้แต่จะขึงตั้งจอหนังกลางแปลงก็ยังเป็นไปไม่ได้ แค่เหยียบลงไปดินก็จมเป็นน้ำ สอบถามชาวบ้านแถวนั้นต่างยืนยันไม่มีหนังเข้ามาฉายเลย จึงเดินไปสำรวจบริเวณ ดงป่าคำชะโนดอีกครั้ง พบขอบถนนมีร่องรอยรถยนต์แล่นผ่านลงไป ผ่าเข้าไปในท้องนาซึ่งเป็นที่ลุ่มน้ำขัง จึงเป็นที่น่าฉงน ถ้ารถลงไปแล้วขึ้นมาได้เช่นไร

เจ้าของหนังเร่แจ่มจันทร์ กล่าวต่อว่า ด้วยความประหลาดใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ไปไปนมัสการ หลวงปู่คำตา สิริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดศิริสุทโธคำชะโนด (ตอนนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์)เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด ท่านก็ได้เมตตาอธิบายว่า คงเป็นเพราะช่วงนั้นเป็นเทศกาลข้างขึ้น15 ค่ำ พญานาคจะกลายร่างเป็นมนุษย์ ชื่อว่าพ่อปู่ศรีสุทโธ ขึ้นมาเพื่อบำเพ็ญบุญว่าจ้างให้หนังกลางแปลงมาฉายฉลอง ยืนยันทางวัดไม่ได้มีการจัดงานแต่อย่างใด โดยชาวอีสานจะเรียกว่า “ผีบังบด” หรือ ชาวเมืองลับแล เป็นผีที่อยู่ตามป่าแบบภพสอนภพระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ ซึ่งตรงป่าคำชะโนดเชื่อว่าเป็นทางขึ้นลงเมืองบาดาล ทำให้ผู้คนที่ศรัทธาพานิยมนำพานบายศรีที่มีลักษณะเหมือนพญานาคมาถวายเพื่อขอพรในทุกวันขึ้น 15 ค่ำ หรือวันแรม 15 ค่ำ

ปัจจุบันบรรดาชาวบ้านชอบไปแก้บนและทำพิธีบวงสรวงปู่ศรีสุทโธ จ้างหนังกลางแปลง มาฉายที่บริเวณด้านข้างป่าคำชะโนดแห่งนี้เกือบทุกวันไม่ขาดสาย ทำให้ทางนายธงชัย ต้องปักหลักเครื่องฉายและจอหนังกลางแปลงเอาไว้เพื่อจะได้ไม่ต้องเคลื่อนย้าย ทั้งนี้เรื่องราวความอาถรรพ์ลี้ลับของป่าคำชะโนด ยังถูกนำไปถ่ายทอดเป็นภาพยนต์ในปี พ.ศ.2550 ในเรื่อง “ผีจ้างหนัง” นำแสดงโดย อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา และภัครมัย โปรตระนันท์




ป่าคำชะโนดบันดาลโชคลาภ

นายพงษ์ศักดิ์ ศรีชนะ กำนันตำบลม่วง อ.บ้านดุง หนึ่งในผู้ดูแลป่าคำชะโนด เล่าถึงประสบการณ์ เมื่อปี 2561 ซึ่ง กรมป่าไม้ และ คณะกรรมการ มีมติให้เดินสำรวจต้นชะโนดทั้งหมด บริเวณที่สำรวจมี 20 ไร่ ใช้เวลาสำรวจ 2 วัน ในวันดังกล่าวนี้เองระหว่างที่สำรวจเสร็จ ทั้งตนเองและเพื่อนไปเจอ “งูสีดำ”ตัวขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 ซม. ตามตำนานเล่าว่างูสีดำตัวใหญ่ นอนคดเคี้ยวอยู่ในป่าชะโนดทางทิศตะวันตกของเกาะ นอกจากนี้ยังมี ต้นมะเดื่อยักษ์ ถือเป็นอีกจุดในป่าคำชะโนดที่นิยมของนักเสี่ยงโชคมาบนบานศาลกล่าวขอโชคลาภ หากเป็นนักท่องเที่ยวหน้าใหม่คงเพียงเข้ามากราบสักการะของพรจากศาลเจ้าพ่อปู่ศรีสุทโธ-เจ้าย่าปทุมมานาคี และตักน้ำจาก บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไปเป็นสิริมงคล แต่หากเพ่งมองดูดีๆ บริเวณด้านขวามือของศาลยังมีต้นมะเดื่อยักษ์ ผู้เฒ่าผู้แก่เชื่อกันว่าบริเวณนี้คือแหล่งขุมทรัพย์ท้องพระโรงที่เก็บสมบัติของเจ้าผู้ครอบครองนครบาดาล ทำให้ในแต่ละวันจะมีนักเสี่ยงโชคจากทั่วประเทศสลับหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาหาตัวเลขกันอย่างคึกคัก หลายคนที่ได้โชคก็จะพากันกลับมาแก้บนเกือบตลอด

