อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

กินยาละลายลิ่มเลือดหากถูกกระแทกเลือดจะออกได้

​​​​​​​ยาละลายลิ่มเลือด ทางเคมีเรียก วาร์ฟาริน เป็นยาที่ใช้ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งแพทย์มักจะสั่งใช้ในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องหัวใจและหลอดเลือด เกรงจะทำให้เลือดอุดตัน อาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ยาละลายลิ่มเลือด ทางเคมีเรียก วาร์ฟาริน เป็นยาที่ใช้ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งแพทย์มักจะสั่งใช้ในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องหัวใจและหลอดเลือด เกรงจะทำให้เลือดอุดตัน ถ้าเป็นที่หัวใจอาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ เกิดโรคทางหัวใจเพิ่มขึ้น หากเป็นที่สมองจะทำให้เกิดโรคอัมพาตขึ้นได้ ล้วนเป็นเรื่องอันตรายทั้งสิ้น แพทย์จึงต้องสั่งยาประเภทนี้ให้กินเพื่อควบคุมไว้

มีหลายรูปแบบ ยาประเภทนี้มีมากมายหลายรูปแบบ แล้วแต่จุดประสงค์ของแพทย์ว่าต้องการอย่างไร ที่เราพบและได้ยินบ่อยคือ แอสไพริน หาได้ง่ายและไม่แพง นอกจากนี้มีอีกหลายรูปแบบต่างกัน ล้วนมีหน้าที่ไม่ให้เลือดแข็งตัวทั้งสิ้น การกินยาประเภทนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่จะต้องนัดตรวจดูผลของยาว่ามากน้อยเพียงใด ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับพอดี ไม่มากไม่น้อยไป แต่มียาบางชนิดพัฒนาขึ้น กินโดยควบคุมเอง ไม่ต้องตรวจอะไรทั้งสิ้น นับเป็นการพัฒนาอีกระดับหนึ่ง แต่ราคาจะสูงขึ้น เรื่องการกินยาละลายลิ่มเลือดนี้ นับวันมีคนกินกันมาก เพราะโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองมีส่วนมาเกี่ยวข้องมากขึ้น จึงทำให้มีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นตามมาได้



โรคแทรกซ้อนของยา ที่พบกันบ่อยคือเรื่องบาดแผล เวลาเกิดบาดแผลเลือดจะออกนานกว่าปกติ ไม่ค่อยหยุด การดูแลช่วยเรื่องนี้ง่าย ๆ ก็คือให้กดตรงแผลที่เลือดออกไว้ให้นานสักหน่อย ถ้าแผลไม่ใหญ่มาก สักพักก็จะหยุดเอง คือเลือดออกนานกว่าปกติหน่อยด้วยฤทธิ์ของยา แต่ก็ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

มีตัวอย่างคนไข้ที่อยากเล่าให้ฟัง เป็นคนไข้หญิงอายุ 77 ปี เส้นเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น แพทย์ได้ใส่ขดลวดไว้ แล้วให้กินยาละลายลิ่มเลือดกินไปด้วยวันละ 1 เม็ด วันหนึ่งเกิดไปหกล้มมีรอยกระแทกที่ขา มีเลือดออกใต้ผิวหนัง ไม่มีทางเปิดออกมาสู่ภายนอก เลือดออกเรื่อย ๆ จนโป่งมาก คนไข้ก็ไม่ได้ทำอะไร รอจนถึง 5 วันเป็นก้อนเลือดบวมโตที่ขา โดยเลือดออกมาขังอยู่ใต้ผิวหนังและกล้ามเนื้อ ไม่ได้ออกมาข้างนอก คนมาเห็นเข้ารีบแนะนำให้เข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดเอาเลือดออก แพทย์ได้ผ่าตัดตรงก้อนที่บวมโต เพื่อเอาก้อนเลือดที่ออกและแข็งเป็นก้อนออกมา มองเห็นเป็นโพรงลึกใหญ่จากที่เลือดออกไม่หยุด ด้วยฤทธิ์ของยาละลายลิ่มเลือด เป็นหลุมลึกทีเดียว ต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อทำแผลทุกวัน จนกว่าเนื้อจะค่อย ๆ เจริญขึ้นมาปิดแผลหรือผ่าตัดเอาผิวหนังมาปิด เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น



ผลจากเรื่องนี้ เพืื่อจะบอกว่า ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด เวลามีบาดแผลหรือถูกกระแทกปัญหาแรกต้องกดตรงแผลสักระยะหนึ่งให้เลือดหยุดให้ได้ และต่อมาหาหนทางให้เลือดที่ค้างอยู่ออกมาภายนอกให้หมด โดยรีบมาพบแพทย์เพื่อเอาเลือดที่โป่งพองออก หากทิ้งไว้นานเลือดจะออกเป็นก้อนโตดังคนไข้รายนี้ คนไข้ไม่ทำอะไรเลย ได้ปล่อยให้เลือดจะออกเรื่อย ๆ จนเป็นก้อนใหญ่ ต้องมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลเพื่อเอาก้อนเลือดออก

สุดท้ายคนไข้รายนี้ก็เกิดบาดแผลใหญ่ก็ต้องทำแผลทุกวัน อยู่โรงพยาบาลหลายวัน เพราะบ้านอยู่ไกลมาลำบาก แผลจะค่อย ๆ ตื้นขึ้นมา ทำให้ต้องเสียเวลาด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ถือเป็นบทเรียนของผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ให้รู้ไว้ว่าเวลามีบาดแผลเลือดจะหยุดยากกว่าปกติ ต้องกดไว้ให้นานหน่อยจนหยุด ถ้ารอให้หยุดเองไม่ทำอะไร จะเสียเวลารักษานานเหมือนตัวอย่างคนไข้รายนี้ และมักจะพบบ่อยด้วย การดูแลให้การรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้แผลได้หายเร็วขึ้นมาก.



------------------------------------
นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 46