รายล่าสุด ช่วงวันที่ 13 ก.ย.63 ที่ผ่านมา ที่เป็นข่าวฮือฮา น.ส.แพรพลอย โสภิพันธุ์ หรือน้องแซนดี้ อายุ 23 ปี ทำงานอยู่ในจ.อุดรธานี ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 ก.ย.63 หมายเลข 999997 จำนวน 1 คู่ รับโชค 12 ล้านบาท ได้มาแก้บนและทำโรงทานแจกจ่ายประชาชน น้องแซนดี้ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เดือนส.ค.63 มีงูเลื้อยผ่านหน้ารถตนได้ลั่นวาจาเอาไว้ว่า ถ้าถูกรางวัลจะมากราบเจ้าพ่อปู่ศรีสุทโธ ที่คําชะโนด กระทั่งผลรางวัลงวดวันที่ 16 ส.ค.63 ถูกสลาก 3 ตัวหน้า จึงรีบมากราบพ่อปู่ศรีสุทโธ เสร็จแล้วเห็นมีผู้นำคณะนางรำ มาแก้บนบริเวณลานบวงสรวง เลยถามแม่ที่มาด้วยกันว่าต้องถูกรางวัลเท่าไรถึงจะจ้างนางรำได้แม่บอกว่าคงต้องถูกรางวัลใหญ่

“แซนดี้ได้ตั้งจิตอธิษฐานถ้าถูกรางวัลใหญ่ จะมาแก้บนให้พ่อปู่ศรีสุทโธ กระทั่งวันที่ 1ก.ย.63 ปรากฎว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 2 ใบ เป็นเงิน 12 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 13 ก.ย.จึงพามารดา พร้อมด้วยญาติสนิทมาร่วมทำพิธีแก้บนเจ้าพ่อปู่ศรีสุทโธ-เจ้าย่าปทุมมานาคี ตามที่ลั่นวาจาไว้ ทำบายศรีพญานาค 9 เศียร และเครื่องบวงสรวง 9 อย่างตามธรรมเนียม โดยมีพ่อพราหมณ์ชวการ คำวรรณสา เป็นผู้ทำพิธีให้ นอกจากนี้ยังจัดนางรำมาถวาย พร้อมทำโรงทานแจกจ่ายให้กับชาวบ้านด้วย”

คำบอกเล่าถึงปาฏิหารย์ทั้งจากคนในพื้นที่ ความสำเร็จจากคำขอพรได้กระจายไปทั่ว ทำให้หลายต่อหลายคนมีความเชื่อมั่นศรัทธาต่อบารมีของ เจ้าพ่อปู่ศรีสุทโธ-เจ้าย่าปทุมมานาคี นอกจากนี้ความอัศจรรย์แห่งป่าคำชะโนด ปัจจุบันชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในระแวกใกล้เคียงยังได้รับอานิสงฆ์ มีรายได้จากการเย็บพานบายศรี ขายเครื่องเซ่นไหว้แก้บน ฯลฯ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในแต่ละวันภายในพื้นที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงอีกแห่งของ จ.อุดรธานี เพราะได้มาสัมผัสตำนานอีสานดินแดนพญานาค สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสิริมงคล และขอพรต่างๆนานา ตามที่จิตใจตัวเองหวัง




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18